บทที่ 4-3 : วินาศสันตะโร (100%)
บทที่ 4-3 : วินาศสันตะโร (100%)

บทที่ 4
วินาศสันตะโร
“ผมเคยได้ยินมาว่าคุณอรเลี้ยงลูกชายเป็นอย่างดี...”
วรงค์เห็นสีหน้าและท่าทางระหว่างไรวินทร์กับเข้มก็คิดได้ว่าไรวินทร์น่าจะมีชนักติดหลัง
กล้องวงจรปิดคงไม่เป็นประโยชน์สำหรับอีกฝ่าย แต่น่าจะมีภาพที่เป็นหลักฐานเด็ดมัดตัวเสียมากกว่า เขาจึงรีบซ้ำด้วยข้อมูลที่เปิดหาได้จากอินเตอร์เน็ตแบบสดๆ ร้อนๆ เพื่อตะล่อมให้ไรวินทร์และอรวีโอนอ่อน
“คุณไวน์เองก็เรียนจบตั้งเมืองนอกเมืองนา เป็นลูกชายเพียงคุณเดียวที่คุณอรทั้งรักทั้งใส่ใจทุกอย่าง คุณอรน่าจะเข้าใจความรู้สึกของคุณมาศนะครับว่าเวลาที่ลูกถูกรังแกจะรู้สึกยังไง แล้วหนูวุ้นก็เป็นผู้หญิง เรื่องแบบนี้เสียหายกว่าผู้ชายอยู่แล้ว คุณอรจะไม่เห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกันเลยเหรอครับ”
“ตั้งแต่พ่อยายวุ้นเสีย ฉันก็เลี้ยงลูกสาวมาคนเดียว ฉันทะนุถนอมยายวุ้นมาอย่างดี ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ลูกชายคุณจะมีอะไรกับลูกสาวฉันจริงหรือเปล่า มันไม่สำคัญเท่ากับภาพที่ทุกคนเห็นหรอกนะคะ”
ผกามาศทรุดตัวลงนั่ง ทำเสียงสะอื้น และบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร...
ในเมื่อใช้ทักษะของผู้อำนวยการโรงเรียนบีบบังคับและกดดันอีกฝ่ายไม่ได้ ก็ต้องใช้บทคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้น่าสงสารเรียกร้องความเห็นใจแทน
“ป่านนี้ไม่รู้พนักงานจะเอาลูกสาวฉันไปพูดยังไง ต่อไปยายวุ้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“นี่! ยังไงก็จะให้ผมแต่งงานกับลูกสาวของคุณว่างั้น”
ไรวินทร์โกรธจนลุกขึ้นยืนจ้องหน้าผกามาศ อีกทั้งยังกำหมัดแน่นเหมือนความอดทนใกล้จะหมดลงเต็มทน ชายหนุ่มยอมรับว่าตอนนี้เขาโกรธมาก
โกรธแม่งไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง
ตั้งแต่เรื่องที่เมื่อคืนเขาถูกวางยา เรื่องที่วราลีไปหาเขาตอนเช้าแล้ววิ่งกรี๊ดออกมาจนคนแห่มาดู แล้วไหนจะแม่ของเธอดันมาเจอเข้าแล้วจู่ๆ ก็บังคับให้เขาแต่งงานกับเธอทั้งๆ ที่ทั้งสองเพิ่งจะรู้จักกันไม่กี่วันและไม่ได้รักใคร่ชอบพอกันเลยด้วยซ้ำ
“ยัง – ไง – ผม – ก็ – ไม่ – แต่ง”
และที่เขาโกรธที่สุดคือ...วราลีก็รู้ว่าความจริงเป็นยังไง แต่เธอดันนั่งเงียบเหมือนคนเป็นใบ้ ไม่ยอมพูดอะไรเลยสักคำ เหมือนเธอยอมรับการถูกบังคับให้แต่งงานกับเขาอย่างไรอย่างนั้น
“ถ้าไม่แต่ง...เรื่องนี้ก็อาจจะไปถึงชั้นศาล”
วรงค์เสียงแข็งขึ้น ลูกเลี้ยงของเขาชื่อเสียงด่างพร้อยเพราะไรวินทร์แบบนี้ ‘ค่าสินสอด’ ก็ต้องราคาตกไปกว่าครึ่ง ยังไงไรวินทร์ก็ต้องรับผิดชอบวราลี
“อย่างน้อยๆ คุณก็น่าจะเจอข้อหาคุกคาม ทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยวนะครับ กล้องวงจรปิดคงจะบอกอะไรพวกเราได้ดี และผมหวังว่าพอถึงเวลาต้องเปิดกล้องวงจรปิดขึ้นมาจริงๆ มันจะไม่บังเอิญเสียหรอกนะครับ”
“อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยค่ะ”
อรวีเห็นว่าวรงค์ท่าทางเอาจริง อีกทั้งผกามาศก็เป็นข้าราชการระดับสูง ถ้าขึ้นโรงขึ้นศาลก็คงสู้กันอยู่นาน ท่านเกรงว่ามันจะเสียไปทั้งสองฝ่าย
อีกอย่างท่านก็สังเกตเห็นท่าทีของไรวินทร์กับเข้มตอนที่พูดถึงกล้องวงจรปิดและคาดเดาได้ว่ามันน่าจะเป็นหลักฐานชั้นดีในการมัดตัวลูกชายท่านแน่ๆ ขืนสู้ไปก็มีแต่จะแพ้และอับอายขายหน้าเสียเปล่า
ท่านจึงดึงมือไรวินทร์ไว้เพื่อให้ลูกชายใจเย็นลง แล้วเป็นฝ่ายพูดแทน
“เอาเป็นว่าฝ่ายฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างตามที่คุณมาศต้องการนะคะ”
“อะไรนะครับแม่!”
