บทที่ 4-2 : วินาศสันตะโร (100%)
บทที่ 4-2 : วินาศสันตะโร (100%)

บทที่ 4
วินาศสันตะโร
“ลูกสาวฉันเสียตัวให้ลูกชายคุณไปแล้ว ยังไงลูกชายคุณก็ต้องรับผิดชอบลูกสาวฉัน”
เมื่อไม่มีใครพูดอะไรเหมือนต่างฝ่ายต่างหยั่งเชิงกันอยู่นาน ผกามาศก็เป็นคนตัดสินใจพูดขึ้นก่อน น้ำเสียงท่านนิ่งขึ้นแต่ยังคงหนักแน่น และสายตาทรงอำนาจมองไปยังไรวินทร์อย่างเอาเรื่อง
ท่านไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นคนดีแค่ไหน แต่ดูจากฐานะแล้วก็คงไม่ด้อยไปกว่าสรัล ไม่สิ! เขาน่าจะร่ำรวยกว่าสรัลอยู่โข
อย่างน้อยๆ แต่งงานกันไปแล้ววราลีก็คงไม่ลำบาก สิ่งสำคัญที่สุดคือทั้งสองมีอะไรกันแล้ว ท่านไม่มีทางยอมให้ลูกสาวถูกใครต่อใครนินทาว่าถูก ‘เจาะไข่แดง’ ฟรีอย่างแน่นอน
“แม่คะ วุ้น...”
วราลีพยายามปรามมารดาด้วยการดึงมืออีกฝ่ายเอาไว้เพื่อจะอธิบายความจริง หญิงสาวไม่ได้แสดงท่าทีตกใจเพราะพอจะรู้อยู่แล้วว่าคนหัวโบราณอย่างผกามาศจะต้องตัดสินใจแบบนี้ แต่...เธอไม่เห็นด้วย!
วราลีหนีออกจากบ้านเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับสรัล แต่สุดท้ายเธอกลับจะถูกบังคับให้แต่งงานกับไรวินทร์แทนอย่างนั้นหรือ มันจะไม่ตลกไปหน่อยหรือไง
อีกอย่างเธอกับเขาก็ยังไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ
“แกไม่ต้องพูดยายวุ้น!”
ผกามาศหันไปถลึงตามองลูกสาวเหมือนจะฉีกเลือดฉีกเนื้อ
“แกทำผิดกับแม่ไว้หลายกระทงแล้วนะ เรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่เขาคุยกัน แกไม่ต้องพูดให้เสียเรื่อง!”
“วุ้นไม่ได้เสียตัวให้ผม ผมไม่ได้ทำอะไรวุ้น และเรายังไม่เคยมีอะไรกันนะครับ”
ไรวินทร์เห็นแล้วว่าวราลีไม่น่าจะกล้าหือกับมารดา การปล่อยให้เธอเป็นคนอธิบายทุกอย่างคงไม่เกิดประโยชน์ ชายหนุ่มจึงเป็นฝ่ายพูดเอง หัวเด็ดตีนขาดยังไงเขาก็จะไม่ยอมถูกบังคับแต่งงาน
ยุคสมัยนี้หนุ่มสาวมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันด้วยความเต็มใจทั้งสองฝ่ายถือเป็นเรื่องปกติมาก ผู้ใหญ่ไม่มีสิทธิ์บังคับให้แต่งงานกันเหมือนสมัยก่อน
สำคัญกว่านั้นคือเขายังไม่ได้มีอะไรกับวราลี ทั้งสองไม่ได้รักกัน จู่ๆ จะมาบังคับให้เขาแต่งงานกับเธอได้ยังไง ถ้าเขายอมก็บ้าเต็มทนแล้ว
“ไม่ได้ทำอะไรได้ยังไง! ฉันเห็นกับตาตัวเองว่ายายวุ้นวิ่งออกมาจากบ้านคุณ แล้วคุณก็ตามมากอดลูกสาวฉันในสภาพแก้ผ้าโทงๆ เหมือนไม่อายฟ้าดิน คนเขาเห็นกันทั่ว ไม่เชื่อก็เรียกพนักงานคุณมาถามดูสิ”
ผกามาศลุกขึ้นชี้หน้า (ว่าที่) ลูกเขยอย่างสุดทนเมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธวราลีราวกับลูกสาวท่านเป็นผู้หญิงไร้ค่า
