LNCrawler

บทนำ สุราอุ่นจากมือภรรยา #1

เกิดใหม่ชาตินี้ข้าจะเป็นนางเอก — novel.dek d.com · All chapters

บทนำ สุราอุ่นจากมือภรรยา #1

บทนำ สุราอุ่นจากมือภรรยา

ปลายฤดูหนาว เมืองหลวงแห่งต้าฉู่ถูกปกคลุมด้วยหิมะที่ตกต่อเนื่องมาตั้งแต่ยามเย็น หลังเข้าสู่ยามจื่อ ถนนทุกสายก็เงียบสงัด เหลือเพียงแสงโคมจากจวนแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินที่ยังส่องสว่างอยู่ท่ามกลางราตรี

ภายในห้องหนังสือ เว่ยอู่หยานั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ บนโต๊ะเต็มไปด้วยฎีกาและรายงานจากชายแดน เขาเพิ่งกลับจากค่ายทหารได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม อาภรณ์ตัวนอกยังมีรอยชื้นจากหิมะเกาะอยู่ตามบ่า

เสียงประตูเปิดดังขึ้น เว่ยอู่หยาวางพู่กันแล้วเงยหน้ามองไป๋อี่โม่ในเสื้อคลุมสีขาวยืนอยู่ตรงประตู มือทั้งสองประคองถาดไม้ บนถาดมีกาสุราและจอกกระเบื้องเคลือบหนึ่งใบ

เขามองนางไม่วางตา

นับตั้งแต่แต่งงานกันมาสามปี ไป๋อี่โม่ไม่เคยเข้ามาในห้องหนังสือของเขา นางไม่เคยถามไถ่ว่าสามีเช่นเขาเป็นอย่างไร แม้กระทั่งวันสำคัญของเขา นางยังเพียงให้พ่อบ้านจัดของขวัญตามธรรมเนียม

หากแต่คืนนี้ นางกลับมาด้วยตนเอง

เว่ยอู่หยาลุกจากเก้าอี้ เหลือบมองถาดไม้ในมือนาง ก่อนจะพิศมองใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่นาน คล้ายกลัวว่าเพียงขยับตัว ภาพเบื้องหน้าจะเลือนหายไป

ไป๋อี่โม่เดินเข้ามาวางถาดลงบนโต๊ะข้างหน้าต่าง

“ข้าได้ยินว่าท่านกลับจากค่ายแล้ว อากาศหนาวจึงนำสุรามาให้”

น้ำเสียงของนางเรียบเฉย ไม่ได้อ่อนโยนไปกว่าทุกวัน ทว่าเว่ยอู่หยากลับดึงเก้าอี้ให้นางด้วยตนเอง

ไป๋อี่โม่ไม่ได้มองเขา นางนั่งลงแล้วเปิดฝากา ไอร้อนลอยขึ้นพร้อมกลิ่นสุราดอกเหมย มือเรียวรินสุราลงในจอก ท่าทางไม่เร่งไม่ร้อน

เว่ยอู่หยานั่งฝั่งตรงข้าม สายตายังคงอยู่ที่นางตลอดเวลา

ยามนางยื่นจอกสุรามาให้ เขารับไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง นิ้วมือเพิ่งแตะปลายนิ้วนาง ไป๋อี่โม่ก็รีบชักมือกลับ นิ้วที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำเข้าหากัน

หากจะบอกว่านางไม่รู้สึกอันใดกับเว่ยอู่หยาเลย คงเป็นการโกหก เพียงแต่ความรู้สึกนั้นถูกความยึดมั่นที่มีต่อบุรุษในความทรงจำบดบังมานาน จนนางไม่เคยคิดหาคำตอบให้ตนเอง

เขาก้มมองจอกสุราในมือ ริมฝีปากขยับเป็นรอยยิ้มจาง

รอยยิ้มนี้หาได้ยากยิ่ง แม้แต่แม่ทัพคนสนิทที่ติดตามเขามาหลายปีก็แทบไม่เคยเห็น แต่ไป๋อี่โม่กลับเบือนหน้าไปทางหน้าต่าง จึงไม่ทันสังเกตเห็น

เว่ยอู่หยาค่อย ๆ ยกจอกขึ้นดื่ม สุราอุ่นไหลผ่านลำคอ เขาดื่มจนหมดโดยไม่วางสายตาจากใบหน้าของภรรยา

เมื่อเห็นจอกว่างเปล่า ไป๋อี่โม่พลันกำมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ

