รอยกลีบดอกไม้ห้ากลีบ #87
รอยกลีบดอกไม้ห้ากลีบ #87
ตอนที่ 43 รอยกลีบดอกไม้ห้ากลีบ
ทว่าราชครูเจียงเคยเป็นอาจารย์ของเขา ทั้งเจียงเหมิ่งถิงก็มีบุญคุณที่เคยช่วยรับลูกธนูแทน การจะส่งคนเข้าไปตรวจค้นในจวนของพวกเขาโดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ย่อมเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่ง
ไป๋อี่โม่มองกล่องไม้ใบนั้นผ่านช่องฉาก รอยกลีบดอกไม้บนกระดาษยังคงชัดเจนในความทรงจำของนาง มันเป็นรอยกดทับที่ลึกและสม่ำเสมอ แสดงว่าห่อยาเคยถูกวางทับอยู่บนถาดหรือพื้นหีบเป็นเวลานาน ของใช้ในโรงหมอถูกหยิบเข้าออกอยู่ทุกวัน ยากที่จะทิ้งรอยไว้ได้ครบถ้วนและชัดเจนถึงเพียงนี้ ส่วนจวนราชครูนั้นรับยาห้ามเลือดจากร้านทงจี้ไปถึงห้าห่อในเดือนนั้น คนที่เก็บรักษายาเหล่านั้นไว้ นางย่อมรู้ดีว่าเป็นผู้ใด
นางไม่ได้กล่าวสิ่งที่คิดออกไป ทำได้เพียงแต่หวังว่าครั้งนี้ตนจะคาดเดาผิดพลาด
“คุณหนูไป๋จำรายการยาทั้งสิบเจ็ดห่อได้ทั้งหมดหรือ” เสียงทุ้มของเว่ยอู่หยาถามขึ้น ทำลายความคิดของนาง
ไป๋อี่โม่ละสายตาจากสมุดเบื้องหน้า “ข้าจำได้เฉพาะสิ่งที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อครู่เจ้าค่ะ”
“แต่เมื่อครู่เจ้าไม่ได้เปิดดูรายการทุกหน้า” เขาสังเกตเห็น
นางเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ สายตาของคนทั้งสองสบกันผ่านช่องว่างของลายฉลุบนฉากกั้นไม้ แม้จะมองไม่เห็นทั้งหมด แต่ก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้องมา “หากข้าจำผิด ผู้ดูแลหลิวย่อมทักท้วงเองเจ้าค่ะ”
ผู้ดูแลหลิวที่นั่งอยู่ไม่ไกลรีบชี้แจงทันที “คุณหนูจำไม่ผิดแม้แต่แห่งเดียวขอรับ!”
ไป๋เฉิงอี้ปิดสมุดบัญชีลง เป็นการตัดบทสนทนา “เรื่องในวันนี้อย่าเพิ่งแพร่งพรายออกไป ส่วนเจ้า ผู้ดูแลหลิว รีบกลับไปตรวจตราประทับกับกระดาษห่อยาในคลังให้ครบถ้วนอีกครั้ง” จากนั้นเขาก็หันไปเอ่ยกับแขก “คุณชายเว่ย หากต้องการเรียกคนของร้านไปสอบถามเพิ่มเติม ส่งหนังสือมาที่ข้าได้ทุกเมื่อ”
เว่ยอู่หยาลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะ “เห็นทีคงต้องรบกวนใต้เท้าแล้ว”
ขณะที่เขากำลังจะหมุนตัว ไป๋อี่โม่เห็นรอยเลือดสีคล้ำซึมออกมาตรงรอยพับของผ้าพันแผลที่มือขวาของเขา มือที่วางอยู่บนสมุดของนางจึงหยุดลงชั่วขณะ ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้มู่หลิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง มู่หลิงจึงนำห่อยาขนาดเล็กที่เตรียมไว้ต่างหากจากตลับของจื่อหลานออกมามอบแก่ผู้ดูแลหลิว
“เมื่อวานคนดูแลคอกม้าได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยตอนช่วยจื่อหลาน ฝากท่านนำยาห่อนี้ไปให้เขาด้วย” นางกล่าวกับผู้ดูแลหลิว แต่สายตายังคงอยู่ที่ฉากกั้น
