บทที่ 6-2 : คืนเข้าหอ (100%)
บทที่ 6-2 : คืนเข้าหอ (100%)

บทที่ 6
คืนเข้าหอ
งานมงคลสมรสระหว่างไรวินทร์กับวราลีจัดขึ้นที่บ้านสองชั้นสีขาวหลังใหญ่สไตล์ตะวันตกของอรวี
เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง อีกทั้งยังมีสวนสวย และห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่พอที่จะรองรับแขก ถึงกระนั้นแขกที่เชิญมาร่วมงานส่วนใหญ่ก็เป็นญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายซึ่งมีไม่ถึงยี่สิบคน
กำหนดการจัดงานฉุกละหุกมาก แต่คนที่รักษาภาพลักษณ์อย่างอรวีก็จัดเนรมิตงานได้อย่างสมเกียรติและไม่อายใคร สวนหน้าบ้าน ห้องอาหาร และห้องหอจัดตกแต่งอย่างเรียบหรูด้วยดอกไม้ราคาแพง
อาหารทุกอย่างที่นำมาขึ้นโต๊ะล้วนแล้วแต่คัดสรรอย่างดี และยังมีของชำร่วยที่น่าประทับใจ
ตอนแรกผกามาศคิดว่าอรวีคงจัดงานให้แค่พอเป็นพิธี แต่เมื่อเห็นบรรยากาศแล้วก็ถึงกับยิ้มแก้มปริจนหาโอกาสขอบคุณอรวีด้วยตัวเองที่อีกฝ่ายเข้าใจท่านและยังช่วยรักษาหน้าให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณมาศ ยังไงเราก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว ฉันมีลูกชายคนเดียว ถึงตาไวน์จะยังมึนๆ ตึงๆ อยู่ แต่ฉันคาดหวังให้ลูกๆ ของเราลงเอยกันด้วยดีนะคะ ฉันไม่ทำให้หนูวุ้นต้องอายใครหรอกค่ะ”
ได้ยินแบบนั้นผกามาศก็เบาใจในระดับหนึ่งเพราะเห็นท่าทีลูกเขยตอนไปจดทะเบียนสมรสแล้วก็อดเป็นห่วงลูกสาวของตัวเองไม่ได้ ท่านกลัวว่าวราลีจะถูกสามีข่มเหงรังแกจนอยู่ไม่เป็นสุข
อรวีเป็นคนจัดการเรื่องชุดแต่งงานให้กับบ่าวสาวเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจควบคุมไม่ได้
ชุดที่ท่านจัดให้ไรวินทร์กับวราลีนั้นเหมาะสมกับงานเลี้ยงแบบค็อกเทล เข้ากับสถานที่ ไม่ได้ดูอลังการเกินไป แต่ก็ไม่ได้มักง่ายจนเหมือนไม่ใส่ใจซึ่งทั้งไรวินทร์และวราลีก็ไม่ได้ขัดแย้งแต่ประการใด
ลำดับพิธีการไม่ได้มีอะไรมาก เริ่มต้นด้วยเวลา 17.00 น. ถ่ายรูปกับคู่บ่าวสาวแล้วทยอยเข้าไปนั่งในห้องอาหาร เพราะแสงช่วงนี้กำลังสวย อากาศก็เย็นสบายเหมาะกับการถ่ายภาพ
จากนั้นเป็นการทานอาหารร่วมกันและให้ญาติผู้ใหญ่อวยพร ก่อนจะส่งตัวเข้าห้องหอในเวลา 20.09 น.
