บทนำ-1 : ลูกแมวหลงทาง (100%)
บทนำ-1 : ลูกแมวหลงทาง (100%)

บทนำ
ลูกแมวหลงทาง
** อัพไม่จบนะคะ ลงเป็นตัวอย่างครึ่งเรื่อง **
อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
จุดหมายในการเดินทางของ ‘วราลี’ ในครั้งนี้คือไร่สุวรรณรัตน์...
‘ได้ยินผู้จัดการพูดว่าจะเปิดรับสมัครพนักงานต้อนรับเพิ่มอีกคน เพราะคนเก่าหนีตามผู้ชายไปแล้ว แกมาทำมั้ยล่ะ เดี๋ยวฉันลองคุยกับผู้จัดการให้ แต่เงินเดือนอาจจะไม่ได้เยอะมากนะ’
‘ไม่เป็นไร ยังไงฉันก็จะไปทำงานกับแก จะไปวันพรุ่งนี้เลย’
วราลีนึกถึงคำพูดระหว่างตนเองกับ ‘มิลานันท์’ เพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้นที่ยังติดต่อกันมาตลอดจนถึงปัจจุบัน เพราะเธอคิดแค่เพียงว่าจะทำงานอะไรที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น
แค่ไม่ใช่งานผิดกฎหมายหรืองานที่เบียดเบียนใคร และขอเพียงให้เธอหนีออกไปจาก ‘บ้าน’ ที่เหมือนกรงกักขังเธอมากขึ้นทุกวันก็พอ
มิลานันท์รับปากว่าจะคุยกับผู้จัดการให้ ถ้าไม่ได้งานก็จะขอให้วราลีอาศัยอยู่ในหอพักคนงานด้วยกันสักพักก่อน เมื่อตกลงกับเพื่อนแล้ววันต่อมาวราลีก็หาจังหวะหนีออกจากบ้านตอนที่แม่กับพ่อเลี้ยงไม่อยู่
เธอเหมารถรับจ้างจากอำเภอปากช่องให้มาส่งที่ไร่สุวรรณรัตน์ซึ่งอยู่ในอำเภอวังน้ำเขียว
เมื่อรถกระบะแล่นมาบนทางหลวงชนบท นม. 3052 ผ่านเขตอำเภอวังน้ำเขียวซึ่งตลอดเส้นทางจะค่อนข้างคดเคี้ยว ขึ้นเนินและลงเนินตามประสาพื้นที่ที่เต็มไปด้วยภูเขา หัวใจของวราลีก็เริ่มปลอดโปร่งขึ้น
แม้อำเภอนี้จะอยู่ติดกับอำเภอปากช่องซึ่งเป็นบ้านของเธอ แต่ปกติเธอไม่ได้ผ่านมาที่อำเภอนี้ ไม่มีญาติอยู่ที่นี่ และแม่ก็ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับมิลานันท์นัก แม่คงไม่คิดว่าเธอจะหนีมาอยู่ที่นี่
แม่ไม่น่าจะตามเราเจอง่ายๆ หรอก
หญิงสาวปลอบใจตัวเองขณะที่ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนยาวมองทิวทัศน์ข้างทางเพื่อผ่อนคลายอารมณ์
อำเภอวังน้ำเขียวเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ภูมิศาสตร์เต็มไปด้วยภูเขา หมอก และอากาศบริสุทธิ์จนได้รับสมญานามว่า ‘สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน’
ต้นเดือนตุลาคมเช่นนี้อยู่ในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว อากาศจะยังแปรปรวน บางวันมีฝนตก กลางคืนและช่วงเช้าอากาศเย็น แต่ตอนกลางวันหากไม่มีฝนตกอากาศก็จะร้อนในระดับหนึ่ง
วันนี้ไม่มีฝนตก ท้องฟ้าปลอดโปร่งเป็นสีคราม แซมด้วยเมฆสีขาว ต้นไม้ทั้งสองข้างทางยังเขียวขจีและไหวไปตามแรงลมที่พัดผ่านมาเป็นระยะๆ ราวกับจะโบกมือต้อนรับการมาถึงของวราลี
“ถึงแล้วน้อง พี่ส่งแค่หน้าทางเข้าไร่นะ เดี๋ยวต้องรีบไปส่งของให้ลูกค้าต่อ เขาโทรตามแล้ว”
เสียงเจ้าของรถรับจ้างดึงสายตาหญิงสาวให้หันกลับไปมองเขาในจังหวะที่รถกระบะจอดชิดริมถนนพอดี
“เอ่อ...แล้วมันต้องเดินเข้าไปไกลมั้ยคะ”
“ไม่ถึงครึ่งกิโลหรอกน้อง โทษทีนะ ลูกค้าอีกคนเขารีบน่ะ ถ้าพี่ไม่รีบไปโดนเจ้เขาด่ายับแน่”
วราลีจำได้ว่าก่อนจะมาถึงที่นี่ประมาณห้านาที เธอได้ยินเขาคุยโทรศัพท์ว่า ‘ครับเจ้ เดี๋ยวผมจะรีบไป’ เธอจึงไม่โต้แย้งเมื่อเขาบอกว่าขอส่งแค่นี้
หญิงสาวจ่ายเงินค่าจ้างให้กับเจ้าของรถ จากนั้นลงไปหยิบกระเป๋าเดินทางสองใบที่กระบะหลัง แล้วไม่กี่วินาทีต่อมารถกระบะสีแดงที่มีอายุใช้งานเกือบยี่สิบปีก็แล่นออกไป
จ๊อก...
