กำไลหยกแลกสมุนไพร #15
กำไลหยกแลกสมุนไพร #15
ตอนที่ 7 กำไลหยกแลกสมุนไพร
มู่หลิงเห็นเจ้านายยืนนิ่ง ก็เอ่ยอย่างระมัดระวัง “คุณหนู พวกเราจะกลับจวนหรือไม่เจ้าคะ”
ไป๋อี่โม่เงยหน้ามองเด็กรับใช้ “หมอเยี่ยนำสมุนไพรสำหรับรักษาขาไปด้วยหรือไม่”
เด็กรับใช้ก้มมองรายการยาในมือก่อนจะตอบ “นายท่านรีบร้อนออกไป หยิบไปเพียงหีบยารักษาบาดแผลขอรับ”
ไป๋อี่โม่พยักหน้ารับรู้ หันไปบอกกับสาวใช้ “พวกเราไปที่ร้านกันเถิด”
ครั้งนี้รถม้าไม่ได้กลับจวน หากแล่นตรงไปยังถนนฝั่งตะวันตกของเมือง
ร้านยาทงจี้เป็นหอสองชั้นหลังใหญ่ ป้ายไม้สีดำสลักชื่อร้านแขวนเด่นอยู่เหนือประตู แม้แดดยามบ่ายจะร้อนแรง ภายในร้านยังคงมีผู้คนเข้าออกไม่ขาดสาย
ผู้ดูแลร้านจำรถม้าของจวนตระกูลไป๋ได้ รีบออกมาต้อนรับด้วยตนเอง
ไป๋อี่โม่ไม่เสียเวลากับคำทักทาย นางขอให้ผู้ดูแลเปิดรายการสมุนไพรในคลังด้านหลัง แล้วเลือกโสมร้อยปี บัวหิมะ และสมุนไพรล้ำค่าอีกหลายชนิดออกมา
ของเหล่านี้เป็นทรัพย์สินที่มารดาทิ้งไว้ในร้าน แต่ละชิ้นมีค่ามากจนแม้แต่ร้านยาหลวงก็ไม่ได้หยิบออกมาใช้ง่าย ๆ ผู้ดูแลร้านมองรายชื่อสมุนไพรในมือแล้วอดถามไม่ได้
“คุณหนูใหญ่ต้องการนำทั้งหมดนี้ไปที่ใดขอรับ”
“จวนตระกูลเว่ย” อี่โม่ไม่มีความคิดจะปิดบัง เพราะยิ่งปิดบังจะยิ่งดูมีพิรุธ อีกอย่างนิสัยดั้งเดิมของนางเป็นเช่นนี้อยู่แล้วย่อมไม่ทำให้ใครแปลกใจ
ผู้ดูแลร้านไม่ได้เรียกคนมาเปิดคลัง เขาเพียงกล่าว
“ของในคลังชั้นในอยู่ภายใต้การดูแลของนายท่าน หากนายท่านไม่อนุญาต บ่าวไม่กล้านำออกไปขอรับ”
ได้ยินอย่างนั้น นางต้องทบทวนความทรงจำอยู่ครู่หนึ่ง ที่ผู้ดูแลร้านพูดมาล้วนไม่ผิด นางคลับคล้ายคลับคลาว่าชาติที่แล้วที่นางได้ของมาเป็นเพราะอาละวาด รู้อย่างนั้นแล้วไป๋อี่โม่เลยถอดกำไลหยกทั้งสองข้างวางลงตรงหน้าเขา
“ลงรายชื่อตำรับยาและสมุนไพรไว้ในบัญชี ส่งคนไปแจ้งท่านพ่อที่จวน หากท่านไม่อนุญาต ข้าจะขายกำไลกับเครื่องประดับของตนชำระให้ครบ แต่ยาต้องออกจากร้านก่อน”
ผู้ดูแลร้านเหลือบมองกำไลหยก แล้วประเมินคุณหนูตรงหน้า เมื่อเห็นว่านางไม่ได้กล่าวด้วยอารมณ์ชั่ววูบ จึงยอมให้เปิดคลังและบันทึกของทุกชิ้นไว้ตามจริง
“ให้เขียนชื่อผู้ส่งหรือไม่ขอรับ”
ไป๋อี่โม่มองหีบไม้ที่บ่าวกำลังนำเข้ามาวาง หากนางส่งของไปในนามตนเอง เว่ยอู่หยาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางเป็นใคร ส่วนคนในจวนตระกูลเว่ยอาจไม่ยอมให้สิ่งของจากคนแปลกหน้าถึงมือเขา
“เขียนว่าเป็นสมุนไพรจากร้านยาทงจี้ ฝากมอบให้หมอเยี่ยกู่ใช้รักษาคุณชายเว่ย”