ห้าโมงเย็นวราลีแต่งตัวเสร็จแล้วปรากฏตัวในงานตรงตามเวลา
เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวคอปาด กระโปรงเป็นทรงหางปลา แต่ไม่มีชายลากพื้นยาวเกินไปจนเดินลำบาก เกล้าผมทรงเจ้าสาว ประดับด้วยดอกไม้เล็กๆ และแต่งหน้าอย่างสวยงามพอดิบพอดี ดูเบาสบาย แต่งดงามอ่อนหวาน
“เจ้าไวน์นี่มันตาถึงจริงๆ เจ้าสาวสวยอย่างกับดารา”
ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชายทักขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อเห็นหลานสะใภ้ หญิงสาวจึงยกมือไหว้ก่อนจะเดินไปหาอรวีและผกามาศซึ่งยืนรออยู่บริเวณซุ้มดอกไม้ที่จัดเอาไว้เพื่อถ่ายรูปกับคู่บ่าวสาว
ผกามาศยิ้มอย่างอารมณ์ดี ท่านคิดว่างานคืนนี้น่าจะผ่านไปด้วยดี เพราะอรวีจัดงานออกมาดีมาก อีกทั้งญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายก็ดูยินดี และพูดคุยกันอย่างชื่นมื่นไม่ต่างจากงานแต่งปกติทั่วไป
ไม่มีใครรู้เลยว่างานแต่งงานครั้งนี้มี ‘เบื้องหลัง’ ที่ซับซ้อนแค่ไหน
จนกระทั่ง...
“ตายแล้ว!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของผกามาศเลือนหายไปในพริบตาเมื่อเหลือบไปเห็นลูกเขยเดินเข้ามาในงานด้วยชุดดำราวกับมาร่วมงานศพ
ในใจของแม่ยายมือใหม่ลุกท่วมไปด้วยไฟโทสะ ใบหน้าบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจขณะหันไปมองอรวีเหมือนต้องการถามว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าบ่าวไรวินทร์ถึงแต่งชุดดำมาร่วมงานแต่ง!
“ตาไวน์...ใส่ชุดดำมาทำไม นี่ไม่ใช่งานศพนะ ทำไมไม่ใส่ชุดที่แม่ส่งไปให้”
อรวีพุ่งตรงเข้าไปจัดการลูกชาย ทั้งดึงแขนเขาให้ก้มตัวลงมาแล้วกระซิบถามดุๆ เพราะชุดที่ท่านจัดให้ลูกชายเป็นเชิ้ตสีขาว กางเกงสีครีม และสวมทับด้วยเสื้อสูทสีครีม ดูไม่เป็นทางการเกินไป แต่หล่อเหลาดูดีและเข้ากับชุดของวราลีเป็นอย่างดี
ไม่ใช่ชุดดำตั้งแต่ศีรษะจดเท้าแบบนี้!
“แล้วงานนี้มันต่างจากงานศพของผมตรงไหนเหรอครับ”
ไรวินทร์ไม่ได้พูดเสียงดังแต่ก็ทำให้ผกามาศและวราลีที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันได้ยินเต็มสองรูหู ผกามาศนั้นโกรธจนอยากจะด่าลูกเขยที่แผลงฤทธิ์ต่อหน้าแขกผู้ใหญ่ในงาน ส่วนวราลีก็หน้าเสียแล้วหน้าเสียอีก
หญิงสาวรู้ว่าไรวินทร์คงต้องการทำทุกอย่างเพื่อฉีกหน้าเธอและครอบครัวซึ่งเขาก็ทำสำเร็จจริงๆ เพราะผกามาศเกือบจะอาละวาดโวยวายอยู่แล้ว แต่ติดว่าอรวีรีบดึงมือท่านเอาไว้เพื่อปรามให้ใจเย็นลงก่อน
“ไหวหรือเปล่ายายวุ้น”
ตัวเองเป็นแม่เจ้าสาวยังโกรธขนาดนี้แล้วตัวเจ้าสาวจะโกรธขนาดไหน
ผกามาศเองก็นึกเป็นห่วงความรู้สึกของลูกสาวเช่นกัน
