บทนำ สุราอุ่นจากมือภรรยา #2
บทนำ สุราอุ่นจากมือภรรยา #2
นางคิดว่าเมื่อเว่ยอู่หยาตาย ทุกสิ่งจะจบลง ลู่อวี้เฉินจะทำตามคำสัญญาและรับนางไปอยู่ด้วย หลายปีมานี้นางจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา เคยทำร้ายคุณหนูที่เข้าใกล้ลู่อวี้เฉิน เคยอยากฆ่าน้องสาวต่างมารดาเพราะคิดว่าเป็นมารหัวใจ ยอมกระทั่งผลาญสินเดิมเพียงเพื่อทำให้เขาพึงพอใจ กระทั่งคืนนี้ นางถึงกับฆ่าสามีผู้ไม่เคยทำร้ายนางด้วยมือตนเองเพื่อจะได้สมหวังกับเขา
ทว่านางคิดผิดไปถนัด บุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือคนที่เฝ้าฝันหามาหลายปี หากเขามาเพียงลำพัง นางคงวิ่งถลาเข้าไปกอดเอวสอบของเขาแล้ว แต่นี่เขากลับมาพร้อมมือปราบจากกรมอาญา
นางเพิ่งจะฆ่าคนไปหมาด ๆ รองเจ้ากรมอาญาพร้อมมือปราบก็มายืนอยู่เบื้องหน้า ต่อให้โง่งมแค่ไหน ก็ยังเดาได้อยู่ดี
“จับกุมนาง!”
นั่นคือเสียงทุ้มนุ่มที่นางโหยหามาตลอด ไป๋อี่โม่ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก ปล่อยให้มือปราบจับกดลงคุกเข่าอย่างง่ายดาย ดวงตาคู่งามมองไปที่คนเพียงคนเดียว ชายหนุ่มผู้อยู่ในชุดขุนนางสีแดงปักลายอาชา หยกประดับอยู่บนหมวกแพรสีนิลปีกกว้างบ่งบอกฐานะว่าเขาคือรองเจ้ากรมอาญา
“พี่อวี้เฉิน นี่มันเรื่องอันใดกันเจ้าคะ”
ลู่อวี้เฉินคลี่คำสั่งจับกุมออก อ่านข้อกล่าวหาทีละข้อโดยไม่หลบสายตานาง
บัญชีลับของร้านยาทงจี้ถูกค้นพบในห้องของนาง ภายในมีรายการลักลอบส่งสมุนไพรและเสบียงให้กองทัพศัตรู รวมถึงจดหมายหลายฉบับที่กล่าวถึงแผนสังหารแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน
พยานหลักฐานทุกอย่างล้วนชี้มาที่นาง ไป๋อี่โม่ถูกนำตัวไปคุมขังในคุกกรมอาญา โซ่ตรวนหนักล่ามอยู่ที่ข้อเท้า อาภรณ์สีขาวเปื้อนคราบเลือด
นางเฝ้ารอลู่อวี้เฉินอยู่หลายวัน กระทั่งก่อนวันประหาร เขาจึงปรากฏตัว
บุรุษในอาภรณ์ขุนนางสีแดงเข้มหยุดยืนอยู่นอกห้องขัง มีผู้คุมติดตามมาด้านหลังสองคน ไป๋อี่โม่รีบลุกขึ้น โซ่ตรวนที่ข้อเท้ากระทบพื้นหินดังไปทั่วทางเดิน
“พี่อวี้เฉิน ท่านมาช่วยข้าใช่หรือไม่”
ลู่อวี้เฉินมองสตรีงดงามในความทรงจำ ยามนี้ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยบาดแผล ผมเผ้ายุ่งเหยิงจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม
เขาไม่ได้เดินเข้าไปหา เพียงส่งสัญญาณให้ผู้คุมเปิดประตู แล้ววางสุราหนึ่งกาลงบนโต๊ะภายในห้องขัง
“สุรานี่ ข้านำมาเพื่ออำลาเจ้า” ไป๋อี่โม่มองกาสุราบนโต๊ะ ก่อนจะหันกลับไปมองเขา “ท่านเคยบอกว่าเมื่อเว่ยอู่หยาตาย พวกเราจะสมหวัง”
ลู่อวี้เฉินไม่ตอบ
นางพยายามจะเดินเข้าไปหา แต่โซ่ที่ข้อเท้ารั้งไว้จนเกือบจะล้ม “หลักฐานทั้งหมดเป็นสิ่งที่ท่านมอบให้ข้า พิษก็เป็นคนของท่านนำมา เหตุใดท่านไม่บอกความจริงแก่พวกเขา”