ผู้ดูแลร้านรับคำ ก่อนจะเรียกคนเข้ามาจัดสมุนไพรลงหีบ
มู่หลิงยืนมองอยู่ข้างกาย แม้ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจ้านายจึงยอมมอบของล้ำค่าให้คุณชายจากตระกูลเว่ย แต่ครั้งนี้นางเก็บคำถามทั้งหมดไว้ในใจ
ไป๋อี่โม่เดินไปหยุดข้างหน้าต่าง มองผู้คนที่เดินขวักไขว่บนถนนด้านนอก
นางพลาดรับศรแทนเขา พลาดเชิญหมอไปรักษาเขา แต่ตราบใดที่เว่ยอู่หยากลับมาเดินได้อย่างปลอดภัย ผู้ใดจะเป็นคนช่วยเขาก็ไม่สำคัญ
ชาตินี้นางไม่ได้ต้องการให้เขาจดจำบุญคุณ นางเพียงไม่ยอมให้เขาต้องตายเพราะนางอีกครั้งเท่านั้น
หีบสมุนไพรจากร้านยาทงจี้ถูกส่งถึงจวนตระกูลเว่ยในช่วงบ่ายวันเดียวกัน
ข่าวการลอบสังหารทำให้สวนโบตั๋นถูกปิดตั้งแต่ยามสาย มือปราบนำคนเฝ้าประตูและบ่าวของแต่ละจวนไปสอบถาม ส่วนมือสังหารหลบหนีไปได้ก่อนทางออกทุกด้านจะถูกปิด เรื่องทั้งหมดจึงถูกส่งต่อไปยังกรมอาญา
คนเฝ้าประตูเห็นป้ายชื่อร้านก็ไม่กล้ารับไว้โดยพลการ ต้องวิ่งเข้าไปรายงานพ่อบ้านก่อน เมื่อทราบว่าสมุนไพรเหล่านั้นถูกส่งมาให้หมอเยี่ยกู่ใช้รักษาคุณชายใหญ่ พ่อบ้านจึงสั่งให้คนนำไปยังเรือนท้ายจวน
เรือนของเว่ยอู่หยาตั้งอยู่ห่างจากเรือนหลักมากที่สุด ด้านหนึ่งติดกำแพงจวน อีกด้านเป็นสวนไผ่ที่ไม่มีผู้ใดดูแล แม้อยู่ในจวนใหญ่ของผู้นำตระกูลเว่ย บรรยากาศกลับเงียบเหงาไม่ต่างจากเรือนร้าง
ภายในห้อง กลิ่นยาลอยคลุ้งอยู่เหนือเตาต้มยา
เว่ยอู่หยานั่งอยู่บนตั่งเตี้ย อาภรณ์บริเวณไหล่ถูกเลิกขึ้น เผยให้เห็นรอยช้ำจากแรงกระแทกในตอนที่เจียงเหมิ่งถิงพุ่งเข้ามากอดเขาไว้
เยี่ยกู่ทำแผลให้เจียงเหมิ่งถิงที่เรือนรับรองของจวนเสร็จแล้ว พ่อบ้านเว่ยจึงเชิญเขากลับมาตรวจอาการคุณชายใหญ่ที่เรือน เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือสองข้างกดลงตามแนวกระดูกขาของเว่ยอู่หยาเป็นระยะ
“เจ็บหรือไม่” เว่ยอู่หยาส่ายหน้า
เยี่ยกู่เปลี่ยนตำแหน่งกดอีกครั้ง คราวนี้ปลายนิ้วกระตุกตามแรงกด ทว่าเขายังคงสงบนิ่ง หมอเยี่ยเห็นดังนั้น ก็ดึงชายอาภรณ์ลงคลุมขาของเขาตามเดิม
เสียงเคาะประตูดังขึ้น บ่าวคนสนิทยกหีบไม้เข้ามาวางบนโต๊ะแล้วรายงานว่าเป็นของจากร้านยาทงจี้
เยี่ยกู่หันไปมองทันที “ผู้ใดส่งมา?”
“คนส่งของกล่าวเพียงว่า ฝากให้ท่านหมอใช้รักษาคุณชายขอรับ”
หีบไม้ถูกเปิดออก กลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ ลอยออกมาจากด้านใน เยี่ยกู่หยิบโสมขึ้นมาตรวจดูก่อน ตามด้วยบัวหิมะที่บรรจุอยู่ในกล่องหยก
ของแต่ละชิ้นล้วนหาได้ยาก ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้ในทันที