บทที่ 6-3 : คืนเข้าหอ (100%)
บทที่ 6-3 : คืนเข้าหอ (100%)

บทที่ 6
คืนเข้าหอ
“ไปเปลี่ยนชุดดีมั้ย น่าจะยังทัน”
ผกามาศออกปากพูดหลังจากที่ดึงสติกลับมาได้
“ไม่ดีกว่าครับ เจ้าสาวใส่ชุดขาว เจ้าบ่าวใส่ชุดดำ แปลกดีออก”
ไรวินทร์กระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ วราลีแล้วเอื้อมมือไปโอบเอวบางให้เธอขยับเข้ามายืนชิดกับเขาท่ามกลางสายตาใครต่อใคร ดวงตาคมกริบมองใบหน้าหวานก่อนจะเหยียดยิ้มเยือกเย็น
“คุณไวน์!”
วราลีกัดฟันเรียกชายหนุ่มขณะยกมือขึ้นดันแผ่นอกกว้างไว้เพราะไม่อยากแนบชิดกับเขาต่อหน้าคนอื่น เธอรู้ว่าเขาไม่ได้อยากอยู่ใกล้เธอหรอก แต่เขากำลังกลั่นแกล้งเธอให้อับอายขายหน้าต่างหาก
“ถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึก อยากแต่งงานมากไม่ใช่เหรอ จะได้เก็บเอาไว้ดูจนวันตายเลยไง”
ไรวินทร์กระซิบตอบทั้งๆ ที่หน้ายังยิ้ม ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังพูดกับวราลีด้วยถ้อยคำถากถาง
จังหวะนั้นตากล้องที่อรวีจ้างมาเพื่อเก็บภาพบรรยากาศในงานก็รีบกดชัตเตอร์เก็บภาพคู่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวท่ามกลางเสียงแซวของแขกในงานว่าเจ้าบ่าวใจร้อนเสียจริง สงสัยจะอยากกอดเจ้าสาวจนอดใจรอฤกษ์เข้าหอไม่ไหวแล้ว
โอ๊ยยย หนีงานแต่งตอนนี้ทันมั้ยเนี่ย!
ทว่าเจ้าสาวอย่างวราลีกลับขนลุกซู่ไปทั้งกาย เธอไม่ได้คิดว่าไรวินทร์กำลังพิศวาสในตัวเธอสักนิด แต่ที่เขาทำอยู่ตอนนี้คงต้องการประชดเธอ ผกามาศ วรงค์ อรวี และทุกคนที่มาร่วมยินดีกับงานแต่งงานที่เขาไม่เต็มใจและไม่มีวันเต็มใจ
ให้ตายสิ! หญิงสาวไม่อยากคิดเลยว่าคืนนี้เธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง!
พอญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอวยพรให้คู่บ่าวสาวเป็นที่เรียบร้อยทั้งอรวีและผกามาศต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะถือว่าเสร็จสิ้นพิธีการและไรวินทร์จะไม่ออกฤทธิ์แสดงเดชให้ทั้งสองต้องลุ้นระลึกกันอีกแล้ว
หลังจากที่สวมชุดดำเข้ามาร่วมงานแต่งงาน ชายหนุ่มก็ไม่ได้ขัดขวางการแต่งงานอย่างโจ่งแจ้ง แต่มีหลายครั้งที่เขาจงใจพูดกระทบกระเทียบอรวี ผกามาศ วรงค์ และเจ้าสาวอย่างวราลีจนคนฟังนิ่งงันเหมือนถูก ‘ช็อตฟีล’
แน่นอนว่าคนที่ต้องคอยแก้ไขคำพูดของลูกชายก็คือแม่งานอย่างอรวี
“อยู่กันดีๆ อย่าไปหาเรื่องน้องนะตาไวน์”
อรวีกำชับลูกชายก่อนจะออกจากห้องส่วนตัวของไรวินทร์ซึ่งถูกจัดแต่งให้เป็นห้องหอ
ก่อนหน้านี้เสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของวราลีก็ถูกนำเข้ามาจัดเอาไว้ในห้องนี้เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างลงตัว สวยงาม และน่าจะเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ดีถ้าเจ้าบ่าวมีความสุขกับการแต่งงานมากกว่านี้
