LNCrawler

ม้าพยศที่หน้าศาลา #81

เกิดใหม่ชาตินี้ข้าจะเป็นนางเอก — novel.dek d.com · All chapters

ม้าพยศที่หน้าศาลา #81

ตอนที่ 40 ม้าพยศที่หน้าศาลา

หัวใจของนางกระตุกวูบและแทบจะหยุดเต้น นางลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งโดยไม่รู้ตัว สองมือกำราวไม้ของศาลาไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด โลกทั้งใบราวกับเงียบเสียงลง เหลือเพียงภาพบุรุษในอาภรณ์สีเข้มที่กำลังเสี่ยงชีวิตเข้าประชิดม้าที่กำลังพยศ ความกลัวที่จู่โจมเข้ามาในใจนางอย่างรุนแรงนั้น ไม่ใช่เพื่อน้องชาย แต่เป็นเพื่อเขา

เว่ยอู่หยากระตุกบังเหียนเพียงเล็กน้อย อาชาใต้ร่างก็เบนเข้าเทียบม้าของจื่อหลานอย่างแม่นยำราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา ก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมไปคว้าสายบังเหียนอีกเส้นไว้ได้

แรงกระชากมหาศาลทำให้หนังบังเหียนเสียดสีเข้ากับฝ่ามือของเขาอย่างรุนแรงจนเลือดซึมออกมา ทว่าเขาไม่ได้ดึงให้ม้าสองตัวสวนทางกันอย่างโง่เขลา เว่ยอู่หยาบังคับม้าของตนให้ควบขนาบไปหลายช่วงตัว แล้วค่อย ๆ ชักนำให้ม้าสีน้ำตาลวิ่งเบนออกเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนความเร็วของมันลดลงในที่สุด

อาเหิงกับทหารอีกนายรีบตามมาช่วยจับหัวม้าและประคองร่างของไป๋จื่อหลานลงจากอานที่เอียง

เท้าซ้ายของเด็กชายยังคงติดอยู่ในโกลน ยามที่ถูกยกลงมาจึงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ไป๋เฉิงอี้วิ่งไปถึงตัวบุตรชายก่อนคนอื่น ๆ จากในศาลา เขาตรวจดูศีรษะ แขน และขาทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าไม่มีกระดูกส่วนใดผิดรูปจึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วสั่งให้คนพาร่างสั่นเทาของบุตรชายไปยังห้องพักข้างสนาม

ไป๋อี่โม่ตามไปถึงพร้อมกับมู่หลิงที่ถือห่อยากับผ้าสะอาดตามมา ของที่นางตั้งใจเตรียมมาเผื่อผู้อื่น สุดท้ายกลับต้องนำมาใช้กับน้องชายของตนเอง

เหลียนซื่อวิ่งตามเข้ามาในห้องเป็นคนถัดมา นางโผเข้ากอดจื่อหลานทั้งที่หมอกำลังตรวจข้อเท้าของเขาอยู่ “แม่บอกแล้วว่าเจ้ายังเล็ก เหตุใดต้องรีบร้อนปล่อยให้ขี่เอง หากเกิดเรื่องร้ายขึ้นมาจะทำอย่างไร!”

คนดูแลคอกม้าคุกเข่าลงกับพื้น ละล่ำละลักอธิบาย “บ่าว...บ่าวให้คุณชายน้อยหยุดเพื่อรัดอานใหม่แล้วขอรับ แต่คุณชายน้อยไม่ยอมหยุด”

“ถ้าอานไม่ดีมาตั้งแต่แรก เจ้าก็ไม่ควรนำมาให้ลูกข้าใช้!” เหลียนซื่อหันไปตวาดใส่เขาทันควัน

“อานไม่ได้ชำรุดขอรับ เป็นเพราะหนังใหม่มันคลายตัวจึงต้องรัดซ้ำ บ่าวกำชับแล้วจริง ๆ ขอรับฮูหยิน” คนดูแลคอกม้ายังคงพยายามอธิบายความจริง

ครั้นถูกโต้แย้งกลับมา เหลียนซื่อก็หันไปสั่งพ่อบ้านที่ตามเข้ามาด้วยโทสะ “ไล่คนผู้นี้ออกไปเสีย! เขาปล่อยให้จื่อหลานเกือบถูกเกวียนทับ ยังจะมีหน้ามาแก้ตัวอีก!”

