สมุนไพรจากร้านทงจี้ #14
สมุนไพรจากร้านทงจี้ #14
“คุณหนู!” ปี้เถา สาวใช้คนสนิทที่วิ่งตามหลังมา ร้องเสียงหลง นางถลาเข้ามาคุกเข่าข้างกายเจ้านาย ขณะที่บ่าวกับองครักษ์ตรงปลายทางวิ่งกรูกันเข้ามา มือสังหารเห็นว่าพลาดเป้ารีบหันหลังหนีเข้าไปในแนวไม้
เว่ยอู่หยาไม่แม้แต่จะหันมองตาม เขาประคองร่างไร้สติไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง พลางตวาดสั่งองครักษ์ “ตามมือสังหารไป อย่าให้มันหนีรอด!”
เขาหันไปสั่งองครักษ์อีกกลุ่มหนึ่ง “ส่วนพวกเจ้าไปตามหมอมา!”
ปี้เถารีบขยับเข้ามาช่วยประคองเจ้านาย ปากพร่ำเรียกคุณหนูไม่หยุด
เว่ยอู่หยาหันไปถามนางทั้งที่สายตายังจับอยู่บนบาดแผลของเด็กสาวในอ้อมแขน “เจ้านายของเจ้าคือผู้ใด”
“คุณหนูเจียงเหมิ่งถิง บุตรสาวใต้เท้าราชครูเจ้าค่ะ”
เว่ยอู่หยาไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงประคองร่างนางไว้อย่างมั่นคง ไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องลูกธนู
เจียงเหมิ่งถิงหมดสติไปแล้ว ทว่าแขนข้างหนึ่งยังพาดอยู่บนตัวเขา เลือดจากบาดแผลเปื้อนอาภรณ์สีดำของเขา หากนางไม่พุ่งเข้ามา ลูกธนูดอกนั้นคงปักลงบนร่างของเขา
ไป๋อี่โม่ยืนนิ่งอยู่กลางทางเดิน ชาติก่อน เป็นนางที่รับธนูดอกนี้ เว่ยอู่หยาถึงได้รักนาง หากแต่ครานี้ ผู้ที่มีบุญคุณต่อเขากลับกลายเป็นคนอื่น
บ่าวนำแคร่หามเข้ามาอย่างรวดเร็ว เว่ยอู่หยาประคองร่างที่หมดสติส่งให้ปี้เถากับสาวใช้อีกคน
มาถึงตอนนี้ เว่ยอู่หยาถึงได้มีเวลาหันไปมองดรุณีน้อยอีกคน
ดวงตาสองคู่สบเข้าหากัน คุณหนูในอาภรณ์สีแดงยืนห่างออกไปเพียงก้าวเดียว เว่ยอู่หยาหลุบตามองมือของนางที่ยังเหยียดค้างอยู่ แล้วเลื่อนสายตาไปยังรอยเท้าบนดินด้านหลัง
ไป๋อี่โม่ขยับริมฝีปาก แต่สุดท้ายกลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
เหตุการณ์เปลี่ยนไปเช่นนี้แล้ว นางจะพูดอันใดได้อีก ในสายตาเว่ยอู่หยา นางก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
เว่ยอู่หยาถอนสายตากลับ แล้วสั่งให้บ่าวไพร่ติดตามแคร่ของเจียงเหมิ่งถิงไป โดยไม่ได้หันมาสนใจนางอีก
ไป๋อี่โม่ยืนมองเขาจากไป สองขาแทบจะยืนไม่อยู่
ที่แท้ ความเจ็บปวดในยามเห็นเขาสิ้นใจในชาติก่อน คือความรู้สึกของคนที่กำลังสูญเสียของรักไปต่อหน้าต่อตานี่เอง
มู่หลิงวิ่งตามมาถึงในที่สุด นางหยุดหอบอยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นเลือดบนกลีบดอกไม้กับคนถืออาวุธจำนวนมากก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด
“คะ...คุณหนู พะ...พวกเรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ”
