บทที่ 11-3 : อยู่ไม่ได้ก็ไปหย่า (100%)
บทที่ 11-3 : อยู่ไม่ได้ก็ไปหย่า (100%)

บทที่ 11
อยู่ไม่ได้ก็ไปหย่า
การมาของอรวีทำให้ไรวินทร์ยอมเก็บเขี้ยวเก็บเล็บเอาไว้และไม่พ่นพิษอะไรใส่วราลีอีก แต่หญิงสาวก็ไม่มั่นใจเลยว่าเมื่อต้องอยู่ด้วยกันตามลำพังสองต่อสองในคืนนี้เขาจะหาเรื่องเธอหรือเปล่า
หลังจากโต้เถียงกันพอหอมปากหอมคอ ชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายตัดปัญหาด้วยการเดินหนี อรวีจึงเรียกให้บุญมีมาจัดการกองผ้าที่เหลือด้วยการปั่นในเครื่องซักผ้า จากนั้นก็ชวนลูกสะใภ้ไปเตรียมอาหารเย็นด้วยกัน
ถึงแม้จะเหนื่อยกับงานและง่วงนอน แต่พออยู่กับแม่ย่าวราลีก็สดใสขึ้นมาก
ค่ำนี้ไรวินทร์มาร่วมโต๊ะ บรรยากาศตอนทานอาหารเป็นไปอย่างสงบ อรวีถามไถ่ลูกชายเรื่องกรุ๊ปทัวร์ที่มาพักในรีสอร์ตและการสร้างคาเฟ่ที่กำลังดำเนินการว่าจะแล้วเสร็จทันเดือนมกราคมที่จะถึงหรือไม่ เพราะต้นทานตะวันที่ปลูกเอาไว้จะบานสะพรั่งในช่วงนั้นพอดีซึ่งชายหนุ่มก็ยืนยันว่าทันตามแผนแน่นอน
หลังทานอาหารไรวินทร์เดินนำวราลีกลับบ้านโดยไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้น ไม่ชวนคุย และไม่หันมามองหญิงสาวราวกับว่าเธอไร้ตัวตน
แต่วราลีคิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้วเพราะเธออ่อนล้าและง่วงนอนจนเกินกว่าจะโต้เถียงกับชายหนุ่มได้ พอกลับมาถึงห้องเธอก็รีบอาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอนทันที
ทว่า...ขณะกำลังจะเอนตัวลงบนเตียงนั้น จู่ๆ โทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงดังขึ้นก่อน
‘มิ้ม’
นั่นคือชื่อของมิลานันท์ที่วราลีบันทึกไว้ เธอจึงรีบกดรับสาย
“ว่าไงจ๊ะสาววว แต่งงานไม่บอกเพื่อนเลยนะ”
เพื่อนสนิทแซวมาทันที แค่นี้วราลีก็รู้แล้วว่าเรื่องที่ไรวินทร์แต่งงานกับเธออย่างกะทันหันน่าจะถูกลือไปในวงสังคมทั่วทั้งอำเภอวังน้ำเขียวและลอยไปเข้าหูมิลานันท์จนอีกฝ่ายต้องโทรมาถามข่าวคราวกับเธอ
วราลีรู้สึกผิดไม่น้อยที่ไม่ได้โทรไปเล่าเรื่องนี้ให้มิลานันท์ฟัง แต่ตอนนั้นเธอไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าเรื่องยังไงดี
อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็เกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย ไหนจะต้องรับมือกับปัญหาต่างๆ ไหนจะงานที่รุมเร้า และไหนจะต้องเตรียมรับมือกับไรวินทร์ในแต่ละวันว่าเขาจะโยนบททดสอบอะไรมาให้เธออีก
“มันฉุกละหุกอะแก ขอโทษนะที่ไม่ได้เล่าให้ฟัง อันที่จริงฉันก็ไม่ได้เล่าให้เพื่อนคนไหนฟังเลย”
“ไม่เป็นไรๆ ฉันเข้าใจ”
‘ข่าวลือ’ ที่ลอยมาเข้าหูมิลานันท์มีใจความว่าไรวินทร์แต่งงานอย่างฉุกละหุก เหมือนถูกจับพลัดจับผลูและตกกระไดพลอยโจน หล่อนจึงพอจะเดาสถานการณ์ของวราลีออกว่าชีวิตจะวุ่นวายแค่ไหน
“แต่แกได้แต่งกับคุณไวน์ก็ดีแล้วนะ เขาดีกว่าพี่สรัลสามร้อยแปดสิบแปดขุม”
วราลียิ้มขบขันกับคำพูดติดตลกของปลายสาย ถึงแม้จะถูกไรวินทร์กลั่นแกล้ง ถูกคนในรีสอร์ตนินทา อีกทั้งยังถูกนัชชากับนวดีเพ่งเล็งหนักขึ้น
แต่ลึกๆ เธอก็รู้สึกว่าการแต่งงานกับไรวินทร์ยังดีกว่าการแต่งงานกับสรัล เพราะเรื่องที่เธอรับไม่ได้ที่สุดคือการที่ต้องเข้าไปมือที่สามและทำลายครอบครัวของคนอื่น โดยเฉพาะเมื่อคืนอื่นที่ว่าคือเพื่อนของเธอเอง ต่อให้สรัลจะไม่ยอมรับแพรวาในฐานะภรรยาก็เถอะ
“ดีกว่าแต่งงานกับพี่สรัลจริง แต่ฉันก็ทำให้เขาโกรธจนเกลียดฉันไปแล้วมั้ง”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ขนาดนั้นเลยแหละ”
“ยังไง ไหน เล่า!”