“วุ้นไม่เป็นไรค่ะแม่”
วราลีอดทนกับการฉีกหน้าและท่าทีรังเกียจของไรวินทร์แทบไม่ไหวแล้ว แต่เธอรู้ว่าการโวยวายหรือแสดงความรู้สึกออกไปจะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่เข้าไปใหญ่
เธอจึงทำได้แค่ยืนนิ่งและข่มอารมณ์ไว้ ทำยังไงได้ล่ะก็เธอเลือกทางนี้เอง รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ได้อยากแต่งงานด้วย แต่ก็ยังตัดสินใจแต่งกับเขา
“ตาไวน์ทำไมใส่ชุดดำมาล่ะหลาน”
ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งตะโกนมาถามอย่างข้องใจในขณะที่คนอื่นๆ ก็มองมาด้วยความสงสัยเพราะไม่มีเหตุผลเลยที่เจ้าบ่าวจะใส่ชุดดำมาร่วมพิธีถ้าไม่ได้มีปัญหากับการแต่งงานในครั้งนี้
หลายคนเริ่มรู้สึกว่างานคืนนี้มันชักจะทะแม่งๆ แล้ว
“เอ่อ...ฉันบอกตาไวน์ว่าเป็นงานเล็กๆ มีแต่คนกันเองน่ะค่ะ ตาไวน์ก็เลยแต่งตัวตามสบายไปหน่อย ชุดนี้เป็นชุดเก่งของตาไวน์เลยนะคะ ใส่ชุดขาวคงกลัวตัวเองจะไม่หล่อเลยเลือกใส่ชุดเก่งแทน”
อรวีบอกกับทุกคนด้วยรอยยิ้มเบิกบานราวกับไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดเกิดขึ้นทั้งๆ ท่านแอบบิดแขนลูกชายตัวดีไปด้วย
คำตอบนั้นทำให้ญาติผู้ใหญ่หายข้องใจ หลายคนยิ้มขบขันกับความคิดของหลานชาย ต่างอดคิดไม่ได้ว่าคนเป็นเจ้าบ่าวครั้งแรกมันก็ต้องตื่นเต้นและห่วงหล่อเป็นธรรมดา เพราะเจ้าสาวสวยเสียขนาดนี้
“โอ๊ย! ตาไวน์หุ่นดีอย่างกับนายแบบ หน้าตาหล่อเหลาอย่างกับพระเอกละคร ใส่ชุดไปตัดอ้อยก็หล่อลูก”
ญาติผู้ใหญ่อีกคนแซวก่อนจะมองหลานชายด้วยสายตาเอ็นดู ไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายถูกบังคับหรือมีปัญหากับงานแต่ง เพราะเจ้าสาวก็กิริยามารยาทดี อีกทั้งยังหน้าตาสะสวย ผู้ชายที่ไหนจะปฏิเสธได้
คุณไวน์นี่มันแผลงฤทธิ์ทุกดอกจริงๆ คุณเขาไม่เหลือทางลงเอาไว้ให้ตัวเองเลย แต่โอ๋ชอบพระเอกแบบนี้มากเลยค่ะ รอสมน้ำหน้าเวลามันเป็นหมา จะหอนดังกว่าคุณสิงห์มั้ยน้าาา 555555
นิยายซีรี่ส์ในจักรวาลบ้านไร่ฯ มีดังนี้นะคะ
อ่านแยกเล่มได้ ไม่งงแน่นอน แต่ถ้าอ่านทุกเรื่องก็จะอินและผูกพันกับเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น เหมือนได้ติดตามชีวิตของพวกเขาแบบเรียลไลฟ์ค่ะ กดซื้อได้ที่ลิ้งก์นี้เลย >> https://www.mebmarket.com/index.php?store=publisher&action=book_list&publisher_id=1219967

ฝากผลงานเรื่องล่าสุดด้วยนะคะ ใครชอบพระเอกภายนอกดุดันอันตราย แต่ความจริงคลั่งรัก สายเปย์ เยดุ ห้ามพลาดน้าาา กดเลย! >> https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTIxOTk2NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM5NTQ2NDt9
