เงาไห่ถังใต้แสงจันทร์ #84
เงาไห่ถังใต้แสงจันทร์ #84
จื่อหลานได้ยินดังนั้นก็ไม่ถามอะไรอีก เขาหยิบช้อนขึ้นมาตักน้ำแกงร้อน ๆ เข้าปากอย่างว่าง่าย
ขณะนั้นเอง มู่หลิงก็เดินเข้ามารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “คุณหนูเจ้าคะ ผู้ดูแลหลิวจากร้านทงจี้มาขอพบด่วนเจ้าค่ะ ตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ในมือของเขาถือห่อกระดาษเปื้อนเลือดมาด้วย”
ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ซึ่งกำลังพักสายตาอยู่บนตั่งได้ยินก็ลืมตาขึ้นทันที นางสั่งให้หลานสาวออกไปดู ส่วนจื่อหลานถูกกำชับให้อยู่คัดกฎต่อไปให้ครบสองจบ
ในห้องโถงใหญ่ ทันทีที่ไป๋อี่โม่เดินเข้ามา ผู้ดูแลหลิว ชายวัยกลางคนที่ดูร้อนรนก็รีบวางห่อกระดาษนั้นลงบนถาดไม้ แล้วเลื่อนมาตรงหน้านาง ตราร้านทงจี้สีแดงสดประทับอยู่ตรงมุมกระดาษอย่างชัดเจน ทว่ากระดาษอีกด้านกลับชุ่มโชกไปด้วยเลือดจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม
“คนจากกองรักษาเมืองนำมาส่งให้ที่ร้านเมื่อเช้านี้เองขอรับ” ผู้ดูแลหลิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เขาบอกว่ายาในห่อนี้ถูกจ่ายให้ทหารยามที่ถูกเหล็กเกี่ยวแขนเป็นแผลเมื่อคืน แต่เลือดกลับหยุดช้ากว่ายาที่เคยใช้มากนัก ผู้ดูแลคลังยาของกองทัพเห็นตราร้านของเราก็เลยให้คนนำมาสอบถาม ว่าเราเปลี่ยนตำรับยาห้ามเลือดหรือไม่ขอรับ”
ไป๋อี่โม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางสั่งให้มู่หลิงนำตะเกียบไม้คู่สะอาดกับกระดาษขาวแผ่นหนึ่งมา แล้วใช้ปลายตะเกียบเขี่ยผงยาที่ตกค้างอยู่ตรงรอยพับออกมาบดดูบนกระดาษ สีของมันคล้ำกว่ายาห้ามเลือดของร้านทงจี้อย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังมีเม็ดแป้งหยาบ ๆ สีขาวปะปนอยู่หลายจุด
“ร้านเราไม่ได้เปลี่ยนตำรับยา” ไป๋อี่โม่กล่าวยืนยันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าก็คิดเช่นนั้นขอรับ ยาห้ามเลือดของร้านเราต้องบดละเอียดจนไม่เหลือเม็ดสมุนไพรให้เห็น” ผู้ดูแลหลิวขมวดคิ้วมุ่น “แต่ว่าตราประทับนี้เป็นของจริงขอรับ” เขาพลิกมุมกระดาษให้นางดู รอยบิ่นเล็ก ๆ ตรงขอบตัวอักษร ทง นั้นเหมือนกับตราที่ใช้ในคลังเก็บยาด้านตะวันออกของร้านทุกประการ
ไป๋อี่โม่นิ่งไปครู่หนึ่ง “เดือนนี้ร้านของเราส่งยาห้ามเลือดตำรับนี้ไปที่ใดบ้าง”
“ข้าน้อยให้คนกลับไปยกบัญชีมาแล้วขอรับ”
