LNCrawler

คนที่ไม่ควรได้พบอีก #4

เกิดใหม่ชาตินี้ข้าจะเป็นนางเอก — novel.dek d.com · All chapters

คนที่ไม่ควรได้พบอีก #4

รู้อย่างนั้นแล้วไป๋อี่โม่ก็ดึงสายตามากวาดมองไปรอบ ๆ ที่นี่คือจวนตระกูลไป๋ ไม่ใช่จวนตระกูลเว่ย บ่าวไพร่หลายคนยังมีใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าที่นางจดจำ

นางก้มมองมือของตน นิ้วมือเรียวเล็ก ผิวเนียนไร้รอยแผลจากเครื่องทรมาน ข้อมือทั้งสองไม่มีรอยเชือก ไม่มีโลหิต และไม่มีกระดูกส่วนใดแตกหัก

สิ่งที่ทำให้นางเจ็บอยู่ในเวลานี้มีเพียงหน้าอกจากการสำลักน้ำ

หรือว่านางยังไม่ตาย? แต่หากยังไม่ตาย แล้วเหตุใดลู่อวี้เฉินกับลู่อวี้หนิงจึงกลับมาอยู่ในวัยเยาว์ และนางกลับมาอยู่ที่จวนได้เล่า

คำถามมากมายเริ่มผุดขึ้นในหัวของไป๋อี่โม่ ต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าจะตั้งสติได้

เหตุการณ์เช่นนี้ เหมือนว่านางจะเคยผ่านมันมาก่อน ในชีวิตนางเคยตกน้ำแค่ครั้งเดียว

วันนั้นเป็นวันที่จวนของนางจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ รับรองแขกจากตระกูลลู่ ลู่อวี้เฉินติดตามผู้ใหญ่ในตระกูลมาด้วย นางเฝ้ารอเขามาหลายวัน แต่เมื่อพบหน้า เขากลับยืนสนทนากับไป๋ว่านว่านอยู่ริมศาลา

ด้วยความไม่พอใจ นางเดินตามเขามาถึงริมสระบัว ตั้งใจจะแสร้งทำเป็นตกน้ำ หวังให้เขาเลิกสนใจน้องสาวแล้วหันมาใส่ใจตนเอง

ผู้ใดจะคิดว่านางจะเหยียบตะไคร่น้ำและตกลงไปจริง ๆ ภาพในความทรงจำกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าค่อย ๆ ซ้อนทับกัน

ไป๋อี่โม่สูดลมหายใจเข้าลึก ยังไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

“พี่ใหญ่ ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” เสียงอ่อนหวานดังขึ้น อี่โม่หันไปมอง ผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังลู่อวี้เฉินก้าวออกมา

ไป๋ว่านว่านสวมอาภรณ์สีเหลืองอ่อน รูปร่างของนางบอบบางกว่าผู้อื่นในวัยเดียวกัน ใบหน้าเล็กรูปไข่ ผิวขาวนวล ดวงตากลมใสยังมีร่องรอยประหม่า มวยผมสองข้างประดับเพียงดอกไห่ถังทำจากผ้า ยามก้าวเข้ามาก็รวบชายกระโปรงอย่างระมัดระวัง ท่าทางสุภาพเรียบร้อยยากที่ผู้พบเห็นจะไม่เกิดความเอ็นดู

ไป๋ว่านว่านอายุน้อยกว่านางหนึ่งปี เป็นที่รักของทุกคนในจวน ทั้งที่ถูกพี่สาวอย่างนางรังแก อีกฝ่ายก็ไม่เคยตอบโต้

“พี่ใหญ่ ล้วนเป็นความผิดของข้า” ไป๋ว่านว่านคุกเข่าลงอีกด้านหนึ่ง “หากข้าไม่พูดคุยกับพี่อวี้เฉิน ท่านคงไม่เดินตามมาถึงริมสระ”

บ่าวที่อยู่รอบข้างพากันก้มหน้า ไม่มีผู้ใดกล้าปริปาก

สาวใช้ผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ท้ายกลุ่มกระซิบกับคนข้างกายว่า “คุณหนูรองไม่ได้ทำสิ่งใด เหตุใดต้องรับผิดแทนทุกครั้ง”

