LNCrawler

ตอบแทน #9

เกิดใหม่ชาตินี้ข้าจะเป็นนางเอก — novel.dek d.com · All chapters

ตอบแทน #9

ตอนที่ 4 ตอบแทน

มู่หลิงไม่กล้าซักถามต่อ นางหันไปรินน้ำอุ่นแล้วนำมาให้

ไป๋อี่โม่รับถ้วยไว้แต่ไม่ได้ดื่มในทันที สายตาไล่มองสำรวจตั้งแต่เส้นผมที่รวบเอาไว้อย่างลวก ๆ ลงมายังอาภรณ์ชั้นในบางเบา ก่อนหยุดอยู่ที่รอยช้ำรอบข้อมือของอีกฝ่าย

ชาติก่อนนางปฏิบัติต่อมู่หลิงอย่างร้ายกาจ เพียงสิ่งใดไม่ถูกใจก็ลงโทษโดยไม่เคยถามเหตุผล แต่สาวใช้ผู้นี้กลับยังซื่อสัตย์จงรักภักดี รับใช้นางโดยไม่มีปริปากบ่น

ข้ารับใช้ดีเช่นนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่าย เป็นนางเองที่ไม่เคยได้ใส่ใจ

เมื่อได้ย้อนกลับมา หลายสิ่งที่เคยมองข้ามกลับเห็นชัดขึ้นจนนางไม่อาจทำเป็นไม่รู้ได้อีก

“มู่หลิง”

สาวใช้รีบขานรับ

ไป๋อี่โม่สบตานางอยู่นานจึงเอ่ยถาม “หลายปีมานี้ รับใช้ข้าลำบากมากใช่หรือไม่”

มู่หลิงตกใจจนเข่าทรุด เสียงหัวเข่ากระทบพื้นดังขึ้นข้างตั่ง “บ่าวทำสิ่งใดให้คุณหนูไม่พอใจหรือเจ้าคะ บ่าวจะรีบแก้ไขเจ้าค่ะ”

คำพูดของนางทำให้ไป๋อี่โม่รู้สึกสะท้อนใจอย่างยิ่งยวด ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะหวาดกลัวถึงเพียงนี้

“ข้าเพียงถาม ไม่ได้จะลงโทษเจ้า”

มู่หลิงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ความไม่แน่ใจยังปรากฏอยู่ในดวงตา “บ่าวไม่ลำบากเจ้าค่ะ”

สายตาของไป๋อี่โม่เลื่อนลงไปยังรอยช้ำบนข้อมือนาง “เช่นนั้นเหตุใดมือจึงสั่น”

มือของมู่หลิงรีบชักกลับเข้าไปซ่อนไว้ในแขนเสื้อ “เป็นเพราะเมื่อวานออกแรงดึงเชือกมากเกินไป อีกสองวันก็หายเจ้าค่ะ”

รอยแดงยังเข้มถึงเพียงนั้น จะหายเองได้อย่างไร

ไป๋อี่โม่ไม่ได้เร่งร้อนสลายความหวาดกลัวในใจของนาง บางสิ่งฝังใจนานเกินไป ต้องใช้เวลา “ยาทาแผลอยู่ที่ใด”

มู่หลิงเข้าใจว่าเจ้านายบาดเจ็บ รีบลุกไปเปิดตู้ข้างคันฉ่องแล้วนำขวดยากลับมา

ไป๋อี่โม่รับมา เปิดฝาแล้ววางไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย “ทาเสีย”

มู่หลิงเหลือบไปยังขวดยา จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้านาย ครั้นแน่ใจว่าคำสั่งนั้นมีไว้ให้ตนจริง ๆ นางถึงค่อยนั่งลงข้างเตาและทายาลงบนข้อมือตามคำสั่ง

“เสื้อคลุมอยู่ที่ใด” ไป๋อี่โม่ถามอีก

“อยู่ห้องข้างเจ้าค่ะ”

“ไปสวมให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา”

มู่หลิงรับคำ ทว่ายามลุกขึ้นกลับต้องยกแขนเสื้อแตะหางตาอย่างรวดเร็ว นางคิดว่าเจ้านายไม่เห็น แต่ไป๋อี่โม่ทอดสายตาตามจนร่างนั้นพ้นฉากกั้นไป