“ใครจะกล้าทำอะไรลูกสะใภ้คนดีของแม่ล่ะครับ”
“เรายิ่งพูดแบบนี้แม่ยิ่งระแวงนะ”
“แม่ออกไปเถอะครับ จะเลยฤกษ์เข้าหอแล้ว”
ไรวินทร์ไม่แม้แต่รับปากให้อรวีสบายใจ แต่เขาดันหลังมารดาเบาๆ ให้ท่านเดินพ้นประตูตามหลังผกามาศออกไปทั้งๆ ที่ทั้งสองแม่ออกอาการเป็นห่วงวราลีอย่างเห็นได้ชัด
ไรวินทร์ทั้งหมั่นไส้ทั้งสงสัยเหลือเกินว่าถ้าทั้งสองกลัวว่าเขาจะ ‘เอาคืน’ วราลีขนาดนี้แล้วทำไมยังบังคับให้เขาแต่งงานกับเธออยู่อีก
อย่างไรก็ตาม เรื่องก่อนแต่งงานมันไม่สำคัญอีกต่อไป ตอนนี้มันสำคัญที่ว่าเขาแต่งงานกับวราลีแล้วทั้งๆ ที่ไม่เคยรับรู้เบื้องลึกเบื้องหลังในการตัดสินใจครั้งนี้ของเธอ
เขาเชื่อแน่ว่าเธอไม่ได้รักเขา ไม่ได้ตัดสินใจแต่งงานแค่ถูกผู้ใหญ่บังคับ แต่มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่านั้น
ปึง...
ชายหนุ่มปิดประตูอย่างพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในใจ
หลังจากที่วันที่ต้องจำยอมแต่งงานกับวราลี เขากับเธอก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ทั้งๆ ที่เธอน่าจะติดต่อมาหาเขาและหาโอกาสขอโทษเขา รวมทั้งอธิบายเหตุผลทุกอย่าง แต่เธอกลับเพิกเฉยและทำเหมือนไม่รับรู้อะไรเลย
นั่นแหละที่ทำให้เขายิ่งโกรธและผิดหวังในตัวเธอ...
ที่ผ่านมาไรวินทร์คิดว่าวราลีเป็นพนักงานคนหนึ่งที่น่ารัก ใส่ใจคนรอบข้าง และขี้เกรงใจ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เขามองเธอเปลี่ยนไป ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจแต่งงานกับเขาเพราะอะไร เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง
ฝ่ายวราลีซึ่งยังคงยืนนิ่งอยู่ในห้องก็รับรู้ได้ถึงไอสังหารที่ส่งมาทางสายตาคมกริบของไรวินทร์
หญิงสาวหวาดหวั่นใจเหมือนถูกขังเอาไว้ในกรงเดียวกับเสือร้ายที่กำลังโกรธจัดจนไม่รู้จะวางตัวยังไงหรือเริ่มพูดกับเขายังไงก่อนดี เพราะเธอรับรู้มาตลอดว่าเขาไม่พอใจเธอมากและสะสมความกรุ่นโกรธเอาไว้รอวันระเบิด
หญิงสาวอยากจะเอ่ยปากขอโทษเขา อธิบายทุกอย่างให้เขาฟัง และทำตัวเป็นภาระให้เขาน้อยที่สุด แต่เห็นสายตาอำมหิตที่ไรวินทร์มองมาแล้ว เธอก็จำต้องกลืนทุกถ้อยคำลงคอเพราะถ้ากลัวว่าถ้าส่งเสียงออกไปนิดเดียวมันอาจไม่ต่างกับการไปดึงสลักระเบิดอารมณ์ของเขาก็ได้
คิดได้ดังนั้นวราลีจึงขยับเท้าถอยหลังไปเงียบๆ เพื่อไปจัดการกับเครื่องสำอางบนใบหน้า อาบน้ำ และเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมตัวเข้านอนโดยไม่คิดจะพูดอะไรกับเขาแม้แต่คำเดียว
หมับ!