แม้ว่าเสียงกระซิบนั้นจะเบาแค่ไหน ทว่ากลับดังเข้าหูไป๋อี่โม่ชัดเจนทุกถ้อยคำอยู่ดี

สาวใช้อีกคนรีบกระตุกแขนเสื้อ ทั้งสองพากันก้มหน้าต่ำยิ่งกว่าเดิม

ไป๋อี่โม่เคยได้ยินถ้อยคำนี้มาแล้ว ชาติก่อนนางเพิ่งฟื้นก็โกรธจนตบไป๋ว่านว่านต่อหน้าทุกคน กล่าวหาว่าน้องสาวจงใจแย่งความสนใจจากลู่อวี้เฉิน

เวลานี้พอได้มาฟังอีกครั้ง นางกลับไม่รู้สึกโกรธอย่างที่เคย

เห็นได้ชัดว่านางเป็นฝ่ายเดินตามลู่อวี้เฉินมาเอง การตกน้ำเกิดจากความประมาทของนาง ไม่ได้เกี่ยวกับผู้ใด

ไป๋อี่โม่มองใบหน้าอ่อนเยาว์ของน้องสาวต่างมารดาเบื้องหน้า ไม่เข้าใจว่าไฉนคำขอโทษที่เคยได้ยินมาแล้วครั้งหนึ่ง กลับทำให้รู้สึกอึดอัด

“เกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่มีผู้ใดไปตามข้า!” เสียงสตรีผู้หนึ่งดังมาจากทางเดิน

บ่าวไพร่รีบแยกออกเป็นสองฝั่ง สตรีวัยสามสิบกว่าในอาภรณ์สีม่วงเข้มก้าวเข้ามาโดยมีสาวใช้ติดตามหลายคน นางมีรูปร่างอิ่มเอิบสมวัย ผิวพรรณได้รับการดูแลอย่างดี ใบหน้าไม่งดงามสะดุดตา แต่ดูอ่อนโยนและน่าเชื่อถือ ดวงตาคู่นั้นมักมีความห่วงใยยามมองบุตรหลาน

นางคือเหลียนซื่อ มารดาแท้ ๆ ของไป๋ว่านว่าน เดิมเป็นอนุของบิดา ภายหลังมารดาแท้ ๆ ของไป๋อี่โม่สิ้นลม นางถูกยกขึ้นเป็นภรรยาเอก และรับหน้าที่เลี้ยงดูบุตรทั้งสามของจวน

เหลียนซื่อเห็นสภาพของไป๋อี่โม่ก็รีบสาวเท้าเข้ามาหา นางถอดเสื้อคลุมของตนห่มทับลงบนร่างลูกเลี้ยงอีกชั้น ก่อนจะยกมือแตะหน้าผากและลูบเส้นผมเปียกชื้นออกจากใบหน้า

“โม่เอ๋อ เจ้าอย่าทำให้แม่ตกใจได้หรือไม่”

น้ำเสียงของนางสั่นเครือ ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยระคนร้อนใจเต็มเปี่ยม “ส่งคนไปตามหมอแล้วหรือยัง”

“ส่งไปแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้อาวุโสที่สุดรีบตอบ

เหลียนซื่อพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะกวาดตามองบ่าวไพร่ด้วยสายตาเย็นชา “เรื่องในวันนี้เป็นเพียงเหตุสุดวิสัย หากผู้ใดกล้านำออกไปพูดจาเหลวไหล ทำลายชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ล่ะก็…อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!”

บ่าวทั้งหมดรีบรับคำอย่างพร้อมเพรียง

เหลียนซื่อหันกลับไปมองลูกเลี้ยง ใบหน้าเปลี่ยนมาอบอุ่นอ่อนโยนดังเดิม “ไม่เป็นไรแล้ว แม่อยู่นี่ ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวโทษเจ้า เจ้ากลับเรือนก่อนเถิด เกิดป่วยขึ้นมาจะลำบาก”

ลู่อวี้หนิงช่วยประคองนางขึ้นพร้อมสาวใช้อีกคน ไป๋อี่โม่เงยหน้ามองลู่อวี้เฉินอีกครั้ง

ชายหนุ่มยังยืนอยู่ใต้ต้นหลิว หัวคิ้วขมวดเล็กน้อย พอเห็นว่านางมองมา เขาก็พยักหน้าให้อย่างอ่อนโยน

หากเป็นเมื่อก่อน แค่สายตานี้ก็เพียงพอให้นางลืมความขุ่นเคืองทั้งหมด แล้วรีบเรียกเขาว่าพี่อวี้เฉินด้วยความยินดี