LNCrawler

บทที่ 101 ชะตากรรมที่เลือกเอง [1]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 101 ชะตากรรมที่เลือกเอง [1]

        ซูเจียวเจียวเห็นว่ายังเช้าอยู่ จึงตั้งใจจะอ่านหนังสือต่ออีกสักหน่อย

       ทันใดนั้น ‘พรึ่บ!’ ไฟก็ดับลง

       ที่แท้เป็นฝีมือของหลี่จินฮวาที่จงใจปิดไฟนั่นเอง

       ซูเจียวเจียวปิดหนังสือ ตัดสินใจนอนซะเลย พรุ่งนี้ค่อยอ่านต่อก็ยังไม่สาย เพราะช่วงนี้เธอกับอาหมิงไม่ต้องไปทำงาน จึงมีเวลาเหลือเฟือที่จะอ่านหนังสือ

       ทว่าดวงตาของเซียวหยวนหมิงกลับฉายแววดุดันขึ้นมา

       ในความมืด เสียงหัวเราะเยาะเหยียดหยามของหลี่จินฮวาดังขึ้น “ก็แค่พวกชาวนา คิดจะทำตัวเป็นผู้มีการศึกษา เอาแต่ถือหนังสือทั้งวัน นึกว่าตัวเองเป็นปัญญาชนชั้นสูงหรือไง!”

       ซูเจียวเจียวไม่พอใจขึ้นมาทันที เธอว่าเธอได้ แต่จะมาว่าอาหมิงของเธอไม่ได้!

       ซูเจียวเจียวผู้ซึ่งปกติไม่ใคร่จะใส่ใจเรื่องหยุมหยิม รีบโต้แย้งกลับไปทันทีว่า “พวกเราอ่านหนังสือ แล้วมันหนักหัวใครหรือไง?”

       ขณะพูดก็ลงจากเตียง สวมรองเท้าแล้วเดินไปเปิดไฟอีกครั้ง

       หลังจากเปิดไฟ ซูเจียวเจียวก็กลับไปนอนบนเตียงตามเดิม

       “ก็ฉันจะนอนแล้ว แต่พวกเธอกลับจงใจเปิดไฟ คิดว่ามันรบกวนคนอื่นไหมล่ะ? พวกเธอทำให้ลูกชายของฉันพักผ่อนไม่ได้นะ!” หลี่จินฮวาจงใจเดินไปปิดไฟอีกครั้ง

       ซูเจียวเจียวเดินไปเปิดไฟอีกรอบ “นี่ยังไม่ถึงหนึ่งทุ่มครึ่งด้วยซ้ำ คุณบอกว่าจะนอนแล้วเนี่ยนะ? คุณจะนอนหลับได้จริงๆ เหรอคะ?”

       “ฉันหลับได้แน่นอน! แต่เพราะพวกคุณเปิดไฟไง ฉันก็เลยนอนไม่หลับ!” หลี่จินฮวาตะคอก ก่อนจะป้ายน้ำลายเหนียวๆ ลงบนสวิตช์ไฟ แล้วยังขยี้ขี้มูกแปะทับลงไปอีก “ถ้าแน่จริงก็เปิดดูสิ!”

       ซูเจียวเจียว "…"

       แม้ในห้องจะมืด แต่ก็ไม่ได้มืดสนิท

       อาศัยแสงไฟจากทางเดิน เธอจึงมองเห็นการกระทำของหลี่จินฮวาได้อย่างชัดเจน

       แต่ไม่คาดคิดว่าหลี่จินฮวาจะหยาบคายถึงเพียงนี้! น่ารังเกียจจริงๆ!

       เพื่อให้เธอรู้สึกขยะแขยง ถึงขนาดทำเรื่องแบบนี้ได้ น่าเหลือเชื่อจริงๆ!

       เฮ้อ... ช่างเถอะ อยู่ห้องเดียวกันนี่มันวุ่นวายจริงๆ อีกแค่สองวันอาหมิงก็จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

       หลี่จินฮวาเห็นซูเจียวเจียวเดินกลับไปที่เตียงในความมืด ก็เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ฮึ่ม! คิดจะมาสู้กับเธองั้นหรือ ยังอ่อนหัดนัก!

       “ผัวะ!”

       ทันใดนั้นในความมืด มืออันแข็งแรงข้างหนึ่งก็กดท้ายทอยของหลี่จินฮวาไว้ แล้วกดเธอแนบกับผนังโดยตรงจนใบหน้าหันไปทางสวิตช์ไฟ และบังเอิญไปแตะโดนสวิตช์ไฟพอดี น้ำลายเหนียวๆ ที่เธอเพิ่งถ่มลงไปและขี้มูกที่แปะไว้ก็ละเลงเต็มหน้า!