มิลานันท์ตั้งท่ารอฟังอย่างเต็มที่ วราลีมองไปที่ประตูห้องเพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามีที่แยกไปทำกิจวัตรส่วนตัวในห้องน้ำของห้องรับรองแขกจะยังไม่กลับมา
จากนั้นเธอก็ตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้เพื่อนฟัง ตลอดการเล่ามิลานันท์มีอารมณ์ร่วมราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง ทั้งเห็นใจไรวินทร์และเห็นใจวราลีสลับกัน
“แต่พูดจริงๆ นะวุ้น ใครเป็นคุณไวน์ก็ต้องโกรธอะ แม่แกนี่แสบจริงๆ”
มิลานันท์แสดงความคิดเห็นหลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดซึ่งวราลีไม่ได้โกรธเพื่อนเลยที่พูดตรงๆ เพราะมันคือความจริง
ลึกๆ เธอก็รู้สึกผิดกับไรวินทร์ที่ดึงเขาเข้ามาเป็นไม้กันหมาทั้งๆ ที่เขาไม่เต็มใจและเขาไม่ได้อยู่สมการนี้ตั้งแต่ต้น เธอถึงได้พยายามทำตัวมีปัญหาให้น้อยที่สุด เขาพูด เขาสั่ง และเขากลั่นแกล้งอะไรก็พยายามไม่มีปากไม่มีเสียง
เพียงแค่หวังว่าจะชดเชยความผิดที่ตนเองกับครอบครัวทำกับเขาได้บ้าง
“แล้วคุณไวน์เขาร้ายกับแกมากหรือเปล่า แต่ท่าทางเขาเป็นคนใจดีคงจะโกรธไม่นานหรอกมั้ง”
“เห็นท่าทางเขาใจดีแบบนั้น แต่อย่าให้โกรธเชียว เอาเรื่องเหมือนกันนะแก”
“ทำไม” น้ำเสียงมิลานันท์ฟังดูเจ้าเล่ห์ “เขาปล้ำแกเหมือนพระเอกในละครตบจูบสมัยก่อนเหรอ”
“มันใช่เรื่องมาล้อเล่นมั้ยมิ้ม”
“โอ๊ยยย ขอโทษที่ปากไว แกอย่าเพิ่งเอดุเขตฉัน” มิลานันท์สำนึกผิดแทบไม่ทัน “แล้วสรุปว่าคุณไวน์เขาแกล้งอะไรแก โดนหนักเลยเหรอ ถ้าอยู่ที่นั่นไม่ไหวก็แอบมาพักใจที่ไร่สุวรรณรัตน์ได้นะ”
“เขาก็แกล้ง...”
วราลีกำลังจะแอบเม้าท์คุณสามี แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้างเธอสักเท่าไหร่ เพราะจู่ๆ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดเข้ามา ทำให้เธอต้องรีบกลืนคำนินทาลงคอในทันที
ตกใจหมด มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเล้ยยย!
“แค่นี้ก่อนนะมิ้ม ฉันจะนอนแล้ว ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ”
“เคๆ แก”
มิลานันท์อ่านสถานการณ์อีกฝั่งได้จากน้ำเสียงของเพื่อน หล่อนจึงยอมวางสายไปโดยไม่เล้าหลือ ฝ่ายวราลีก็รีบวางโทรศัพท์มือถือลงและทำเหมือนไม่เห็นสายตาดุๆ ที่ไรวินทร์มองมาเหมือนรู้ว่าก่อนหน้านี้เธอนินทาเขา
“มีอะไรหรือเปล่า”
ชายหนุ่มปิดประตูแล้วเดินตรงมาที่เตียง เขาถามเหมือนเปิดโอกาสให้เธอสารภาพผิดเอง
คุณไวน์ได้ยินตอนยัยน้องนินทามั้ยเนี่ย ว้ายยย :P
เปิดจองเล่มคุณไวน์กับหนูวุ้นรอบสต็อกนะคะ (มาจองกันเถอะ มีจำนวนจำกัด!)
ราคา : ปกอ่อน 499 บ. ปกแข็ง 729 บ.
จองได้ที่เพจ Hideko_Sunshine ลิ้งก์ https://web.facebook.com/O.A.HidekoSunshine/
หนา 500+ หน้า / NC 18+++ / 150,000 คำ
พรีเมี่ยม : โปสการ์ดตัวละคร 4 ภาพ + ปกแจ็กเก็ต (เฉพาะพิมพ์ครั้งแรก)
ของแถม : ที่คั่น + โปสการ์ดลายหน้าปก (ได้ทุกออเดอร์)
จองได้จนกว่าจะหมดหรือจนกว่าวันจัดส่ง (จัดส่งปลายมิถุนายน 2569)

นิยายซีรี่ส์ในจักรวาลบ้านไร่ฯ มีดังนี้นะคะ
อ่านแยกเล่มได้ ไม่งงแน่นอน แต่ถ้าอ่านทุกเรื่องก็จะอินและผูกพันกับเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น เหมือนได้ติดตามชีวิตของพวกเขาแบบเรียลไลฟ์ค่ะ กดซื้อได้ที่ลิ้งก์นี้เลย >> https://www.mebmarket.com/index.php?store=publisher&action=book_list&publisher_id=1219967
