LNCrawler

เพราะอยากให้ท่านมีชีวิตอยู่ #77 (เล่ม 2)

เกิดใหม่ชาตินี้ข้าจะเป็นนางเอก — novel.dek d.com · All chapters

เพราะอยากให้ท่านมีชีวิตอยู่ #77 (เล่ม 2)

ตอนที่ 38 เพราะอยากให้ท่านมีชีวิตอยู่

รอยยิ้มของเหลียนซื่อค่อย ๆ จางลงเมื่อได้ยินคำปฏิเสธที่ซ่อนอยู่ในถ้อยคำนอบน้อม “แม่ไม่ได้คิดยึดตรามาเปิดคลัง เพียงอยากช่วยตรวจรายการจ่ายของเท่านั้น”

ไป๋อี่โม่เลื่อนสมุดบัญชีฉบับคัดไปวางตรงหน้าแม่เลี้ยง “เช่นนั้นให้ผู้ดูแลนำบันทึกมาส่งที่เรือนหลักทุกสิ้นเดือนก็พอเจ้าค่ะ ส่วนตราประจำร้านยังคงเก็บไว้ตามคำสั่งของท่านตา จะได้ไม่มีผู้ใดกล่าวหาว่าท่านแม่ก้าวก่ายสินเดิมของลูก”

นางเสนอหนทางให้อีกฝ่ายตรวจบัญชีได้ตามต้องการ ขณะเดียวกันก็ปิดทางไม่ให้แตะต้องตราประจำร้านอย่างสิ้นเชิง เหลียนซื่อมองลูกเลี้ยงอยู่นาน ก่อนจะพยักหน้ารับในที่สุด “เจ้าคิดรอบคอบแล้วก็ทำตามนั้นเถิด”

“สมุนไพรเหล่านั้นนำไปช่วยผู้ใดหรือเจ้าคะ” ไป๋ว่านว่านที่นั่งเงียบมานานเอ่ยถามด้วยความสนใจใคร่รู้

“คนไข้ของท่านหมอเยี่ย”

“เป็นคุณชายเว่ยหรือเจ้าคะ”

อี่โม่เหลือบมองน้องสาว สายตาที่ส่งไปมีความตำหนิเจืออยู่เล็กน้อย “ท่านหมอเยี่ยรักษาคนมากมาย เหตุใดเจ้าถึงได้คิดว่าเป็นเขา เรื่องผู้อื่นไม่ควรนำมาพูดถึง โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นบุรุษ”

ไป๋ว่านว่านหน้าเจื่อนไปทันที ก้มหน้ารับคำอย่างว่าง่าย “เจ้าค่ะ ท่านพี่สั่งสอนได้ถูกแล้ว เป็นข้าคิดไม่รอบคอบเอง”

เหลียนซื่อหันมามองบุตรสาวทั้งสองสลับกัน สายตาของนางอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่

เรื่องสินเดิมถูกพักไว้เพียงเท่านี้ ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับเรือนของตน บรรยากาศในจวนตระกูลไป๋กลับสู่ความสงบเรียบง่ายไปอีกหลายวัน ไป๋อี่โม่ยังคงดูแลกิจการร้านและส่งสมุนไพรให้ท่านหมอเยี่ยตามรายการเงียบ ๆ ไม่ได้แพร่งพรายให้ผู้ใดรู้ ทว่าความสงบนั้นอยู่ได้เพียงไม่นานนัก เทียบเชิญจากจวนตระกูลเว่ยก็ถูกส่งมาถึง

หลังงานชมบัวปลายเดือนหกผ่านไปไม่นาน ดอกเสาเย่าในจวนตระกูลเว่ยยังคงผลิบานสะพรั่ง ทางจวนจึงจัดงานชมบุปผาแบบเรียบง่าย เชิญเพียงตระกูลที่คุ้นเคยไม่กี่ตระกูลมาร่วมสังสรรค์ ด้วยความสนิทสนมกันมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ ตระกูลไป๋ย่อมเป็นหนึ่งในนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋จึงเรียกทุกคนมาแจ้งข่าว และกำชับให้เตรียมตัวไปร่วมงาน

ไป๋อี่โม่ขัดไม่ได้ จำต้องไปตามคำสั่งของผู้เป็นย่า

วันนี้ไป๋อี่โม่เลือกอาภรณ์สีขาวเรียบหมดจด ผ้าแพรเนื้อบางเบาพลิ้วไหวรับกับอากาศร้อน มวยผมสองข้างมัดด้วยเชือกแพรสีขาวเส้นเล็ก ทิ้งชายยาวลงมาประบ่า ใบหน้าเล็กกระจ่างใสเผยเค้าโครงความงามที่เริ่มเด่นชัด มีเพียงแววตาที่เรียบนิ่งสงบจนดูผิดกับวัยเท่านั้น