ผู้ดูแลหลิวรับห่อยาไว้ด้วยความงุนงงเล็กน้อย อาเหิงมองของในมือผู้ดูแลหลิว แล้วเหลือบมองผ้าพันแผลของเจ้านายตนสลับไปมาโดยไม่กล่าวสิ่งใดออกมา
เว่ยอู่หยาประสานมือลาไป๋เฉิงอี้อีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องโถงไปพร้อมกับคนของกองรักษาเมือง ยามที่เดินผ่านลานหน้า อาเหิงจึงเอ่ยถามขึ้น “จะให้คนไปที่โรงหมอเฉิงอันวันนี้เลยหรือไม่ขอรับ”
“ยังไม่ต้อง ไปตรวจร้านยาเล็ก ๆ ตรงประตูเมืองทิศเหนือก่อน แม้ร้านจะปิดไปแล้ว แต่คนในละแวกนั้นอาจจดจำผู้ที่มาส่งยาได้ จากนั้นค่อยตามหาคนรับซื้อกระดาษเก่าที่เข้าออกประตูหลังของจวนราชครู”
อาเหิงประหลาดใจ “เมื่อครู่คุณชายบอกว่าจะยังไม่สอบถามทางจวนราชครูนี่ขอรับ”
“ข้าไม่ได้จะเข้าไปถามคนในจวน เพียงแค่ถามจากคนรับซื้อของเก่าที่อยู่ด้านนอก”
“ขอรับ” อาเหิงพยักหน้ารับรู้ ขณะที่เขากำลังจะปิดฝากล่อง เว่ยอู่หยากลับยื่นมือซ้ายออกมาหยิบกระดาษทาบรอยดอกไม้แผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่รอยแตกเล็ก ๆ ตรงปลายกลีบดอกไม้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งคืน อาเหิงรับมาก่อนจะม้วนกลับไปตามรอยเดิม
ภายในห้องโถง ไป๋อี่โม่รอจนขบวนของแขกพ้นประตูจวนไปแล้วจึงค่อยลุกออกจากหลังฉากกั้น นางเดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ คัดลอกชื่อผู้รับและวันที่ส่งยาห้ามเลือดทั้งห้าห่อที่ส่งไปยังจวนราชครูลงบนกระดาษแผ่นเล็ก แล้วสอดมันไว้ในสมุดบัญชีของเดือนสี่อย่างเงียบเชียบ
เช้าวันต่อมา สาวใช้จากจวนราชครูนำเทียบเชิญมาถึงเรือนสกุลไป๋ตั้งแต่ประตูจวนเพิ่งจะเปิดได้ไม่นาน
ฟ่านซื่อ ฮูหยินท่านราชครู ต้องการให้ร้านทงจี้ไปช่วยตรวจสอบยาห้ามเลือดที่ยังเหลืออยู่ในจวน ไป๋เฉิงอี้จึงสั่งให้ผู้ดูแลหลิวเตรียมตำรับยาฉบับเดิมติดตัวไป ส่วนไป๋อี่โม่ก็ได้รับอนุญาตให้ติดตามไปด้วยในฐานะผู้ตรวจยืนยันความผิดปกติของห่อยาด้วยตนเอง
ก่อนออกเดินทาง ไป๋เฉิงอี้กำชับบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง “เรื่องนี้เกี่ยวพันกับหลายฝ่าย ท่านราชครูเป็นถึงพระอาจารย์ของฝ่าบาท เมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว เจ้าจงฟังคำของฮูหยินราชครูให้มาก อย่าได้เที่ยวสอบถามบ่าวไพร่ในจวนนั้นเองตามอำเภอใจ”
“ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อ” นางรับคำอย่างนอบน้อม
ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ยังคงไม่วางใจ จึงให้หลิวหมัวมัวติดตามหลานสาวไปด้วยตามธรรมเนียม รถม้าของจวนสกุลไป๋ออกจากจวนพร้อมกับคนของร้านทงจี้ มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกของเมืองหลวง