LNCrawler

คนที่ไม่ควรได้พบอีก #3

เกิดใหม่ชาตินี้ข้าจะเป็นนางเอก — novel.dek d.com · All chapters

คนที่ไม่ควรได้พบอีก #3

ตอนที่ 1 คนที่ไม่ควรได้พบอีก

น้ำเย็นจัดทะลักเข้าปากและจมูก ร่างของไป๋อี่โม่จมลึกลงไปใต้ผิวน้ำ แขนขาทั้งสี่ข้างหนักอึ้งจนไม่อาจขยับเขยื้อน ความเจ็บปวดจากการถูกม้าศึกฉีกกระชากยังคงติดอยู่ในกระดูก ราวกับร่างกายของนางกำลังแยกออกจากกันซ้ำอีกครั้ง

เสียงแส้ฟาดลงบนหลังม้าดังก้องอยู่ในหู

เชือกห้าเส้นกระตุกตึง ก่อนความเจ็บปวดจะแล่นผ่านร่างและพรากลมหายใจเฮือกสุดท้ายไปจากนาง

ไป๋อี่โม่แน่ใจว่าตนเองตายแล้ว แล้วเหตุใดคนตายจึงยังรู้สึกหนาวได้ถึงเพียงนี้

นางพยายามอ้าปากหายใจ น้ำกลับยิ่งไหลทะลักเข้าไปจนเจ็บหน้าอก เท้าสัมผัสไม่ได้ถึงพื้น มือทั้งสองไขว่คว้าหาสิ่งยึดเหนี่ยวตามสัญชาตญาณ แต่คว้าได้เพียงสายน้ำเย็นเฉียบ

เสียงตะโกนดังแว่วมาจากเหนือผิวน้ำ “คุณหนูใหญ่!”

“รีบช่วยคุณหนูเร็วเข้า!”

“โยนเชือกลงไป!” เงาร่างหลายเงาเคลื่อนไหวอยู่บนฝั่ง เชือกเส้นหนึ่งตกลงมากระทบผิวน้ำไม่ห่างจากมือของนาง ไป๋อี่โม่พยายามเอื้อมไปคว้า ทว่าปลายนิ้วกลับปัดผ่านเชือกไป ร่างของนางจมลงอีกครั้ง

เสียงคนกระโดดลงน้ำดังขึ้นข้างกาย ไม่นานนัก แขนคู่หนึ่งก็โอบรอบอกของนางจากด้านหลัง พยายามพยุงนางขึ้นสู่ผิวน้ำ

ไป๋อี่โม่ดิ้นรนตามสัญชาตญาณ “คุณหนู อย่าดิ้นเจ้าค่ะ!”

เสียงของใครบางคนดังอยู่ข้างหู แต่นางไม่อาจหยุดตนเองได้ ความหวาดกลัวในวาระสุดท้ายยังคงเกาะกุมจิตใจ นางใช้มือคว้าทุกสิ่งที่อยู่ใกล้ กระทั่งอีกฝ่ายต้องรวบข้อมือทั้งสองของนางไว้แล้วตะโกนให้คนบนฝั่งดึงเชือก

มู่หลิงกับสาวใช้บนฝั่งช่วยกันดึงเชือก ในที่สุดร่างของทั้งสองก็ถูกลากไปถึงขอบสระ

มือของสาวใช้นางหนึ่งยื่นลงมารับ พวกนางช่วยกันประคองไป๋อี่โม่ขึ้นจากน้ำ ก่อนจะประคองนางลงบนพื้นหญ้าริมสระ

ไป๋อี่โม่สำรอกน้ำออกมาหลายครั้ง หน้าอกกระเพื่อมอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่พยายามสูดลมหายใจ ลำคอจะเจ็บแสบจนต้องสำลักออกมาอีก

เสียงผู้คนดังอื้ออึงอยู่รอบกาย นางลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกิ่งหลิวลงมากระทบดวงตา เบื้องหน้าไม่ใช่ลานประหารที่ปกคลุมด้วยหิมะ

เหนือศีรษะของนางคือท้องฟ้าสีคราม ต้นหลิวริมสระแตกกิ่งอ่อนเขียวสด ดอกบัวภายในสระเพิ่งชูใบพ้นน้ำ กลิ่นดินชื้นกับกลิ่นบุปผาโชยเข้ามาพร้อมสายลมปลายวสันต์

ไป๋อี่โม่ยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เสื้อคลุมตัวหนึ่งก็ถูกนำมาห่มลงบนร่างเปียกชุ่มของนาง

“อี่โม่ เจ้าได้ยินข้าหรือไม่” เสียงของใครบางคนดังขึ้นใกล้ตัว

คนผู้นั้นคุกเข่าลงข้างกายนาง มือหนึ่งช่วยรวบเสื้อคลุมปิดร่าง อีกมือประคองไหล่ของนางไว้อย่างระมัดระวัง

ไป๋อี่โม่หันไปมอง

คุณหนูตรงหน้ามีใบหน้าเรียวหมดจด คิ้วโค้งได้รูป ดวงตางดงามเฉลียวฉลาด อาภรณ์สีแดงทับทิมขับผิวให้ขาวผ่อง เครื่องประดับบนมวยผมทุกชิ้นเลือกมาอย่างประณีต โดยเฉพาะปิ่นผีเสื้อประดับทับทิมที่สั่นไหวอยู่ข้างขมับ

ปิ่นชิ้นนั้นเป็นของจากร้านจินอวี้ ชาติก่อนลู่อวี้หนิงเคยบอกว่าชื่นชอบมัน แต่เงินที่นำติดตัวมามีไม่พอ ไป๋อี่โม่ควักเงินซื้อให้โดยไม่ลังเล แค่เพราะอีกฝ่ายกระซิบบอกว่าพี่ชายเอ็นดูคนที่รู้จักแบ่งปัน

“เหตุใดมือเจ้าจึงเย็นเช่นนี้” ลู่อวี้หนิงหันไปสั่งสาวใช้ “ยังไม่รีบไปนำผ้าห่มมาอีกหรือ แล้วคนไปตามหมอถึงที่ใดแล้ว”

สาวใช้รีบรับคำก่อนจะวิ่งออกไป ไป๋อี่โม่มองใบหน้าของสหายสนิท แต่ยังไม่อาจเรียบเรียงความคิดได้

ลู่อวี้หนิงดูอ่อนเยาว์กว่าในความทรงจำ ดวงตาคู่นั้นยังไม่มีความเย็นชาเหมือนยามที่มองนางในภายหลัง ใบหน้านี้เป็นใบหน้าของคุณหนูลู่ในวัยเยาว์อย่างไม่ต้องสงสัย

ไป๋อี่โม่มองผ่านไหล่ของลู่อวี้หนิงไป ร่างทั้งร่างพลันแข็งค้าง

ลู่อวี้เฉินยืนอยู่ใต้ต้นหลิว อาภรณ์ยาวสีขาวนวลเปียกน้ำตรงชายแขนเสื้อ คงเพราะเมื่อครู่เขาเป็นผู้โยนเชือกลงมา เส้นผมดำสนิทถูกรวบไว้ด้วยกวานหยกขาว รูปร่างสูงโปร่งตั้งตรงอยู่ท่ามกลางเงาไม้

แม้แต่เขาก็ยังมีใบหน้าอ่อนเยาว์ด้วยหรือ นี่มันเกิดอะไรขึ้น

รูปโฉมที่เคยทำให้นางหลงใหลปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง คิ้วของเขาเรียวยาวรับกับดวงตาสงบนิ่ง สันจมูกสูง ริมฝีปากได้รูป ผิวกายขาวสะอาด บ่งบอกว่าเติบโตมากับตำรา แม้ยืนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย อาภรณ์และท่วงท่าก็ยังเรียบร้อยจนยากจะละสายตา

ความงามของลู่อวี้เฉินไม่ใช่ความคมเข้มดุดันเช่นบุรุษในสนามรบ แต่เป็นความสุภาพนุ่มนวลที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกว่าเย็นตา

ชาติก่อน ไป๋อี่โม่หลงรักเขาก็เพราะเช่นนี้

หากแต่ตอนนี้ ภาพบุรุษในอาภรณ์ขุนนางสีแดงเข้มยืนอยู่นอกห้องขังซ้อนทับกับชายหนุ่มในชุดขาวเบื้องหน้า จนแทบจะกลบเงาร่างอ่อนโยนนั้นไปจนหมดสิ้น

นางอยากถามว่าเหตุใดเขาจึงหลอกใช้ความรักของนาง แล้วพาคนมาดูนางตายต่อหน้าต่อตา

อาจเป็นเพราะสายตาของนางหยุดอยู่บนตัวเขานานเกินไป คิ้วของลู่อวี้เฉินถึงได้ขมวดมุ่น “โม่เอ๋อ?” เขาลองเรียกนางดู

มาถึงตอนนี้ ไป๋อี่โม่เพิ่งจะได้สติ เบื้องหน้าคือลู่อวี้เฉินจริง แต่ใบหน้าของเขากลับอ่อนเยาว์ไม่เหมือนบุรุษในวัยยี่สิบสี่ยี่สิบ