ถ้าวราลีไม่ได้ ‘แปดเปื้อน’ ด้วยน้ำมือของไรวินทร์แล้วมีหรือว่าท่านจะอยากได้เขาเป็นลูกเขย มีผู้ชายมากมายที่อยากจะมาสู่ขอลูกสาวท่านไปเป็นภรรยาออกหน้าออกตา
เช่น ลูกชายเจ้าของร้านทองและที่ดินผืนใหญ่ในอำเภอปากช่องอย่างสรัล...คนที่ท่านหมายตาเอาไว้เป็นลูกเขย
ใจจริงท่านอยากพาวราลีกลับไป จับลูกสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำด้วยการบีบบังคับให้แต่งงานกับสรัลโดยเร็วที่สุด แต่ท่านรู้ว่าไม่ช้าก็เร็วเรื่องนี้ต้องลอยไปถึงหูฝ่ายนั้นอย่างแน่นอน
ถ้าท่านจับวราลีใส่ตะกร้าล้างน้ำก็จะยิ่งถูกนินทาให้อับอายขายหน้าไปกันใหญ่ สู้ให้แต่งงานกับไรวินทร์แล้วบอกใครต่อใครว่าทั้งสองแต่งงานกันเพราะความรักก็คงจะอับอายน้อยกว่า
อย่างน้อยๆ รูปร่างหน้าตาและฐานะของไรวินทร์ก็เชิดหน้าชูตาได้
“แต่มันไม่ได้หมายความว่าเรามีอะไรกันแล้วนี่ครับ คุณเห็นผมกับลูกสาวคุณกำลังมีอะไรกันเหรอ”
ไรวินทร์เถียงเสียงแข็งทั้งๆ ที่ปกติเขาจะรักษามารยาทกับผู้ใหญ่และไม่ใช้อารมณ์ แต่ครั้งนี้เขาทนไม่ไหวจริงๆ
ที่ผ่านมาไรวินทร์ไม่เคยรังเกียจวราลี ออกจะเอ็นดูเธอเสียด้วยซ้ำ แต่การที่มารดาเธอมาบังคับให้เขาแต่งงานกับเธออย่างไร้เหตุผล มันทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอ้หน้าโง่ที่ถูกชักจูงได้ง่าย
“ถ้าเมื่อคืนคุณไม่ได้ทำอะไรลูกสาวฉัน แล้วคุณจะวิ่งตามลูกสาวฉันออกมาในสภาพนั้นได้ยังไง”
“มันเกิดเรื่องหลายอย่างที่ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ผมไม่ได้ทำอะไรวุ้นจริงๆ”
ไรวินทร์เครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ
เขาอยากเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ทุกคนฟัง แต่การบอกใครต่อใครว่าเมื่อคืนเขาถูกวางยาปลุกกำหนัดมันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ ฟังไม่ขึ้น และน่าอับอาย อีกทั้งยังอาจทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต
ยิ่งกว่านั้นผกามาศอาจจะยิ่งไม่เชื่อว่าเขาไม่ได้ทำอะไรวราลี...มันจะมีผู้ชายสักกี่คนที่ถูกวางยาจนเกิดความต้องการอย่างหน้ามืดตามัว แต่ยังดึงสติตัวเองไว้แล้วปล่อยให้วราลีกลับห้องไปเหมือนที่เขาทำ
“ไปตรวจร่างกายก็ได้ครับ ผมกล้าสาบานว่าผมไม่ได้ล่วงเกินอะไรลูกสาวคุณ”
“ไม่ได้ล่วงเกินอะไรเลยงั้นเหรอ!”
ผกามาศสบตาไรวินทร์เหมือนต้องการเค้นเอาความจริง เพราะท่านสังเกตเห็นรอยสีแดงเป็นจ้ำที่ลำคอของลูกสาว มองผ่านๆ ก็รู้แล้วว่านั่นน่าจะเป็น ‘รอยจูบ’
“นอกจากกอดกับจูบ...”
