บทที่ 12-3 : ท่าทีที่เปลี่ยน (100%)
บทที่ 12-3 : ท่าทีที่เปลี่ยน (100%)

บทที่ 12
ท่าทีที่เปลี่ยน
ชายหนุ่มอาจจะไม่อายที่พูดเรื่องบนเตียงให้อรวีฟัง แต่เธออายและอายมากด้วย!
“ถ้าตาไวน์ไม่ได้แกล้งหนูวุ้นก็ดีแล้วล่ะลูก ไปกินข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวมันจะเย็นซะก่อน”
อรวีรีบจูงมือลูกชายกับลูกสะใภ้ไปที่โต๊ะอาหารอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับนำเสนออาหารที่ท่านเลือกมาขึ้นโต๊ะในเช้าวันนี้ซึ่งเป็นข้าวต้มกุ๊ยพร้อมเครื่องเคียงที่หน้าตาน่ากินอีกหลายอย่างจนวราลีทำตาโต
นอกจากอรวีจะทำอาหารอร่อยแล้ว ในแต่ละวันท่านยังรังสรรค์เมนูอาหารได้น่ากินที่สุด
“น่ากินทุกอย่างเลยค่ะ วุ้นต้องน้ำหนักขึ้นพรวดๆ แน่ๆ เลย”
อรวีหัวเราะกับคำชมของลูกสะใภ้ ท่านเป็นคนชอบทำอาหาร เวลาเห็นใครทานอาหารที่ท่านทำอย่างเอร็ดอร่อยท่านจะมีความสุขมาก และจะขยันรังสรรค์เมนูให้คนคนนั้นทานมากขึ้นไปอีก ซึ่งวราลีคือหนึ่งในนั้น
“น่ากินก็กินเยอะๆ เลยลูก แม่ทำให้หนูวุ้นกินนั่นแหละ เราจะได้มีแรงไปทำงาน หนูวุ้นน้ำหนักขึ้นอีกสักสองสามโลก็ไม่อ้วนหรอก ยิ่งดูมีน้ำมีนวลน่ากอดจะตาย กินบำรุงร่างกายเยอะๆ จะได้มีหลานให้แม่อุ้มไวๆ”
คำพูดของแม่ย่าเกือบทำให้วราลีสำลักข้าวต้มกับไชโป๊วผัดไข่ที่กำลังกลืนลงคอ ไม่ใช่แค่ไรวินทร์คนเดียวที่คาดหวังจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ แต่ดูเหมือนอรวีก็คาดหวังเช่นกัน แถมยังคาดหวังให้ทั้งสองมีโซ่ทองคล้องใจกันด้วย
แต่...จะมาท้องเทิ้งอะไรกันเล่า ไรวินทร์ยังทำตัวผีเข้าผีออกใส่เธออยู่เลย
“คงอีกนานครับแม่ ลูกสะใภ้แม่ยังไม่ให้ผมเข้าใกล้เลย”
ไรวินทร์ได้โอกาสก็ฟ้องมารดาทันที วราลีแทบจะเอาเท้าเตะขาเขาไม่ทัน ผู้หญิงที่ไหนจะอยากให้เขาเข้าใกล้ล่ะ ตอนกลางวันทำหน้าดุเป็นยักษ์ ต่อให้ตอนกลางคืนมาคลอเคลียเป็นแมวเธอก็ไม่ใจอ่อนหรอก
“ตาไวน์ก็ทำตัวดีๆ กับน้องหน่อยสิ มัวแต่ทำหน้าดุหน้ายักษ์ใส่ ผู้หญิงที่ไหนจะชอบ”
อรวีเข้าข้างวราลีและออกหน้าพูดกับลูกชายแทนเธอ หญิงสาวจึงแอบลอบยิ้มเยาะเย้ยเขาเป็นการเอาคืนบ้าง ไรวินทร์เห็นยายตัวแสบถูกแม่เขาให้ท้ายก็จดบัญชีเอาไว้ในใจด้วยความมันเขี้ยวอีกแล้ว
ลูกสะใภ้กับแม่ย่าเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยจริงๆ
“แต่เรื่องที่อยากให้ทั้งสองคนมีลูกด้วยกันน่ะ แม่พูดจริงๆ นะ แม่อยากอุ้มหลาน”
อรวีดวงตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงทายาทของทั้งสองคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายท่านก็เชื่อว่าหลานของท่านต้องน่ารักมากแน่ๆ ในเมื่อวราลีกับไรวินทร์เป็นคู่ที่เหมาะสมกันขนาดนี้
