LNCrawler

โอกาส #7

เกิดใหม่ชาตินี้ข้าจะเป็นนางเอก — novel.dek d.com · All chapters

โอกาส #7

ตอนที่ 3 โอกาส

เหลียนซื่อถามสิ่งที่ควรระวังอย่างละเอียด ก่อนจะให้สาวใช้ส่งหมอออกจากเรือน

ลู่อวี้หนิงได้ยินว่าสหายไม่เป็นอะไรมากก็มีท่าทางโล่งใจ เดินเข้ามากุมมือไป๋อี่โม่อีกครั้ง

“ข้าจะไปบอกพี่ชาย เขารออยู่ข้างนอกมานานแล้ว”

ไป๋อี่โม่มองมือของนาง ก่อนจะตอบรับในลำคอ “อืม”

ลู่อวี้หนิงเห็นนางยังอ่อนเพลีย ไม่อยากรบกวน นางเดินไปหาไป๋ว่านว่าน

เหลียนซื่อตามไปส่งแขกที่หน้าเรือน บานประตูยังเปิดอยู่ มีเพียงม่านโปร่งกั้นระหว่างห้องกับลาน จากหลังม่านนั้น ไป๋อี่โม่เห็นลู่อวี้เฉินลุกจากโต๊ะม้าหินเมื่อได้ฟังอาการของนาง เขาประสานมือให้เหลียนซื่อ แล้วหันมาทางเรือนที่ถูกม่านบดบังอยู่

เขายืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งจึงเดินออกจากลานไปพร้อมน้องสาว

ไป๋อี่โม่มองตามเงาร่างสีขาวผ่านเนื้อม่านบาง กระทั่งเขาเลี้ยวพ้นประตูลานและหายไปจากสายตา มือของนางเผลอกำชายผ้าห่มแน่นขึ้น

เสียงคนคำนับดังขึ้นจากหน้าลานหลังแขกสกุลลู่จากไปไม่นาน

ไป๋อี่โม่ยังไม่ทันคลายมือจากชายผ้าห่ม ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ก็เข้ามาในห้องโดยมีหมัวมัวประคอง อายุของฮูหยินผู้เฒ่าไป๋นั้นล่วงเลยหกสิบแล้ว แต่แผ่นหลังยังตั้งตรง ใบหน้าเคร่งขรึมตามแบบผู้อาวุโสที่เคร่งครัดกฎระเบียบ

ผู้ที่เดินตามหลังนางมาคือไป๋เฉิงอี้ บิดาของไป๋อี่โม่เพิ่งกลับจากส่งแขกที่เรือนหน้า อาภรณ์สำหรับรับรองแขกยังอยู่บนร่าง บนใบหน้าไม่มีความร้อนใจ มีเพียงรอยขมวดตรงหว่างคิ้วที่ทำให้คนในห้องต่างก้มหน้าลง

เหลียนซื่อกับไป๋ว่านว่านตามกลับเข้ามา ส่วนไป๋จื่อหลานถูกแม่นมพามาจากลานหน้า เด็กชายยืนอยู่หลังมารดาเลี้ยงและชะโงกมองพี่สาวบนตั่ง

สาวใช้ยกน้ำขิงร้อนเข้ามาวางบนโต๊ะแล้วรีบถอยไปยืนข้างผนัง

วันนี้ตระกูลไป๋จัดสำรับ รับรองคนสกุลลู่ คนในครอบครัวจึงอยู่กันพร้อมหน้า เหตุการณ์ริมสระเกิดขึ้นต่อหน้าแขกและบ่าวนับสิบ ต่อให้อยากปิดบังก็ทำไม่ได้

ไป๋เฉิงอี้หยุดอยู่กลางห้อง “หมอบอกว่าเจ้าไม่เป็นอันตรายแล้วใช่หรือไม่”

เหลียนซื่อเป็นผู้ตอบ “เพียงสำลักน้ำและต้องลมเย็นเจ้าค่ะ พักสักสองสามวันก็หาย” เมื่อรู้ว่าอาการไม่หนัก ไป๋เฉิงอี้ก็หันไปมองบุตรสาว

“เพราะเหตุใดเจ้าจึงทิ้งแขกแล้วตามคุณชายลู่ไปถึงริมสระ”

คำถามนี้ไป๋อี่โม่เคยได้ยินมาแล้ว ชาติก่อนนางเพิ่งฟื้นจากการสำลักน้ำ ในอกมีแต่ความโกรธเมื่อเห็นลู่อวี้เฉินยืนพูดคุยกับน้องสาว ครั้นเห็นว่าบิดาไม่ถามไม่ไถ่ เอาแต่ตำหนินางต่อหน้าทุกคน นางจึงสะบัดถ้วยน้ำขิงที่สาวใช้เพิ่งยกมาจนแตกกระจาย