หมอตรวจอาการเสร็จพอดี เขาแจ้งว่าจื่อหลานเพียงแค่ข้อเท้าเคล็ดและมีรอยช้ำตรงหัวไหล่ ต้องพักราวสิบวัน แต่ไม่มีกระดูกหักหรือบาดแผลร้ายแรงแต่อย่างใด

ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับหลับตาลงแล้วถอนหายใจยาว เหลียนซื่อยิ่งกอดบุตรชายแน่นขึ้นพลางบ่นพึมพำว่าจะไม่ยอมให้เขาขี่ม้าอีกต่อไป

ไป๋อี่โม่รอจนหมอพันข้อเท้าให้น้องชายเสร็จเรียบร้อย นางจึงเดินเข้าไปนั่งลงข้างเตียงแล้วเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบ “คนดูแลได้เรียกให้เจ้าหยุดหรือไม่”

จื่อหลานเหลือบมองมารดาแวบหนึ่งแล้วหลุบตาลงต่ำ ก่อนจะพยักหน้าตอบคำถามของพี่สาว “เรียกขอรับ”

“แล้วเจ้าได้ยินหรือไม่”

เด็กชายเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้ายังคงซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะพยักหน้าอีกครั้ง

เหลียนซื่อรีบเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที “เขายังเด็ก ยามม้าตกใจย่อมฟังสิ่งใดไม่ชัดเจน”

“ตอนนั้นม้ายังไม่ตกใจเจ้าค่ะ” ไป๋อี่โม่ไม่สนใจแม่เลี้ยง นางยังคงมองหน้าน้องชาย แล้วกล่าวตำหนิต่อไป “เขาได้ยิน แต่เขาต้องการจะควบให้ครบรอบก่อน”

จื่อหลานกำผ้าห่มตรงหัวเข่าไว้แน่น “ข้า...ข้าคิดว่าอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงแล้วขอรับ”

“ไม่กี่ก้าวของเจ้า ทำให้คนดูแลต้องวิ่งตาม ทหารสองนายเกือบถูกม้าชน และคุณชายเว่ยต้องเสี่ยงชีวิตเข้าช่วย” นางเอ่ยเสียงเรียบ “หากมีผู้ใดบาดเจ็บสาหัส เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร”

เด็กชายเม้มปากแน่น ดวงตาเริ่มแดงก่ำขึ้นมา

เหลียนซื่อดึงไหล่เขาเข้ามากอดไว้ “พอแล้วโม่เอ๋อ เขาเจ็บอยู่ เจ้ายังจะซ้ำเติมน้องอีกหรือ”

ไป๋อี่โม่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ นางเพียงแค่นั่งรออย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งจื่อหลานเงยหน้าขึ้นมาสบตานางเอง

“ข้าผิดเองขอรับ” เขาหันไปพูดกับคนดูแลคอกม้าที่ยังคุกเข่าอยู่ “ข้าได้ยินท่านเรียกแต่ไม่ยอมหยุด เป็นข้าที่ดื้อรั้นเอง ทำให้ท่านกับผู้อื่นต้องเดือดร้อน”

ชายวัยกลางคนรีบโบกมือปฏิเสธ “ข้าน้อยไม่กล้าขอรับ แค่คุณชายน้อยปลอดภัยก็ดีแล้ว”

ไป๋เฉิงอี้สั่งให้พ่อบ้านพาคนดูแลกลับไปจัดการเรื่องม้า โดยไม่ได้ลงโทษหรือตำหนิเรื่องอานแม้แต่น้อย แต่กลับหันมาตำหนิบุตรชายของตนแทน “วันนี้ถือเป็นความผิดของเจ้า กลับไปจวนให้พักรักษาตัวจนหายดี แล้วคัดกฎของคอกม้าสิบจบ ก่อนจะกลับมาฝึกอีกครั้ง เจ้าต้องไปขอโทษทหารสองนายกับคุณชายเว่ยด้วยตนเอง”

“ขอรับท่านพ่อ” จื่อหลานรับคำเสียงแผ่ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้า