น้ำเสียงแข็งๆ ของชายหนุ่มอ่อนลงเมื่อสารภาพในสิ่งที่ตนเองทำลงไป เพราะเขาก็เป็นลูกผู้ชายพอที่กล้าทำแล้วก็ต้องกล้ารับ แต่อะไรที่เขาไม่ได้ทำ เขาจะไม่มีวันยอมรับมันอย่างเด็ดขาด
“ลูกสาวฉันไม่เคยถูกแม้กระทั่งผู้ชายจับมือ...”
ผกามาศทำหน้าเหมือนจะเป็นลมเมื่อรู้ว่าลูกสาวถูกย่ำยีอะไรไปบ้าง
“คุณคุกคามยายวุ้นขนาดนี้ยังกล้าพูดว่าไม่ได้ล่วงเกินอีกเหรอ คุณดูลูกชายคุณนะคะ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลย ย่ำยีลูกสาวฉันเหมือนเป็นดอกไม้ริมทางทั้งๆ ที่ฉันทะนุถนอมลูกสาวฉันมาเป็นอย่างดี”
พอเห็นว่าคุยกับไรวินทร์แล้วไม่น่าจะบรรลุเป้าหมาย ผกามาศก็หันไปพูดกับอรวีอย่างตัดพ้อต่อว่า แถมยังทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ฝ่ายอรวีนั้นเป็นคนใจอ่อนและขี้สงสารอยู่เป็นทุน เห็นเช่นนั้นก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก
อรวีมั่นใจว่าลูกชายไม่ได้โกหก และการจะบังคับให้ไรวินทร์แต่งงานเพียงเพื่อรับผิดชอบวราลีนั้นเป็นการฝืนใจเขาจนอาจเกิดการต่อต้าน เพราะเขาเกลียดการบังคับอย่างไร้เหตุผลเป็นที่สุด
แต่พอเห็นผกามาศทำท่าจะร้องไห้ท่านก็เข้าใจความรู้สึกอีกฝ่าย และยิ่งเห็นหน้าเศร้าๆ ของวราลีก็ยิ่งสงสาร
หญิงสาวคงทั้งเสียใจ อับอาย และทำอะไรไม่ถูกกับสถานการณ์ในตอนนี้
“แม่คะ วุ้นไม่ได้อยากแต่งงานกับคุณไวน์ค่ะ เมื่อคืนเราไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ”
วราลีเห็นสายตาที่ไรวินทร์เหลือบมองเธอเหมือนจะสั่งว่าให้พูดอะไรสักอย่าง เธอจึงรีบหาจังหวะแทรกขึ้นมา เพราะรู้สึกอัปยศอดสูจนอยากร้องไห้ ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะมองเธอกับแม่ยังไง และรังเกียจเธอมากแค่ไหน
“ถ้าไม่แต่งงานกับผู้ชายคนนี้ แกก็ต้องกลับไปกับแม่แล้วรีบแต่งกับสรัลก่อนที่เรื่องเมื่อเช้านี้จะลอยไปถึงหูพวกเขา แม่จะไม่ยอมให้แกถูกใครตราหน้าว่าถูกเจาะไข่แดงฟรีหรอกนะ!”
ผกามาศหันไปยื่นคำขาดกับวราลีทำให้หญิงสาวอึ้งจนพูดไม่ออก
แม่จะให้เธอกลับไปแต่งงานกับผู้ชายอย่างสรัลอย่างนั้นหรือ...ให้ตายยังไงก็ไม่มีวัน!
“คุณมาศเขาเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียน”
วรงค์เห็นว่าผกามาศเจรจาคนเดียวอาจไม่ได้ผลจึงช่วยกดดันอีกแรง
“ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป คุณมาศจะต้องอับอายขายหน้า วงศ์ตระกูลเสียชื่อเสียง พ่อหนูวุ้นเป็นถึงอดีตนายอำเภอที่มีคนนับหน้าถือตา เป็นคนใจซื่อมือสะอาด ไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อยเลยนะครับ”
“พวกคุณใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ฝ่ายฉันก็ไม่คิดว่าจะไม่รับผิดชอบ”
อรวีพยายามเจรจาอย่างใจเย็น... ด้วยอายุที่ใกล้เคียงกัน เกิดในยุคสมัยเดียวกัน ท่านย่อมเข้าใจดีว่าผกามาศรู้สึกอย่างไร แต่ก็ไม่อยากบังคับจิตใจของหนุ่มสาว โดยเฉพาะลูกชายที่ไม่มีท่าทีว่าจะอ่อนลงเลย
“รับผิดชอบอะไรกันครับแม่ ผมไม่ได้ทำอะไรวุ้นจริงๆ”
ไรวินทร์สวนขึ้นมาทันควัน เขาโกรธจนอยากจะตอบโต้ด้วยคำหยาบคายแต่ก็อดทนเก็บกดมันไว้
“เรายังไม่ได้มีอะไรกัน เมื่อคืนผมเมา วุ้นแค่ไปส่งผลที่บ้านแล้วกลับไป ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมตอนเช้าวุ้นถึงแวะมาหาผมที่บ้านอีก ถ้าไม่เชื่อจะเปิดกล้องวงจรปิดดูก็ได้นะครับ”
“นายครับ!”
จังหวะนั้นเข้มซึ่งได้รับมอบหมายจากไรวินทร์ให้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ทางเดินและที่บ้านของเขากำลังจะเข้ามารายงานความคืบหน้ากับเจ้านายพอดี เมื่อได้ยินเจ้านายท้าให้เปิดกล้องวงจรปิด เขาก็ตะโกนเรียกเสียงดังทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเสียมารยาท
แต่...จะไม่ให้เขารีบร้องห้ามได้ยังไง ในเมื่อถ้าเปิดกล้องวงจรปิด คนที่จะซวยที่สุดก็คือไรวินทร์เองนั่นแหละ เผลอๆ อรวีจะรีบบังคับให้ลูกชายรีบแต่งงานกับวราลีด้วยอีกคน
เข้มรีบฝ่าสายตาของทุกคนเดินก้มหน้าก้มตาไปกระซิบกับไรวินทร์
“เปิดกล้องวงจรปิดจะยิ่งซวยเอานะครับนาย กล้องที่หน้าบ้านนายมันเห็นตอนที่นายกำลังกอดกำลังจูบคุณวุ้นเหมือนตายอดตายอยากเลยครับ ผมเห็นแล้วยังช็อกจนตาค้าง”
ไรวินทร์ถึงกับหน้าซีด เพราะตอนที่ท้าให้เปิดกล้องวงจรปิด เขาคิดแค่ว่ามันน่าจะบันทึกภาพที่วราลีกลับไปที่หอพัก แต่ลืมคิดไปว่าก่อนที่จะปล่อยเธอกลับไป เขาก็ซุกไซ้เธออยู่ที่ประตู ‘หนัก’ เหมือนกัน
มาอัพฉลองวันเกิดค่ะ วันนี้เป็นวันเกิดเค้า! จัดให้แบบยาวๆ ไปเลย ส่วนคุณไวน์เจอหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ รอดยากแล้ววว -.,-
ฝากโหวต แสนการุณ (ฉัตรฉาย) แทนคำอวยพรและเป็นของขวัญวันเกิดเล็กๆ ด้วยนะคะ เค้าจะได้กำลังใจอัพนิยายต่อ กดโหวตที่นี่เลย! >> https://campaign.mebmarket.com/MebTopVote2025/index.php

นิยายซีรี่ส์ในจักรวาลบ้านไร่ฯ มีดังนี้นะคะ
อ่านแยกเล่มได้ ไม่งงแน่นอน แต่ถ้าอ่านทุกเรื่องก็จะอินและผูกพันกับเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น เหมือนได้ติดตามชีวิตของพวกเขาแบบเรียลไลฟ์ค่ะ กดซื้อได้ที่ลิ้งก์นี้เลย >> https://www.mebmarket.com/index.php?store=publisher&action=book_list&publisher_id=1219967

ฝากผลงานเรื่องล่าสุดด้วยนะคะ ใครชอบพระเอกภายนอกดุดันอันตราย แต่ความจริงคลั่งรัก สายเปย์ เยดุ ห้ามพลาดน้าาา กดเลย! >> https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTIxOTk2NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM5NTQ2NDt9