นางกล่าวว่าไป๋ว่านว่านแย่งคนที่นางชอบ กล่าวหาว่าบิดาลำเอียง และตะโกนถามว่าเหตุใดหลังมารดาสิ้นลมจึงไม่มีผู้ใดรักนางอีก

ฮูหยินผู้เฒ่ายังสงสารหลานสาวอยู่บ้าง สั่งให้คนเก็บเศษถ้วยแล้วกลับเรือนโซ่วอัน ส่วนบิดาสั่งกักบริเวณนางครึ่งเดือน นับจากวันนั้น ทุกครั้งที่นางก่อเรื่อง ท่านย่าก็เพียงส่ายหน้า บิดาเองยิ่งไม่คิดฟังคำแก้ตัวของนาง

ภาพเดิมกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เหลียนซื่อเดินเข้ามาจับมือบุตรสาว “ท่านพี่อย่าเพิ่งตำหนินางเลย โม่เอ๋อยังเด็ก นางเพียงเห็นคุณชายลู่เดินออกไปกับว่านว่านจึงรีบร้อนตามไป ไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายเจ้าค่ะ”

ไป๋ว่านว่านคุกเข่าลง “ล้วนเป็นเพราะลูกยืนพูดคุยกับพี่อวี้เฉิน พี่ใหญ่จึงเข้าใจผิด ท่านพ่ออย่าลงโทษพี่ใหญ่เลยเจ้าค่ะ”

เหตุการณ์และถ้อยคำทุกคำเหมือนชาติที่แล้วไม่มีผิด เพียงแต่ชาตินี้ นางไม่คิดจะทำตัวเหมือนชาติก่อน

ไป๋อี่โม่เปิดผ้าห่มออก หย่อนเท้าลงจากตั่ง

เหลียนซื่อรีบประคอง “ร่างกายเจ้ายังไม่แข็งแรง จะลุกไปที่ใด”

นางไม่ได้ตอบ เพียงดึงมือออกแล้วคุกเข่าลงบนพื้นต่อหน้าบิดากับท่านย่า คนทั้งห้องเงียบลง

“เป็นความผิดของลูกเองเจ้าค่ะ” ไป๋อี่โม่กล่าว “ลูกทิ้งแขก เดินตามคุณชายลู่ไปโดยไม่พาสาวใช้ติดตาม ทั้งยังไม่ระวังจนตกลงไปในสระ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่านว่าน และไม่มีผู้ใดบังคับให้ลูกทำ”

ไป๋เฉิงอี้มองบุตรสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าประหลาดใจ ถ้อยคำตำหนิที่เตรียมไว้ติดอยู่ที่ลำคอ ฮูหยินผู้เฒ่าเองมีสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าความผิดของตนอยู่ที่ใด” ไป๋เฉิงอี้ถาม

“ลูกรู้เจ้าค่ะ ลูกทำตามอารมณ์จนตนเองตกอยู่ในอันตราย ทั้งยังทำให้ผู้ใหญ่ต้องวุ่นวาย ต่อไปลูกจะไม่ทำเรื่องเช่นนี้อีกแล้วเจ้าค่ะ”

ได้ยินอย่างนั้น ใบหน้าเคร่งขรึมของนายท่านไป๋ก็ผ่อนคลายลง “ในเมื่อรู้ความผิดแล้วก็ดี พักรักษาตัวให้ดี หลังหายแล้วคัดกฎเรือนสามจบส่งไปที่ห้องหนังสือ”

ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปตำหนิบ่าวไพร่ “ยังไม่รีบประคองคุณหนูลุกขึ้นมาอีก”

หมัวมัวกับสาวใช้อีกคนรีบเข้าไปประคองไป๋อี่โม่กลับขึ้นไปบนตั่ง

เหลียนซื่อยกผ้าคลุมเข่าให้ลูกเลี้ยง พลางหันไปเอ่ยกับสามี “เรื่องนี้ต้องโทษข้า เป็นข้าที่อบรมบุตรสาวไม่ดีเจ้าค่ะ”

ครั้นได้ยินวาจาของภรรยา อารมณ์ขุ่นมัวที่เพิ่งจะจางไปของไป๋เฉิงอี้พลันกลับมาอีกครั้ง “นางสอนไม่รู้จักจำเอง เกี่ยวอันใดกับเจ้า คราวหน้าอย่าได้โทษตัวเองเช่นนี้อีก”

เหลียนซื่อมีสีหน้ารู้สึกผิดอย่างยิ่งยวด

ไป๋อี่โม่หันหน้าไปมองนาง