LNCrawler

ของที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน #20

เกิดใหม่ชาตินี้ข้าจะเป็นนางเอก — novel.dek d.com · All chapters

ของที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน #20

หานจิ้งมองถุงเงิน แต่ไม่กล้ายื่นมือไปรับ บ่าวจากสำนักศึกษาจึงเก็บทั้งเศษหยก หนังสือรับรองราคา และถุงเงินไปให้อาจารย์เป็นผู้ตัดสิน เด็กชายทั้งสี่คนถูกพากลับสำนัก

จื่อหลานเดินตามหลังคนอื่นไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดลง เขาหันกลับมามองพี่สาวที่ยืนอยู่หน้าห้อง

“แท่นฝนหมึกนี้เป็นของที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ข้าจริงหรือ”

ไป๋อี่โม่หลุบตามองกล่องพลางตอบคำถาม “ด้านหลังมีชื่อของเจ้า”

จื่อหลานพลิกกล่องไม้ดู คล้ายเพิ่งสังเกตเห็นอักษรเล็ก ๆ ที่สลักอยู่ตรงมุมล่าง เขาใช้นิ้วลูบรอยสลักนั้นช้า ๆ

“เหตุใดไม่มีผู้ใดเคยบอกข้า”

คำถามนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน ไป๋อี่โม่มองใบหน้าของน้องชาย นางเองก็ไม่มีคำตอบ ชาติก่อนนางไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าของชิ้นนี้อยู่กับเขา

“เก็บรักษาไว้ให้ดี” นางกล่าว “อย่านำไปมอบให้ผู้ใดอีก”

จื่อหลานกอดกล่องไม้ไว้แน่น ก่อนจะเดินตามบ่าวของสำนักศึกษาไปโดยไม่กล่าวอะไร

ไป๋อี่โม่มองเขาจนลับตาแล้วถึงได้ออกจากโรงน้ำชา

ในจวนตระกูลไป๋ ข่าวที่โรงน้ำชามาถึงเรือนหลักก่อนนางแล้ว เหลียนซื่อนั่งรออยู่ในห้องโถง หัวคิ้วขมวดมุ่น

ทันทีที่เห็นไป๋อี่โม่เดินเข้ามา นางก็เอ่ยตำหนิ “โม่เอ๋อ เหตุใดเจ้าต้องทำให้เรื่องมันลุกลามใหญ่โตเช่นนั้นด้วยเล่า หากสกุลหานไม่พอใจขึ้นมา จื่อหลานจะอยู่ในสำนักศึกษาลำบาก”

ไป๋อี่โม่ส่งพัดให้มู่หลิงแล้วนั่งลงตรงข้ามเหลียนซื่อ มือทั้งสองวางซ้อนกันบนตัก น้ำเสียงยามตอบสงบนิ่ง “เขาทำผิดก็รับโทษ คุณชายหานทำผิดก็รับโทษเช่นกัน มีสิ่งใดไม่สมควรหรือเจ้าคะ”

ครั้งนี้เหมือนว่าเหลียนซื่อจะไม่ยอมนาง “เด็กทะเลาะกันย่อมมีถูกมีผิดปะปนกันไป เพียงเงินห้าสิบตำลึงก็ทำให้เรื่องจบได้ เหตุใดต้องทำให้สองตระกูลเสียไมตรี”

ไป๋อี่โม่ไม่ยอมเช่นกัน “หากครั้งนี้จ่ายห้าสิบตำลึง ครั้งหน้าพวกเขาเรียกร้อยตำลึง ท่านแม่ก็จะจ่ายหรือเจ้าคะ”

ข้อดีของการเป็นคนที่เคยร้ายกาจ เวลาที่โต้เถียงกับใคร ผู้อื่นมักคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เช่นนี้ นางก็ไม่ต้องกังวลว่าตนเองจะดูผิดแผกแตกต่าง จนผู้อื่นสังเกตได้

เหลียนซื่อไม่เอะใจสงสัยจริงดังคาด นางถึงกับมองข้ามเรื่องความเป็นคนมีเหตุผลของลูกเลี้ยงไปอย่างง่ายดาย

“เอาเถอะ ทำแล้วก็ทำไป แม่เพียงไม่ต้องการให้จื่อหลานถูกคนรังแก เขาไม่มีมารดาแท้ ๆ คอยปกป้อง ย่อมน่าสงสารกว่าเด็กคนอื่น”