แต่ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะทำตัวเหมือนเหยื่อที่ย่องหนีเสืออย่างแนบเนียนเพียงใด แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นจากกรงเล็บของอีกฝ่ายได้ ใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีไรวินทร์ก็สาวเท้ายาวๆ พุ่งมาจนถึงตัวเธอแล้ว
มือใหญ่คว้าที่ต้นแขนของวราลีไว้ไม่ให้เธอหนีไปไหนพ้น ความกรุ่นโกรธทำให้เขาบีบมันแน่นจนขึ้นรอยแรง หญิงสาวเจ็บจนต้องนิ่วหน้าแต่ไม่หลุดปากโอดโอยด้วยรู้ว่าความเจ็บปวดของตนอาจทำให้เขายิ่งรำคาญใจ
“จนป่านนี้ก็ยังไม่คิดจะพูดอะไรกับฉันสักคำเลยหรือไง จิตสำนึกของเธออยู่ที่ไหน”
ไรวินทร์เค้นเสียงถาม แม้จะโกรธมาก แต่เขายังพยายามข่มความเดือดดาลไว้ทั้งๆ ที่อยากระเบิดอารมณ์ใส่ทุกคนตั้งแต่อยู่ในงานแต่งแล้ว
ยิ่งเห็นวราลียืนลอยหน้าลอยตาราวกับไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของตน เขาก็ยิ่งโกรธจนเสี้ยวหนึ่งในใจคิดว่าเธอเองก็เต็มใจที่จะแต่งงานและอาจวางแผนทุกอย่างก็ได้
ฝ่ายวราลีก็รับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าไรวินทร์กำลังโกรธจัดจนข่มความรู้สึกไว้แทบไม่ไหวแล้ว เขาถึงได้เปิดบทสนทนาขึ้นก่อนทั้งๆ ที่เขาน่าจะรังเกียจเธอจนไม่อยากมองหน้า
ขนาดสรรพนามที่ใช้เรียกเธอกับใช้แทนตัวเองยังเปลี่ยนไปจากเดิม และห่างเหินขึ้นอย่างชัดเจนจนเธอเจ็บแปลบอยู่ลึกๆ
หญิงสาวพยายามเรียบเรียงคำพูดในใจ เธออยากอธิบายทุกเหตุผลให้เขาฟังในวันนี้
“เธออยากแต่งงานมากจนต้องใช้วิธีเลวๆ แบบนี้เลยเหรอ...”
คุณไวน์เทิร์นตัวเองจากพระเอกแสนดีเข้าสู่การเป็นลูกเขยคนเปรตเต็มตัวแล้วค่ะ โอ๊ย! ด่าเมียฉ่ำมาก สงสารหนูวุ้นเลย พยายามทำตัวไม่มีปัญหาเท่าไหร่ พี่เขายิ่งหงุดหงิดใส่ 55555+ ใครทวงถามอีบุ๊กและรูปเล่มโปรดรอหน่อยนะคะ โอ๋พยายามเร่งแล้วแต่เข็นไม่ขึ้นเลยค่ะ สปีดต่ำมาก แต่ตอนนี้กลับมาเขียนงานที่เขาใหญ่เซฟโซนของตัวเองแล้ว หวังว่าจะกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่สักที เป็นกำลังใจให้โอ๋ด้วยนะคะ T__T

นิยายซีรี่ส์ในจักรวาลบ้านไร่ฯ มีดังนี้นะคะ
อ่านแยกเล่มได้ ไม่งงแน่นอน แต่ถ้าอ่านทุกเรื่องก็จะอินและผูกพันกับเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น เหมือนได้ติดตามชีวิตของพวกเขาแบบเรียลไลฟ์ค่ะ กดซื้อได้ที่ลิ้งก์นี้เลย >> https://www.mebmarket.com/index.php?store=publisher&action=book_list&publisher_id=1219967

ฝากผลงานเรื่องล่าสุดด้วยนะคะ ใครชอบพระเอกภายนอกดุดันอันตราย แต่ความจริงคลั่งรัก สายเปย์ เยดุ ห้ามพลาดน้าาา กดเลย! >> https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTIxOTk2NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM5NTQ2NDt9