รถม้าตระกูลไป๋เคลื่อนขบวนออกจากประตู มุ่งหน้าผ่านตลาดที่เริ่มคึกคัก ไม่นานก็มาถึงหน้าจวนตระกูลเว่ย

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยพาลูกสะใภ้และบรรดาลูกหลานมารอรับแขกที่ลานด้านหน้าด้วยตนเอง ทว่าข้างกายของฮูหยินผู้เฒ่ากลับมีสตรีอีกนางหนึ่งคอยประคองแขนอยู่อย่างใกล้ชิด เจียงเหมิ่งถิงในอาภรณ์สีชมพูอ่อนแย้มยิ้มหวาน นางขยับกายเล็กน้อย จัดผ้าคลุมไหล่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยอย่างเอาใจใส่ ราวกับเป็นหลานสาวแท้ ๆ คนหนึ่งในบ้าน

ไป๋อี่โม่ยอบกายคำนับผู้ใหญ่พร้อมกับคนอื่น ๆ ทว่าสายตากลับจับจ้องภาพนั้นนิ่งงัน ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบขึ้นในใจ นางที่เติบโตมากับการวิ่งเล่นในจวนแห่งนี้ บัดนี้กลับยืนอยู่ในฐานะ แขก ขณะที่สตรีอีกนางหนึ่งกลับทำหน้าที่ราวกับเป็นคนในเรือน ปากของนางไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา แต่ในอกกลับรู้สึกเหมือนมีก้อนหินเล็ก ๆ ถ่วงอยู่

“อากาศร้อนเช่นนี้ ยังรบกวนท่านป้าออกมาต้อนรับด้วยตนเอง” ไป๋อี่โม่เอ่ยทักทาย

“เป็นเพียงการเดินเล่นเท่านั้น ว่างเว้นมานาน ไม่ได้พบหน้าหลาน ๆ เลย” ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยตอบพลางตบหลังมือเจียงเหมิ่งถิงเบา ๆ

“ต้องขอบใจเหมิ่งถิงที่อยู่เป็นเพื่อนคุยกับคนแก่เช่นข้า”

ไป๋อี่โม่เบือนหน้าหนีภาพนั้น กวาดตามองไปรอบจวน ดอกเสาเย่าสองข้างทางเดินชูช่อสีแดงสด งดงามเป็นอย่างยิ่ง ทว่าในสายตาของนางกลับรู้สึกว่าสีแดงนั้นบาดตาไปบ้าง

ยามกลุ่มสตรีเดินผ่านสวนด้านนอก เสียงฝีเท้าม้าดังมาแต่ไกล ไป๋อี่โม่หันไปมองโดยสัญชาตญาณ

บุรุษร่างสูงในอาภรณ์สีดำสนิทเพิ่งลงจากหลังม้า เขาเพิ่งกลับจากกองรักษาเมืองในเมืองหลวง ฝุ่นดินติดอยู่ตามชายเสื้อและรองเท้า อาเหิงถือดาบกับกระบอกหนังสือเดินตามอยู่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ

เว่ยอู่หยาเข้ามาคารวะผู้ใหญ่ตามธรรมเนียม ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋แสดงความยินดีเรื่องตำแหน่งใหม่ของเขาแล้วถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ “งานในกองรักษาเมืองเป็นอย่างไรบ้าง”

“ยังต้องเรียนรู้อีกมากขอรับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำคงที่

“ตำแหน่งสูงขึ้น ภาระย่อมมากขึ้นเป็นธรรมดา”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยถอนใจ “วันนี้มีแขก ข้ายังอุตส่าห์กำชับให้เขากลับจวนแต่เช้า ใครจะคิดว่าพ้นยามอู่ไปแล้วถึงจะได้เห็นหน้า”

เจียงเหมิ่งถิงที่ยืนอยู่ข้างกายหันไปเอ่ยกับเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “แดดวันนี้แรงนัก ข้าให้ปี้เถาเตรียมน้ำบ๊วยไว้ที่ศาลา ท่านดื่มสักถ้วยให้ชื่นใจก่อนกลับเรือนดีหรือไม่เจ้าคะ”