เพียงครู่เดียว บ่าวชายสองคนก็ช่วยกันหามหีบไม้ใบใหญ่ที่ใส่สมุดบัญชีเข้ามาในห้อง ผู้ดูแลหลิวรีบเปิดบัญชีของเดือนสี่และเดือนห้าออกมา ยาห้ามเลือดตำรับนี้ใช้สมุนไพรหายากจากทางใต้ ร้านจึงผลิตออกมาครั้งละไม่มาก และจะจดบันทึกชื่อผู้รับไว้ทุกห่อ
เดือนสี่ส่งออกไปสิบห่อ เดือนห้าส่งออกไปอีกเจ็ดห่อ
ไม่มีชื่อของกองรักษาเมืองอยู่ในบัญชีแม้แต่รายการเดียว
“คลังของกองทัพอาจจะซื้อยาผ่านร้านอื่นอีกทอดหนึ่งกระมังเจ้าคะ” มู่หลิงเอ่ยขึ้น
ผู้ดูแลหลิวส่ายหน้าทันที “เป็นไปไม่ได้ขอรับ ต่อให้ร้านยาอื่นนำไปขายต่อ เชือกที่ใช้ผูกห่อยาก็ต้องเป็นของเดิมจากร้านเรา แต่ห่อยานี้ใช้เพียงด้ายป่านเส้นเดียวผูกเป็นปมตาย ร้านทงจี้ของเราใช้ด้ายสองสีไขว้กันเพื่อแยกระหว่างยากินกับยาใช้ภายนอกมาตั้งแต่สมัยนายหญิงคนก่อนแล้วขอรับ”
สายตาของไป๋อี่โม่จับจ้องรอยเชือกที่ทิ้งร่องรอยไว้บนกระดาษห่อยา นางสังเกตเห็นว่าห่อยาถูกเปิดอย่างระมัดระวังจากด้านล่างแล้วพับกลับเข้าไปใหม่ คนร้ายเปลี่ยนยาข้างในแล้วนำกระดาษห่อเดิมกลับมาใช้
“สิบเจ็ดห่อในสองเดือนนี้ ส่งให้ผู้ใดบ้าง”
ผู้ดูแลหลิวไล่ปลายนิ้วไปตามรายการในสมุดบัญชี “ห้าห่อส่งให้โรงหมอเชิงอันในเมืองขอรับ สี่ห่อส่งไปยังจวนขุนนางต่าง ๆ อีกสามห่อขายหน้าร้าน ส่วนที่เหลืออีกห้าห่อ ส่งไปที่จวนราชครูหลังจากที่คุณหนูเจียงได้รับบาดเจ็บขอรับ ลายมือผู้รับตรงท้ายรายการเป็นของสาวใช้ฝ่ายใน ไม่ใช่คนจากร้านยาหรือพ่อค้าคนกลาง”
“ของที่ขายหน้าร้านสามห่อนั้นคงตามหาตัวผู้ซื้อไม่ได้ทั้งหมด” ไป๋อี่โม่เอ่ยเสียงเรียบ “แต่ของที่ส่งไปยังจวนต่าง ๆ ควรมีชื่อผู้รับและวันที่ส่งมอบชัดเจน ท่านคัดลอกหน้านี้เก็บไว้ก่อน แต่อย่าเพิ่งให้คนของร้านเราไปสอบถามตามจวนต่าง ๆ เอง”
“คุณหนูคิดว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับจวนราชครูหรือขอรับ” ผู้ดูแลหลิวถามอย่างลังเล
“ข้ายังไม่คิดถึงผู้ใดทั้งนั้น” นางปิดสมุดบัญชีลง “กองรักษาเมืองเป็นผู้พบของปลอม ให้คนของพวกเขาเป็นฝ่ายตรวจสอบไปตามช่องทางของเขาก่อน หากร้านเราผลีผลามไปสอบถามทุกจวนที่รับยาไป จะพากันแตกตื่นเสียเปล่า ๆ”
ขณะที่ผู้ดูแลหลิวกำลังจะเก็บบัญชีคืนหีบ สาวใช้จากเรือนหน้าก็รีบวิ่งเข้ามารายงานว่า ไป๋เฉิงอี้กลับจากกรมพิธีการแล้ว และมาพร้อมกับคนของกองรักษาเมือง
บัดนี้แขกรออยู่ที่ห้องโถงเรือนหน้าแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋จึงให้ผู้ดูแลหลิวนำบัญชีตามไปสมทบที่นั่น ส่วนไป๋อี่โม่นั้นให้ตามหลิวหมัวมัวไปยังห้องรับรองด้านข้างซึ่งมีฉากกั้นไม้ฉลุลายกั้นไว้