บทที่ 99 ดวงดาวนำโชค
บทที่ 99 ดวงดาวนำโชค
ซูเจียวเจียวกำลังปอกแอปเปิลให้เซียวหยวนหมิงอยู่ข้างเตียง เมื่อได้ยินคำพูดของภรรยาของลู่เหว่ยหมิน ก็อดถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น
ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์แล้วต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังในอนาคต ช่างยากลำบากยิ่งนัก โดยเฉพาะในยุคที่ขัดสน อาหารการกินไม่เพียงพอ ทุกอย่างต้องใช้บัตรแลกเปลี่ยน แม้จะไม่ใช้บัตรแลกเปลี่ยน ก็ยังไม่มีเงิน…
เรื่องใหญ่เรื่องเล็กในบ้าน หากไม่มีผู้ชายคอยสนับสนุน ก็คงจะไปไม่รอดจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ไถนา การแบกปุ๋ย การเก็บเกี่ยวข้าวสาลี การขนย้ายข้าวโพด แต่ละอย่างล้วนต้องใช้แรงกายอย่างมหาศาล ผู้หญิงเพียงคนเดียวจะทำไหวได้อย่างไร!
ผู้หญิงนั้นมีแรงน้อยโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
“เจ้าลิงผอมไม่อยู่แล้ว แต่พ่อแม่ของเขายังอยู่ใช่ไหมคะ” หากมีพ่อสามีและแม่สามีอยู่ด้วย ชีวิตก็น่าจะดีขึ้นบ้าง ไม่น่าจะลำบากมากนัก
ภรรยาของลู่เหว่ยหมินฟังแล้วก็หัวเราะเยาะเบาๆ อย่างดูถูก “ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ แม่ของเจ้าลิงผอมเสียไปนานแล้ว เจ้าลิงผอมเป็นลูกคนโต พ่อของเขาแต่งงานใหม่ทีหลัง ส่วนน้องชายและน้องสาวที่เกิดมาทีหลังก็ไม่ใช่ลูกของแม่เลี้ยงคนนี้ ความสัมพันธ์เลยไม่ค่อยดี พ่อของเขาก็เข้าข้างลูกของแม่เลี้ยงอยู่ตลอด เจ้าลิงผอมเลยผอมกะหร่องเหมือนลิงมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีใครดูแล เอาแต่ปีนป่ายขึ้นเขาลงนาไปทั่ว ทุกคนเลยเรียกเขาว่า เจ้าลิงผอมค่ะ”
ซูเจียวเจียวไม่เคยรู้เรื่องราวครอบครัวของเจ้าลิงผอมมาก่อน เมื่อได้ยินภรรยาของลู่เหว่ยหมินพูดเช่นนั้นก็ตกใจเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าครอบครัวของเขาจะซับซ้อนถึงเพียงนี้ ตอนนี้เหลือเพียงภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์เพียงลำพัง ชีวิตคงจะยากลำบากจริงๆ
“เรื่องคราวนี้ กองผลิตน่าจะให้เงินเยียวยาบ้างนะคะ”
ภรรยาของลู่เหว่ยหมินกล่าวว่า “ครอบครัวของพวกเขาน่ะไม่ต่างจากปลิงดูดเลือด ถ้าได้เงินไป ก็ไม่รู้จะถึงมือภรรยาของเขาเท่าไร” พูดไปเธอก็ถอนหายใจส่ายหน้า แล้วก็เปลี่ยนเรื่อง
เธอเริ่มชื่นชมซูเจียวเจียวว่าสวยงาม ทั้งยังจิตใจดี พูดจาอ่อนโยน มีความรู้ มีฝีมือในการตัดเย็บเสื้อผ้า ดูแลเอาใจใส่ผู้อื่น พูดง่ายๆ คือชื่นชมซูเจียวเจียวราวกับเป็นเทพธิดาลงมาจุติเลยก็ว่าได้
ทำให้ซูเจียวเจียวรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
ในห้องผู้ป่วยห้องนี้มีคนไข้อยู่สามคน นอกจากเซียวหยวนหมิงและลู่เหว่ยหมินแล้ว ก็มีหลี่เอ้อร์โก่วอยู่ด้วย
ตอนนี้เป็นหลี่จินฮวาที่ดูแลหลี่เอ้อร์โก่วอยู่ในห้องผู้ป่วย เนื่องจากโรงพยาบาลอยู่ค่อนข้างไกลจากกองผลิตฉางซิง ทุกคนจึงต้องกินและนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ทุกคนเบียดเสียดอยู่ในห้องเดียวกัน โชคดีที่มีครัวเล็กๆ อยู่ข้างโรงพยาบาล ทุกคนเลยสามารถทำอาหารกินเองได้ทุกวัน ส่วนคนที่มีเงินก็สามารถไปกินที่ร้านอาหารรัฐสวัสดิการได้
หลี่จินฮวาเพิ่งต้มโจ๊กมาให้หลี่เอ้อร์โก่ว เมื่อได้ยินซูเจียวเจียวกับภรรยาของลู่เหว่ยหมินคุยกันอย่างออกรส และได้ยินภรรยาของลู่เหว่ยหมินชมซูเจียวเจียวไม่หยุด เธอก็รู้สึกคันปากยิบๆ
หลี่จินฮวาจึงเดินหน้าด้านๆ เข้าไปหาซูเจียวเจียวแล้วถามว่า “ยุวชนซู ที่บ้านเธอยังมีน้องสาวหรือใครอีกไหม”
ซูเจียวเจียวมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ เธอคงไม่ได้คิดว่าหลี่เอ้อร์โก่วจะสามารถแต่งงานกับน้องสาวของเธออย่างซูชิงชิงได้หรอกนะ?