ชาติก่อนถ้าได้ยินประโยคนี้ ไป๋อี่โม่ก็คงพยักหน้าเห็นด้วย ทว่าเวลานี้นางกลับนึกถึงแท่นฝนหมึกในมือของน้องชาย นึกถึงเบี้ยรายเดือนที่ถูกใช้จนหมด และท่าทีคุ้นเคยของคนสกุลหานยามเรียกเงิน

ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง เหลียนซื่อเลือกจ่ายเงินเพื่อให้เรื่องจบลง จื่อหลานจึงไม่เคยต้องบอกว่าเงินของตนหายไปที่ใด และคนเหล่านั้นก็กล้ากลับมาเรียกเงินจากเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจไป๋อี่โม่ ก่อนจะถูกนางกดลงอย่างรวดเร็ว บางทีเหลียนซื่ออาจเพียงตามใจจื่อหลานมากเกินไปเท่านั้น

“ก็ใช่ จื่อหลานไม่มีมารดาแท้ ๆ คอยปกป้อง” ไป๋อี่โม่ปรับเสียงให้แข็งขึ้น เพื่อให้ฟังดูเอาแต่ใจตัวเองเหมือนน้ำเสียงที่นางชอบใช้ในชาติก่อน “เรื่องวันนี้ข้าเพียงไม่อยากให้เขาเสียของที่ท่านแม่ของข้าทิ้งไว้ไปโดยไม่รู้คุณค่าเจ้าค่ะ”

เหลียนซื่อมองนาง มือที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ขยับ ก่อนจะยกขึ้นลูบหลังมือของไป๋อี่โม่

“เจ้ายอมคิดเพื่อน้องชาย แม่ย่อมดีใจ เพียงแต่พวกเจ้าห่างเหินกันมานาน หากจะสั่งสอนเขาก็อย่าใจร้อนนัก”

ไป๋อี่โม่รับคำ นางไม่ได้กล่าวถึงเรื่องน้องชายต่อ แต่ความสงสัยกลับติดอยู่ในใจ

เหตุใดตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้ใดเคยบอกจื่อหลานว่าแท่นฝนหมึกชิ้นนั้นเป็นของจากมารดา

หลังเหตุการณ์ที่โรงน้ำชา จื่อหลานถูกอาจารย์ผู้ดูแลกฎของสำนักลงโทษให้คัดกฎห้าสิบจบ ส่วนหานจิ้งต้องขอโทษเขาต่อหน้าศิษย์ร่วมชั้นและรับเงินค่าหยกไปเจ็ดตำลึง

เรื่องนี้จบลงโดยไม่มีผู้ใหญ่จากสกุลหานมาเอาความ แต่จื่อหลานไม่ได้กลับมาขอบคุณพี่สาว

เขายังคงหลบหน้านางเช่นเดิม เพียงให้บ่าวนำเงินหนึ่งตำลึงที่เหลือจากค่าหยกมาคืน พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนไว้เพียงว่าตนไม่ได้ติดค้างนาง

ไป๋อี่โม่อ่านแล้วพับเก็บไว้ในลิ้นชัก น้องชายของนางถูกเลี้ยงให้หยิ่งทะนงมาตั้งแต่เล็ก หากเปลี่ยนแปลงได้ภายในวันสองวันก็คงไม่ใช่จื่อหลาน อย่างน้อยครั้งนี้เขาไม่ได้ขายแท่นฝนหมึกของมารดาก็นับว่าดีมากแล้ว

เย็นวันนั้น ไป๋เฉิงอี้เรียกบุตรสาวไปยังห้องหนังสือ บนโต๊ะมีบัญชีสมุนไพรจากคลังชั้นในกับคำให้การของพ่อบ้านจางวางอยู่พร้อมกัน

“เจ้านำของในคลังออกไปโดยไม่ขออนุญาตจริงหรือ”

ไป๋อี่โม่คุกเข่ารับผิด “จริงเจ้าค่ะ เวลานั้นมีคนถูกลูกธนู หากรอส่งข่าวกลับจวน เกรงว่าจะไม่ทันให้หมอเขียนเทียบยา ลูกจึงตัดสินใจเอง”

“ร้านทงจี้เป็นสินเดิมของมารดาเจ้า แต่ตราบใดที่เจ้ายังไม่รับช่วงดูแล ของในคลังก็ไม่ใช่ถุงเงินส่วนตัวที่จะหยิบเมื่อใดก็ได้” ไป๋เฉิงอี้กล่าว “เจ้าช่วยชีวิตคนได้ ไม่ได้แปลว่าวิธีที่ใช้ไม่มีความผิด”