ไรวินทร์ถามเสียงดังและพยายามดึงมือออกจากมือของอรวีเพื่อแสดงออกว่าเขาไม่ได้เห็นด้วยกับการตัดสินใจของท่าน ทว่าคนเป็นแม่ก็รีบดึงมือเขาเอาไว้อีกครั้ง แล้วบอกทางสายตาว่าให้เขายอมอ่อนข้อไปก่อน
“นะคะ” น้ำเสียงอรวีอ่อนลงเมื่อพูดกับผกามาศ “อย่าถึงขั้นต้องไปโรงพักหรือขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลย ไม่งั้นจะยิ่งเสียชื่อเสียงกันทั้งสองฝ่าย ฉันก็ไม่อยากให้ใครเอาไปพูดว่าลูกชายฉันเอาเปรียบหนูวุ้นเหมือนกัน”
“แม่! ผมยังไม่เคยมีอะไรกับวุ้นจริงๆ นะครับ”
ไรวินทร์พยายามโต้แย้ง เพราะเขารู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดความผิด ไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่มีใครเข้าข้างเขาเลย แม้กระทั่งแม่ของตัวเอง
“ทำยังไงได้ล่ะตาไวน์ เราดันไปกอดหนูวุ้นในสภาพแบบนั้นต่อหน้าพนักงานเป็นสิบ เขาพูดกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ปากคนไปไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก แต่งกันไปก่อน อยู่กันไปก่อน บางทีอาจจะดีก็ได้นะลูก”
ดีเหี้ยอะไร!
ชายหนุ่มตะโกนก้องอยู่ในใจ เพราะลองอรวีออกปากอย่างนี้แล้วแสดงว่าท่านเห็นด้วยกับผกามาศ และสุดท้ายก็คงกล่อมเขาให้ยอมตกลงแต่งงานกับวราลีอย่างไม่ต้องสงสัย
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าทำไมท่านถึงเห็นดีเห็นงามกับคนอื่นทั้งๆ ที่น่าจะรู้จักเขาดีที่สุดและการบังคับให้เขาแต่งงานคือการข่มเหงน้ำใจเขา
“นะลูกนะ หนูวุ้นก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ นิสัยน้องก็ออกจะน่ารัก เชื่อแม่เถอะ มันจะดีสำหรับทุกฝ่าย”
“ครับ...ดี”
ชายหนุ่มเหยียดยิ้มที่มุมปากขณะกัดฟันจนดังกรอด ดวงตาที่ลุกวาวด้วยไฟโทสะหันไปมอง (ว่าที่) เจ้าสาวที่เอาแต่ก้มหน้า นั่งเงียบ ไม่ปริปากอะไรสักคำและทำราวกับว่าลึกๆ เธออยากจะแต่งงานกับเขานักหนา
“ดีมาก!”
น้ำเสียงดุดันเล็ดลอดไรฟันออกมาเข้าหูวราลี นั่นยิ่งทำให้เธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสู้สายตากับเขา หญิงสาวเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการเงียบของเธอจะส่งผลยังไงกับชีวิตในภายภาคหน้า
สายตาที่ไรวินทร์ใช้มองเธอในตอนนี้คงไม่ได้อ่อนโยนใจดีเหมือนเก่าก่อน เพราะแค่น้ำเสียงของเขาก็แตกต่างจาก ‘คุณไวน์’ เจ้านายผู้แสนดีที่เธอเคยรู้จักราวกับเป็นคนละคนแล้ว
แต่จะทำอย่างไรได้ ตอนนี้วราลีไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้วจริงๆ!
ขอโทษนะคะคุณไวน์...
จากพระรองผู้แสนดีจะเทิร์นร่างเป็นพระเอกสายโบ้ค่ะ สงสารหนูวุ้นเลย ตอนหน้า ‘เข้าหอ’ แล้ววว! ปล. ขอบคุณสำหรับคำอวยพรจากทุกคนนะคะ ขอให้นักอ่านมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง และเป็นปีที่ดีเช่นกันค่า
พี่เมพมีการจัดโหวตสุดยอดนักเขียนแห่งปี โอ๋ฝากทุกคนโหวต แสนการุณ (ฉัตรฉาย) กับ Hideko_Sunshine ด้วยนะคะ จะได้กำลังใจสู้กับความหนาวเขียนคุณไวน์กับหนูวุ้นต่อ กดโหวตที่นี่เลย! >> https://campaign.mebmarket.com/MebTopVote2025/index.php

นิยายซีรี่ส์ในจักรวาลบ้านไร่ฯ มีดังนี้นะคะ
อ่านแยกเล่มได้ ไม่งงแน่นอน แต่ถ้าอ่านทุกเรื่องก็จะอินและผูกพันกับเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น เหมือนได้ติดตามชีวิตของพวกเขาแบบเรียลไลฟ์ค่ะ กดซื้อได้ที่ลิ้งก์นี้เลย >> https://www.mebmarket.com/index.php?store=publisher&action=book_list&publisher_id=1219967

ฝากผลงานเรื่องล่าสุดด้วยนะคะ ใครชอบพระเอกภายนอกดุดันอันตราย แต่ความจริงคลั่งรัก สายเปย์ เยดุ ห้ามพลาดน้าาา กดเลย! >> https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTIxOTk2NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM5NTQ2NDt9