แม้ว่าซูเจียวเจียวจะไม่ชอบซูชิงชิง แต่ซูชิงชิงจะไปมองหลี่เอ้อร์โก่วได้อย่างไร!
ทว่าซูเจียวเจียวยังไม่ทันได้พูดอะไร ภรรยาของลู่เหว่ยหมินก็พูดโพล่งขึ้นว่า “ป้าหลี่ คุณถามแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ? คุณคงไม่ได้อยากให้ยุวชนซูแนะนำน้องสาวของเธอให้เจ้าเอ้อร์โก่วที่บ้านของคุณหรอกนะ? คุณไม่ดูเลยว่ายุวชนซูเขามีการศึกษาแบบไหน มาจากครอบครัวแบบไหน น้องสาวของเธอจะไปมองลูกชายของคุณได้อย่างไร!”
สีหน้าของหลี่จินฮวาพลันบึ้งตึงลง “จางเหม่ยจวี๋ ฉันถามยุวชนซู ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลย! อย่าสอดปากไม่เข้าเรื่อง!”
ภรรยาของลู่เหว่ยหมินที่ชื่อจางเหม่ยจวี๋ก็มีนิสัยดุดันกล้าดีเช่นกัน ไม่เคยกลัวการทะเลาะวิวาท “ฉันแค่ไม่ชอบหน้าเธอไง ทำไมเหรอ? กบเฒ่าริอ่านอยากกินเนื้อหงส์!”
หลี่จินฮวาโกรธจัดในทันที “ลูกชายฉันเก่งจะตายไป ทำไมถึงเป็นกบเฒ่า เธอน่ะสิที่เป็นกบเฒ่า ปากเหม็น!”
“ลูกชายเธอเป็นสมบัติล้ำค่าในสายตาเธอ แต่ในสายตาคนอื่นก็เป็นแค่เศษหญ้า! เซียวหยวนหมิงได้แต้มคะแนนงานสิบแต้มต่อวัน ส่วนลูกชายเธอได้แค่สี่ถึงห้าแต้มต่อวัน เลี้ยงตัวเองยังไม่ไหวเลย! ถ้าได้แต่งงานกับสะใภ้เมืองกรุง สงสัยกางเกงยังไม่มีจะใส่!”
“ปากดีนักนะ!” หลี่จินฮวาโกรธจัด พลางม้วนแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะเข้าไปตบอีกฝ่าย
ซูเจียวเจียวรีบเข้าไปห้ามปราม แยกทั้งสองออกจากกัน
ซูเจียวเจียวมองไปที่หลี่จินฮวา แล้วกล่าวว่า “ฉันมีน้องสาวคนเดียวค่ะ และน้องสาวของฉันก็แต่งงานไปนานแล้ว”
หลี่จินฮวาหุบปากลงอย่างกระอักกระอ่วน แล้วก็กลับไปที่นั่งของตัวเองพร้อมกับบ่นพึมพำ
ผู้ชายสามคนในห้องผู้ป่วยต่างก็เงียบกริบ เพราะพวกเขาไม่อาจเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทของผู้หญิงได้
เมื่อหลี่จินฮวากลับไปนั่งข้างหลี่เอ้อร์โก่ว หลี่เอ้อร์โก่วก็บ่นเบาๆ อย่างไม่พอใจว่า “แม่ครับ ที่นี่มีคนเยอะแยะ แม่ช่วยอย่าถามอะไรเสียมารยาทแบบนี้ได้ไหม”
เขาเสียหน้าจนไม่เหลือให้เสียอีกแล้ว!