“จริงสิ ก่อนจะมาทำงานที่นี่หนูวุ้นเคยทำงานร้านกาแฟและบริหารงานร้านอาหารมาก่อนใช่มั้ย”
อรวีเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากกดดันวราลีกับไรวินทร์มากเกินไป โดยเฉพาะลูกชายของท่าน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองกำลังดีขึ้น ท่านไม่อยากเข้าไปควบคุมจนเขาต่อต้านอีก
“ใช่ค่ะ ช่วงปิดเทอมตอนเรียนมหา’ลัยวุ้นเคยทำพาร์ตไทม์ร้านกาแฟ หลังจากที่เรียนจบก็กลับมาช่วยแม่บริหารร้านอาหารเปรมสกุลที่ปากช่อง ไม่รู้ว่าคุณแม่เคยได้ยินชื่อบ้างหรือเปล่า”
“จริงเหรอลูก ร้านนี้อาหารอร่อยมากเลยนะ เวลาไปเที่ยวเขาใหญ่แม่กับเพื่อนก็เคยแวะไปทานหลายครั้ง”
อรวีถามอย่างตื่นเต้น ท่านเคยให้ลูกน้องสืบประวัติวราลีมาให้ก็จริง แต่ลืมข้อมูลตรงนี้ไปเสียสนิทเลย
“หนูวุ้นเคยบริหารร้านมาก่อนแบบนี้ก็ดี แม่อยากให้หนูวุ้นมาดูแลคาเฟ่ของเราอย่างเต็มตัว จะได้ช่วยแบ่งเบางานของตาไวน์ด้วย ตาไวน์ทั้งออกงานสังคม ทั้งบริหารรีสอร์ตสองเฟส แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว”
บริหารคาเฟ่เต็มตัวเลยเหรอ...
วราลีถามในใจขณะหันไปมองไรวินทร์เพื่อดูปฏิกิริยาของเขา
มันไม่ใช่ว่าเธอกลัวว่าตัวเองจะทำไม่ได้หรือคิดว่างานนี้หนักหนาเกินไป เพราะเธอเคยผ่านงานด้านนี้มาแล้ว แต่เธอกลัวว่าไรวินทร์จะคิดว่าเธอข้ามหน้าข้ามตาเขา วางแผนฮุบกิจการ หรือไม่ก็ใช้ฐานะลูกสะใภ้ให้ได้งานตำแหน่งใหญ่โตขึ้น
“ตาไวน์ว่ายังไงล่ะ เราอยากดูแลเองหรือให้น้องดูแล”
“ตามใจแม่สิครับ”
ไรวินทร์ไม่ได้ตอบประชด แต่เขาไม่คิดจะขัดขวางความต้องการของอรวี เพราะคนที่ริเริ่มความคิดอยากทำคาเฟ่กลางไร่ทานตะวันคือท่าน ถ้าวราลีไม่ดูแลเขาก็ต้องเปิดรับสมัครพนักงานมาเป็นผู้จัดการคาเฟ่อยู่แล้ว
“พี่เขาไม่ว่าอะไรหรอกหนูวุ้น”
อรวียิ้มเหมือนอ่านความคิดของวราลีออกว่าที่เธอไม่กล้ารับปากเพราะเกรงใจไรวินทร์
“เดือนมกราคมปีหน้าคาเฟ่ของเราก็จะเปิดแล้ว มีจุดขายเป็นไร่ทานตะวัน แต่แม่อยากให้ขนมและเครื่องดื่มของเรารสชาติถูกปากลูกค้าด้วย ไม่ใช่ว่ามาอุดหนุนแค่เพื่อถ่ายรูปอย่างเดียว”
“วุ้นเข้าใจค่ะ”
ยุคนี้คาเฟ่ร้อยละเก้าสิบต้องมีจุดขาย มีทิวทัศน์อันสวยงาม และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาถ่ายรูปไปลงโซเชียล
บางร้านจึงมุ่งเน้นที่ทิวทัศน์และความสวยงามจนละเลยรสชาติของอาหาร กลายเป็นว่าลูกค้าแวะเวียนมาเพื่อถ่ายรูปเพียงครั้งเดียวและไม่ได้แวะมาอีกเลยซึ่งไม่เป็นผลดีกับร้านในระยะยาว