“เพราะทุกอย่างเป็นหลักฐานที่ใช้เอาผิดเจ้า”
ไป๋อี่โม่มองเขาอยู่นาน สุดท้ายก็ต้องยอมเชื่อในสิ่งที่เห็น นางถูกหลอกมาตั้งแต่ต้น แต่เหตุใดกลับไม่นึกเสียใจมากอย่างที่ควรจะเป็น ความเจ็บปวดตอนนี้ เทียบไม่ได้กับวันที่เว่ยอู่หยาตาย
“ที่แท้ ท่านก็หลอกใช้ข้า หลอกใช้ข้ามาตลอด”
ไป๋อี่โม่หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ครู่หนึ่งก็มองสบตาเขาแล้วเอ่ยถาม “พี่อวี้เฉิน ท่านเคยรักข้าบ้างหรือไม่”
ลู่อวี้เฉินเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบ
“ไหน ๆ พวกเราก็ต้องจากกันแล้ว ข้าจะบอกความจริงให้”
ดวงตาสองคู่สบกัน “ข้าไม่ใช่คนที่เจ้าตามหามาตั้งแต่แรก ฉะนั้น ก่อนจะถามว่าข้ารักเจ้าหรือไม่ เจ้าควรถามตัวเจ้าเองว่าเจ้าต้องการความรักจากใครกันแน่”
ภาพเว่ยอู่หยาในวาระสุดท้ายผุดขึ้นในความคิด ไป๋อี่โม่พยายามนึกถึงตนเองในวัยเด็ก ยามนั้นนางหนีไปซ่อนตัวในห้องแคบในวันพิธีศพของมารดา มีพี่ชายคนหนึ่งมาอยู่เป็นเพื่อน เขาปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางใช้มือเล็ก ๆ ลูบศีรษะนางไปมาจนนางคลายความเศร้าและยอมออกจากห้องเก็บของไปกับเขา หลังจากนั้นทั้งสองก็แยกจากกัน นางจำหน้าเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ จำได้เพียงหยกขาวเย็นบนพู่ห้อยเอว
คิดมาถึงตรงนี้ สายตาของไป๋อี่โม่ก็หลุบมองหยกขาวบนพู่ห้อยเอวของลู่อวี้เฉิน เพราะหยกชิ้นนั้น นางจึงเข้าใจผิดว่าพี่ชายคือคนตรงหน้ามาตลอด ถึงได้ทุ่มเทใจให้เขาตามสัญญาในห้องเก็บของ
ทว่าหยกของเด็กชายในความทรงจำมีรอยบิ่นเล็ก ๆ ตรงขอบด้านล่าง ขณะที่หยกบนเอวลู่อวี้เฉินกลับเรียบสมบูรณ์ นางเคยละเลยความแตกต่างนี้ บัดนี้มันกลับชัดเจนขึ้นพร้อมภาพหยกขาวบนเอวเว่ยอู่หยาในคืนที่เขาสิ้นใจ
“พี่ชายคนนั้นคือเว่ยอู่หยาใช่หรือไม่”
ลู่อวี้เฉินไม่ตอบ เพียงหมุนตัวเดินออกจากห้องขัง ทิ้งให้นางได้คำตอบด้วยตนเอง
ไป๋อี่โม่หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ที่แท้บุรุษที่นางเฝ้าตามหามาหลายปีอยู่ข้างกายนางมาตลอด และนางเพิ่งสังหารเขาด้วยมือตนเอง
รุ่งเช้าวันต่อมา นางถูกนำตัวออกจากคุกหลวง
กลางลานประหาร เชือกห้าเส้นถูกผูกเข้ากับคอ ข้อมือและข้อเท้าของนาง ม้าศึกถูกจูงแยกออกไปคนละทิศ รอเพียงคำสั่งจากเพชฌฆาต
ไป๋อี่โม่คุกเข่าอยู่กลางหิมะ สายตามองผ่านผู้คนไปยังแท่นประหาร ลู่อวี้เฉินยืนอยู่ตรงนั้น แส้ในมือเพชฌฆาตถูกยกขึ้น ไป๋อี่โม่หลับตาลง
พี่อู่หยา ข้าขอโทษ โม่เอ๋อหวังว่าจะได้พบท่านที่ปรโลก
เสียงแส้ฟาดลงบนหลังม้าทั้งห้า ความเจ็บปวดฉีกกระชากไปทั่วร่าง ก่อนทุกสิ่งจะดับมืดลง