หลี่จินฮวาเบะปาก แล้วกล่าวเบาๆ ว่า “แม่ก็แค่คิดว่าครอบครัวของยุวชนซูมีเงิน ถ้าเธอยังมีน้องสาวอีกสักคน ถ้าลูกได้แต่งงานด้วยละก็ ชาตินี้ก็จะกินดีอยู่ดีไปตลอด”
หลี่เอ้อร์โก่วโบกมือ “ถึงพวกเธอจะมีน้องสาว ก็คงไม่มองคนอย่างผมหรอกน่า”
หลี่จินฮวาตีหัวเขาหนึ่งที “อย่าไปฟังพวกคนตาบอดพูดอะไรไร้สาระ ลูกก็ดีจะตายไป พวกเธอต่างหากที่ไม่มีวาสนา ทั้งยังตาต่ำอีก!”
จางเหม่ยจวี๋หัวเราะเยาะเบาๆ “ก็ถือว่ายังพอมีสำนึกบ้าง”
เธอพูดเบาๆ แค่กับซูเจียวเจียว เซียวหยวนหมิง และลู่เหว่ยหมินเท่านั้น
ดีที่หลี่จินฮวาไม่ได้ยิน ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องราวที่ดุเดือดอีกครั้ง สองวันมานี้พวกเธอทะเลาะกันไม่ได้หยุดหย่อนเลย
ไม่นานก็ถึงเวลาอาหาร ซูเจียวเจียวไปซื้ออาหารจากร้านอาหารรัฐสวัสดิการมาสองชุด มีกับข้าวสองอย่าง เป็นเนื้อสัตว์หนึ่งอย่าง และผักหนึ่งอย่าง
ที่นี่ไม่มีเครื่องครัวสักชิ้น ทั้งข้าวสาร น้ำมัน เกลือ ผัก ก็ไม่มี ดังนั้นจึงไม่ได้ทำอาหารเอง สองวันมานี้ก็ซื้ออาหารกินตลอด
ถึงอย่างไร ตอนนี้เธอก็ไม่ขาดเงิน กินข้าวเสร็จก็ยังสามารถนอนอ่านหนังสือกับอาหมิงได้
ซูเจียวเจียวเอาอาหารมาให้
ครอบครัวของลู่เหว่ยหมินไม่มีเงินนัก ปกติก็ประหยัดมาก จางเหม่ยจวี๋เลยต้มโจ๊กมาให้ กินคู่กับผักดองที่บ้าน สองวันนี้ก็กินแบบนี้ตลอด
ซูเจียวเจียวจะแบ่งกับข้าวให้พวกเขานิดหน่อยทุกครั้ง
ลู่เหว่ยหมินและจางเหม่ยจวี๋ต่างก็บอกว่าไม่เอา ซูเจียวเจียวก็จะยิ้มแล้วบอกว่า ตักมาเยอะ กินไม่หมดหรอก
แต่ลู่เหว่ยหมินและจางเหม่ยจวี๋รู้ดีว่าจะมีกับข้าวที่กินไม่หมดได้อย่างไร! เธอจงใจแบ่งให้พวกเขากินต่างหาก!
ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกขอบคุณซูเจียวเจียวมากยิ่งขึ้นในใจ
ทุกครั้งที่กินข้าวเสร็จ จางเหม่ยจวี๋ก็จะอาสาไปล้างชามให้ซูเจียวเจียว บางครั้งทั้งสองก็แย่งกันล้างชามอยู่นาน
ลู่เหว่ยหมินกล่าวว่า “ให้เหม่ยจวี๋เขาไปล้างเถอะครับ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็รู้สึกไม่ดีที่ได้กินกับข้าวที่คุณซื้อมาเปล่าๆ เสมอ”
มีทั้งกับข้าวเนื้อและกับข้าวผักล้วนเป็นของที่ปรุงสดใหม่ อร่อยกว่าผักดองมาก แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย
แม้ลู่เหว่ยหมินจะพูดแบบนั้น แต่ซูเจียวเจียวก็ไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาช่วยล้างชามได้ทุกครั้ง ระหว่างที่จางเหม่ยจวี๋ล้าง เธอก็ช่วยล้างน้ำอีกรอบ ทั้งสองทำงานร่วมกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย แถมยังคุยกันไปพลาง
จางเหม่ยจวี๋หัวเราะแล้วกล่าวว่า “ยุวชนซู ถ้าไม่ใช่เพราะเธอพบว่ามีคนอยู่ข้างล่าง ไม่แน่ว่าสามีของฉันก็คงจะหายไปเหมือนจ้าลิงผอม ทุกคนเลยขอบคุณเธอมากเลยนะ เธอนี่เป็นดวงดาวนำโชคของทุกคนจริงๆ!”
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^