คำขอโทษติดอยู่ในใจ หากแต่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ง่าย ๆ ต่อให้กล่าวออกไป มู่หลิงก็คงไม่เชื่อในทันที

เมื่อสาวใช้กลับมาในเสื้อคลุมหนา นางพบว่าเก้าอี้ตัวหนึ่งถูกเลื่อนเข้าไปใกล้เตาถ่านแล้ว ไป๋อี่โม่ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องเมื่อครู่อีก เพียงเอนกายลงและปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้น

ยามดึก ตะเกียงข้างเตียงถูกหรี่จนเหลือเพียงเปลวเล็ก มู่หลิงยังนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตาถ่านด้วยความสับสน ผู้อื่นอาจมองไม่รู้ แต่สาวใช้ที่อยู่กับคุณหนูมาตั้งแต่วัยเยาว์ย่อมเห็นว่า นับแต่ถูกช่วยขึ้นมาจากน้ำ หลายสิ่งในตัวผู้เป็นนายเปลี่ยนไป

ที่มู่หลิงมั่นใจที่สุดคือดวงตา ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด นางถึงได้รู้สึกว่าดวงตาของคุณหนูเหมือนสตรีมีอายุอย่างฮูหยิน แล้วก็เรื่องที่ไม่ลงโทษหรือใส่อารมณ์กับนาง แต่ถึงจะแปลกใจ มู่หลิงก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ได้แต่เก็บเอาไว้ในใจ

รุ่งเช้า มู่หลิงจัดกระดาษสีแดงกับแท่นฝนหมึกไว้บนโต๊ะตามความเคยชิน ข้างกันมีซองจดหมายเปล่ากับพู่หยกสำหรับบุรุษวางอยู่ในกล่องไม้

ไป๋อี่โม่หยิบซองขึ้นมาดู ด้านหน้าปล่อยว่างไว้ ทว่าในความทรงจำกลับมีลายมือของตนเขียนชื่อบุรุษผู้หนึ่งอยู่ตรงนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ไฉนวันนี้เจ้าถึงได้เตรียมหมึก”

มือของมู่หลิงหยุดอยู่เหนือแท่นฝนหมึก “ปกติหลังมื้อเช้า หากคุณหนูไม่ไปเรือนโซ่วอัน จะเขียนจดหมายถึงคุณชายลู่เจ้าค่ะ”

ไป๋อี่โม่ขมวดคิ้ว นางลืมเรื่องพวกนี้ไปเสียสนิท

มู่หลิงไม่ทันสังเกต อธิบายต่อไปว่า “หากคุณชายลู่ไม่ตอบ คุณหนูจะให้บ่าวไปถามเสี่ยวจู๋ที่ประตูจวนตระกูลลู่”

มู่หลิงเอ่ยจบแล้วเฝ้าดูสีหน้าเจ้านายอย่างระมัดระวัง คงเกรงว่าคำตอบใดคำตอบหนึ่งจะทำให้นางไม่พอใจ

สายตาของไป๋อี่โม่หยุดอยู่บนกระดาษสีแดง นางเคยใช้เวลาไปกับการเฝ้าตามข่าวของลู่อวี้เฉินถึงเพียงนี้ แต่กลับจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารอยแผลเล็กบนหลังมือมู่หลิงเกิดขึ้นเมื่อใด

ช่างน่าขันนัก

“เก็บกระดาษเสีย วันนี้ไม่ต้องเขียน”

มู่หลิงมองอย่างแปลกใจ แต่พอนึกได้ก็รีบรวบกระดาษเข้าหากัน แต่ยังไม่แตะกล่องพู่หยก “แล้วของที่จะส่งให้คุณชายลู่เล่าเจ้าคะ”

ไป๋อี่โม่เพิ่งจะรู้ว่าพู่หยกกับของในกล่องเตรียมไว้เพื่อสิ่งใด “นำมาให้ข้าดูทั้งหมด”

สาวใช้ยกกล่องอีกใบออกมาจากตู้ ภายในมีถุงหอม กระดาษชั้นดี และของชิ้นเล็กอีกหลายอย่าง บางชิ้นผูกป้ายชื่อของลู่อวี้เฉิน บางชิ้นเขียนชื่อของลู่อวี้หนิง

ของทุกชิ้นล้วนเป็นของดีที่นางเลือกให้คนสกุลลู่ทั้งสิ้น