หลิวหมัวมัวตามมาถึงพร้อมสาวใช้อีกสองคน นางตรวจดูไป๋อี่โม่ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เมื่อแน่ใจว่าไม่ได้รับบาดเจ็บจึงสั่งให้คนพากลับรถม้าทันที
ไป๋อี่โม่มองเก้าอี้เข็นที่ถูกเข็นห่างออกไป นางตั้งใจว่าจะไปให้ถึงก่อนทุกคน ตั้งใจจะเริ่มชดใช้สิ่งที่ติดค้างเขาจากเหตุการณ์นี้ ทว่ากลับมีคนชิงเดินไปก่อนนางเสียแล้ว
ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจากส่วนลึกในอก นางรู้ล่วงหน้าว่าอันตรายจะเกิดขึ้นเมื่อใดและมาจากทิศทางใด แต่ยังพลาดโอกาสช่วยเขาไปต่อหน้าต่อตา
สายลมพัดกลีบโบตั๋นปลิวข้ามทางเดิน ไป๋อี่โม่มองรอยเลือดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลดมือลง
“ไปเชิงเขาด้านตะวันตก” มู่หลิงมองเจ้านายด้วยสายตาประหลาดใจ แต่ไม่กล้าเอ่ยถาม
หลิวหมัวมัวขมวดคิ้ว “ฮูหยินอนุญาตให้คุณหนูมาชมดอกไม้เท่านั้น หากไปที่อื่นโดยไม่แจ้ง เกรงว่าจะไม่เหมาะสมเจ้าค่ะ”
“ส่งองครักษ์คนหนึ่งกลับไปแจ้งท่านแม่ ข้าเพิ่งหายจากอาการไอ อีกทั้งมาถึงเชิงเขาแล้ว จึงอยากให้หมอเยี่ยตรวจดูสักครั้ง เจ้าติดตามไปด้วย จะได้ไม่มีผู้ใดกล่าวหาว่าข้าลอบพบคนตามลำพัง”
หลิวหมัวมัวไม่อาจคัดค้านเหตุผลนี้ จึงส่งองครักษ์กลับจวนหนึ่งคนแล้วขึ้นรถม้าตามไป
รถม้าของจวนตระกูลไป๋แล่นออกจากสวนโบตั๋น มุ่งหน้าไปยังจวนหลังเล็กที่ตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านบริเวณเชิงเขา
ไป๋อี่โม่เคยมาที่นี่หลายครั้งในชาติก่อน
เยี่ยกู่ไม่ชอบคบหาผู้คน ภายในจวนจึงมีเพียงเด็กรับใช้คนหนึ่งคอยต้มยาและดูแลแปลงสมุนไพร หากไม่มีจดหมายจากมารดาของนาง ต่อให้ขุนนางชั้นสูงนำทองมากองตรงหน้า เขาก็ไม่ยอมออกไปรักษา
รถม้าหยุดลงหน้าประตูไม้เก่า ไป๋อี่โม่ลงจากรถม้าแล้วก้าวขึ้นบันได หลิวหมัวมัวกับมู่หลิงตามลงมาด้วย สาวใช้เป็นผู้เข้าไปเคาะประตู
เด็กรับใช้รออยู่ไม่นานก็เปิดออกมา “คุณหนูใหญ่สกุลไป๋ของข้าเป็นทายาทร้านยาทงจี้ ต้องการพบท่านหมอเยี่ย” มู่หลิงกล่าว
เด็กรับใช้มองรถม้าของจวนตระกูลไป๋ ก่อนจะประสานมือ
“นายท่านไม่อยู่ขอรับ”
“เขาไปที่ใด”
“คุณหนูเจียงเคยมาพบนายท่านเมื่อสามวันก่อนและฝากป้ายประจำตัวไว้ เมื่อครู่คนจากจวนราชครูนำป้ายนั้นมาเชิญ บอกว่าคุณหนูเจียงได้รับบาดเจ็บ นายท่านจึงนำหีบยาออกไปแล้วขอรับ” มู่หลิงหันกลับมามองเจ้านาย
ไป๋อี่โม่ไม่ได้กล่าวอะไรอยู่พักหนึ่ง ลมต้นคิมหันต์พัดชายกระโปรงของนางพลิ้วไหว ฝุ่นดินที่ติดอยู่ตรงปลายรองเท้าทิ้งรอยจางบนพื้นเรือน
นางถูกตัดหน้าอีกครั้ง รับศรแทนเว่ยอู่หยาไม่ทัน แม้แต่หมอที่นางตั้งใจเชิญไปรักษาเขาก็ออกจากบ้านไปแล้ว