ร้านจะบูมเพียงช่วงแรกแล้วซบเซาลงในเวลาต่อมา บางทียังไม่ทันได้คืนทุนเลยด้วยซ้ำ
“แล้วแม่ก็อยากทำร้านขายของฝากของเราให้โดดเด่นขึ้นด้วย หนูวุ้นต้องมาช่วยแม่คิดและออกแบบนะว่าเราจะเอาอะไรมาลงที่ร้านของเราบ้าง เมนูเครื่องดื่มที่โดดเด่นคืออะไร ขนมที่เป็นไฮไลต์ของคาเฟ่เราจะเป็นแบบไหน และถ้ามาเยือนเดอะมูนวัลลีย์จะต้องซื้ออะไรกลับไปเป็นของฝาก”
“ยากเหมือนกันนะคะเนี่ย” วราลีพูดติดตลก แต่ในหัวของเธอจดโจทย์ของแม่ย่าเอาไว้ในหัวอย่างครบถ้วน “แต่มีเวลาเตรียมตัวอีกเป็นเดือนๆ วุ้นจะรีบหาไอเดียมาเสนอคุณแม่นะคะ”
“น่ารักมากหนูวุ้น ถ้าหนูวุ้นรับหน้าที่ดูแลคาเฟ่แม่จะให้เงินเดือนหนูวุ้นสามหมื่นเลยนะ และถ้าได้กำไรแม่จะแบ่งกำไรให้หนูวุ้นอีกสี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยแหละ หนูวุ้นแค่ลงแรงกับไอเดียก็พอ”
ข้อเสนออันแสนวิเศษของแม่ย่าสุดประเสริฐทำให้วราลีถึงกับทำตาโต แค่เงินเดือนสามหมื่นในยุคเศรษฐกิจแบบนี้กับการบริหารคาเฟ่ขนาดกลางๆ ก็ถือว่ามากมายจนใครก็ต้องรีบตะครุบเอาไว้แล้ว
แต่นี่อรวียังจะแบ่งกำไรให้เธออีกเกือบครึ่งเลยหรือ นี่เหมือนท่านลงทุนทำคาเฟ่ให้เธอกลายๆ เลยนะ
ตอนนี้แม่อวยอะไรหนูวุ้น คุณไวน์ไม่ขัดเลยค่ะ
อนาคตสปอยล์เมียแน่นอนอะทรงนี้ >,.<
ในที่สุด E-Book พร้อมโหลดแล้วนะคะ ไปตำกันเถอะ ราคาโปรคุ้มมากๆ เลยค่า 349 บาทเท่านั้น! ฉาก NC 12 + 9 หน้าเวิร์ดแบบร้อนฉ่ารอทุกคนอยู่น้าา กดลิ้งก์นี้เลย! >> https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTIxOTk2NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1MjQzMSI7fQ
คุณไวน์วางขายได้เพียง 1 วันก็ติดท็อปขายดีอันดับ 1 ของอีบุ๊กทั้งหมดและนิยายโรมานซ์ + ติดท็อปใหม่มาแรงอันดับ 1 ของอีบุ๊กทั้งหมดและนิยายโรมานซ์ ประเดิมฟีเจอร์ใหม่ของ MEB แบบไฟลุกเลยค่ะ ปลื้มใจมากก ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนและดันหลังคุณไวน์นะคะ ฮืออออ รักนักอ่านที่สุดเลย!

เปิดจองเล่มคุณไวน์กับหนูวุ้นรอบสต็อกนะคะ (มาจองกันเถอะ มีจำนวนจำกัด!)
ราคา : ปกอ่อน 499 บ. ปกแข็ง 729 บ.
จองได้ที่เพจ Hideko_Sunshine ลิ้งก์ https://web.facebook.com/O.A.HidekoSunshine/
หนา 500+ หน้า / NC 18+++ / 150,000 คำ
พรีเมี่ยม : โปสการ์ดตัวละคร 4 ภาพ + ปกแจ็กเก็ต (เฉพาะพิมพ์ครั้งแรก)
ของแถม : ที่คั่น + โปสการ์ดลายหน้าปก (ได้ทุกออเดอร์)
จองได้จนกว่าจะหมดหรือจนกว่าวันจัดส่ง (จัดส่งภายในกรกฎาคม 2569)