คนตัวเล็กกำลังจะก้มลงหยิบกระเป๋าเดินทาง ทว่ากระเพาะเจ้ากรรมก็ประท้วงโหยหาอาหารขึ้นมาก่อน เนื่องจากยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนอกจากน้ำเปล่ามาตั้งแต่เย็นเมื่อวานแล้ว
เมื่อเช้าวราลีมัวแต่ตื่นเต้นกับการหาจังหวะหนีออกจากบ้านจนไม่ได้กินอะไร กว่าจะได้ออกมาก็เกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว ระยะเวลาเดินทางจากปากช่องมาที่นี่ใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ไม่แปลกเลยถ้าเธอจะหิว
“ไปถึงไร่สุวรรณรัตน์เมื่อไหร่จะกินฉลองให้ท้องแตกเลย!”
หญิงสาวบอกตัวเองให้ฮึ่บสู้ขณะหยิบกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งขึ้นมาสะพายหลัง จากนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าแอพกูเกิ้ลแมพเพื่อเช็กระยะทางให้แน่ใจ ทว่า...เธอก็ถึงกับหน้าซีดในวินาทีนั้น
“ไหนบอกว่าเดินอีกไม่ถึงครึ่งกิโล นี่มันห้ากิโลเลยนะ!”
วราลีอยากจะเป็นลมขึ้นมาดื้อๆ เธอโกรธคนขับรถรับจ้างจนอยากโทรไปด่าที่เขาเอาเธอมาทิ้งไว้ตรงนี้ทั้งๆ ที่จุดหมายยังอยู่อีกไกล จุดที่เธอยืนอยู่มันไม่ใช่ทางเข้าไร่สุวรรณรัตน์ แต่เป็นที่ไหนก็ไม่รู้
“วันซวยอะไรวะเนี่ย”
หญิงสาวได้แต่พ่นลมหายใจออกมา ครั้นจะโทรไปด่าคนขับรถรับจ้างก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมานอกจากเปลืองพลังงานเปล่าๆ เธอจึงได้แต่เดินไปตามถนนลาดยางท่ามกลางแสงตะวันที่ยังเจิดจ้า
มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทาง ส่วนมืออีกข้างพยายามกดโทรศัพท์มือถือติดต่อไปหาเพื่อนสนิท แต่มิลานันท์ก็ไม่รับสายซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนี่เป็นเวลาทำงาน มิลานันท์อาจจะกำลังง่วนอยู่กับงานก็ได้
เดินไปได้ไม่ถึงสองกิโลเมตรวราลีก็แทบจะหมดแรง เธอเริ่มหน้ามืดเพราะแดดตอนบ่ายแก่ๆ ทั้งร้อนทั้งแยงตาจนต้องหรี่ตามองไปข้างหน้า แถมท้องเธอก็ยังประท้วงหาอาหารไม่หยุดหย่อนอีก
“ทำไมมันร้อนขนาดนี้นะ”
ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์เหมือนอยากด่าที่อีกฝ่ายทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถจนเกินไป แต่พระอาทิตย์ก็ยังสาดแสงแดดลงมาอย่างไม่ลดราวาศอกเลยสักนิด
ความเหนื่อยล้าโจมตีหญิงสาวหนักข้อขึ้น ภาพในสายตาของวราลีเริ่มเบลอ หมุนเคว้ง พร่าเลือน ตามมาด้วยอาการเวียนศีรษะ ใจสั่น เหงื่อออก ตัวเย็นชื้น
แล้วไม่นานเธอก็รู้สึกเหมือน ‘ภาพตัด’ ไปในทันที
หนูวุ้นจะไปถึงไร่สุวรรณรัตน์หรือเปล่า
จะมีคนที่ชื่อ ‘ไวน์’ ผ่านมาเจอมั้ยน้าา :P
เรื่องนี้แต่งสด อัพสด ไม่มีสต็อกเลย 5555+ ช่วงนี้อากาศที่เขาใหญ่หนาวมาก ทำให้เขียนงานช้าลง โอ๋เลยเขียนไปด้วยอัพไปด้วย เผื่อให้นักอ่านช่วยทวงงาน จะได้ขยันๆ ขึ้นงับ!
นิยายซีรี่ส์ในจักรวาลบ้านไร่ฯ มีดังนี้นะคะ
อ่านแยกเล่มได้ ไม่งงแน่นอน แต่ถ้าอ่านทุกเรื่องก็จะอินและผูกพันกับเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น เหมือนได้ติดตามชีวิตของพวกเขาแบบเรียลไลฟ์ค่ะ กดซื้อได้ที่ลิ้งก์นี้เลย >> https://www.mebmarket.com/index.php?store=publisher&action=book_list&publisher_id=1219967

ฝากผลงานเรื่องล่าสุดด้วยนะคะ ใครชอบพระเอกภายนอกดุดันอันตราย แต่ความจริงคลั่งรัก สายเปย์ เยดุ ห้ามพลาดน้าาา กดเลย! >> https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTIxOTk2NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM5NTQ2NDt9