เว่ยอู่หยาวางจอกลง ก่อนจะเลื่อนไปข้างหน้า เพียงเขาเลื่อนจอกกลับมา ไป๋อี่โม่ก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา นางหลุบตาลง หยิบกาสุราแล้วรินให้เขาอีกจอก

เขายังคงดื่มจนหมด สีหน้าเคร่งขรึมของเขาผ่อนคลายลง ความเย็นชารอบกายเลือนหายไปหลายส่วน ราวกับสุราสองจอกจากมือภรรยาเป็นสิ่งที่เขาเฝ้ารอมานาน

ไป๋อี่โม่มองภาพนั้นแล้วรีบหลบสายตา

ไม่นานนัก มือของเว่ยอู่หยาที่วางอยู่บนโต๊ะก็เริ่มสั่น จอกกระเบื้องหลุดจากมือ ตกลงบนพื้นแล้วกลิ้งไปหยุดข้างชายอาภรณ์ของนาง

เขาก้มมองจอกใบนั้น รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงไม่เลือนหาย เพียงแต่ริมฝีปากเริ่มไร้สีเลือด

ไป๋อี่โม่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา ไม่มีความโกรธอยู่ในดวงตาคู่นั้น

เว่ยอู่หยามองนางอยู่เช่นเดิม คล้ายต้องการจดจำใบหน้าของนางเป็นครั้งสุดท้าย มือข้างหนึ่งกุมขอบโต๊ะไว้ พยายามประคองตนเองให้นั่งอยู่ตรงหน้าให้นานขึ้น

โลหิตสีแดงคล้ำไหลออกจากมุมปาก หยดลงบนโต๊ะไม้ทีละหยด

เขาไม่เรียกผู้ใด องครักษ์ยืนเฝ้าอยู่นอกห้อง ขอเพียงเขาส่งเสียง คนเหล่านั้นก็จะพังประตูเข้ามา ทว่าเว่ยอู่หยากลับยกมือขึ้นเช็ดเลือดออกจากริมฝีปาก ก่อนจะดึงแขนเสื้อลงปิดรอยเลือดบนโต๊ะ ราวกับเกรงว่าภาพนั้นจะทำให้นางหวาดกลัว

ร่างสูงใหญ่ทรุดจากเก้าอี้

ไป๋อี่โม่ขยับถอยโดยสัญชาตญาณ แต่ถูกมือของเขาคว้าข้อมือไว้

ฝ่ามือคู่นี้เคยกุมดาบเข่นฆ่าข้าศึกมานับไม่ถ้วน เวลานี้กลับไม่มีแรงแม้แต่จะรั้งนางเอาไว้ นิ้วมือเพียงวางอยู่บนข้อมือนางหลวม ๆ

เว่ยอู่หยาเงยหน้ามองภรรยา

แววตาของเขายังคงอ่อนลงเช่นเดียวกับตอนที่เห็นนางถือถาดสุราเข้ามา ความเจ็บปวดจากพิษไม่ได้ทำให้สายตานั้นเปลี่ยนไป มีเพียงความเสียดายที่ซ่อนอยู่ภายใน

นางยอมมาหาเขาแล้ว แต่กลับเป็นคืนสุดท้ายของชีวิต

ริมฝีปากเปื้อนเลือดขยับขึ้น

“ถือเสียว่า ชาตินี้ข้าชดใช้ให้เจ้าหมดแล้ว” มือที่วางอยู่บนข้อมือนางค่อย ๆ เลื่อนหลุด

เว่ยอู่หยาทรุดลงข้างกายนาง ก่อนลมหายใจจะหยุดลง

ไป๋อี่โม่ยืนมองร่างไร้ลมหายใจ ก่อนจะก้มลงเก็บขวดกระเบื้องใบเล็กที่ตกอยู่ใต้โต๊ะใส่กลับเข้าไปในแขนเสื้อ

ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด ในอกถึงได้เจ็บร้าวเพียงนี้ ราวกับนางเพิ่งสูญเสียคนสำคัญไป ทั้งที่นางย้ำกับตนเองมาโดยตลอดว่าไม่เคยรักเว่ยอู่หยา

ไป๋อี่โม่ยกมือกุมอก ความเจ็บปวดบีบรัดจนแทบยืนไม่ไหว นางเดินโซซัดโซเซออกจากห้องหนังสือ ปากยังพร่ำว่านางไม่ได้เสียใจ ทั้งที่น้ำตาไหลลงมาถึงปลายคางแล้ว

ด้านนอกชายคา หิมะยิ่งตกหนักกว่าเดิม เกล็ดหิมะสีขาวโปรยลงมาปกคลุมรอยเท้าของนางอย่างรวดเร็ว