       หลี่จินฮวาแทบจะอาเจียนออกมา

       แล้วไฟก็สว่างขึ้นอีกครั้งภายใต้แรงกดดันนั้น

       ซูเจียวเจียวกะพริบตาโตสีดำสนิท มองดูฉากนี้ด้วยความประหลาดใจ

       อาหมิงของเธอเก่งกาจจริงๆ!

       ระบายความแค้นให้เธอได้สาแก่ใจสุดๆ!

       ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้จะจัดการกับมนุษย์ป้าไร้เหตุผลคนนี้อย่างไรดี

       ราวกับบัณฑิตเจอทหาร พูดกันด้วยเหตุผลไม่รู้เรื่อง

       “เซียวหยวนหมิง ไอ้สารเลว ไอ้บ้า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”

       หลี่จินฮวาถูกบีบคอ เธอบิดหน้าไปมองเซียวหยวนหมิงด้วยความโกรธ แล้วตะโกนด่าทอ

       เซียวหยวนหมิงมีสีหน้าเย็นชา “อย่าให้ผมเห็นคุณรังแกภรรยาของผมอีกเด็ดขาด!”

       พูดจบ เขาก็ชูกำปั้นใหญ่แข็งกระด้างขึ้นมา ขู่จนหลี่จินฮวารีบหลับตาลง แล้วส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมา

       เซียวหยวนหมิงปล่อยมือออก แล้วมองหลี่จินฮวาด้วยสายตาเย็นชาสุดขีด “ไปเช็ดสิ่งน่ารังเกียจบนสวิตช์นั่นให้เกลี้ยงซะ”

       หลี่จินฮวาตั้งใจจะโต้แย้ง แต่เมื่อเห็นสายตาเย็นชาที่ราวกับจะกลืนกินคนของเซียวหยวนหมิง เธอก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง จากนั้นพอเธอออกจากห้องผู้ป่วย ก็ร้องไห้คร่ำครวญว่าเซียวหยวนหมิงทำร้ายคนแก่ กดเธอแนบกับผนังแล้วทุบตี

       พยาบาลและผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้ยินเสียงดังจึงออกมาสอบถาม หลี่จินฮวาพูดจาหยาบคายทุกอย่างที่นึกออก โดยกล่าวว่าเซียวหยวนหมิงเป็นคนไร้มารยาท บังอาจทำร้ายคนแก่

       เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่จินฮวา ความโกรธที่ซูเจียวเจียวพยายามอดกลั้นไว้ก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง “หลี่จินฮวา คุณก็อายุมากแล้ว แต่กลับทำเรื่องไร้ยางอายแบบนี้ ห้องนี้ไม่ได้มีแค่คนบ้านคุณคนเดียว เรื่องจริงเป็นยังไง คุณก็ย่อมรู้ดีกว่าพวกเรา”

       สีหน้าของเซียวหยวนหมิงเย็นชาลงทันที ร่างกายของเขาแผ่รัศมีความเย็นชาที่ใครๆ ก็ไม่อาจเข้าใกล้

       ซูเจียวเจียวเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ผู้อำนวยการและพยาบาลฟังจบก็มองไปที่ผนัง ก็พบว่ายังมีคราบน้ำลายเหนียวๆ และรอยเช็ดขี้มูกเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง นี่ทำให้ทุกคนต่างก็พูดไม่ออกทันที

       ยายแก่คนนี้กลับดำเป็นขาวได้เก่งจริงๆ!

       หากไม่ใช่เพราะยุวชนซูอธิบายละก็ พวกเขาก็คงเกือบถูกยายแก่นี่หลอกแล้ว!

       ร่องรอยบนผนังหลอกคนไม่ได้

       เมื่อคำโกหกของหลี่จินฮวาถูกเปิดโปง สีหน้าของหญิงชราก็พลันเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง เธอรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกละอายใจแม้แต่น้อย

       ผู้อำนวยการสั่งให้หลี่จินฮวาเช็ดคราบสกปรกบนสวิตช์ออก ตอนแรกหลี่จินฮวาไม่ยอม แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นหมอที่ดูแลลูกชายของเธอ กลัวว่าลูกชายจะถูกกลั่นแกล้งในการรักษา จึงได้แต่ยอมหยิบผ้าเปียกที่ชุบน้ำมาเช็ด

       ซูเจียวเจียวกล่าวว่า “อย่าใช้ผ้าเปียกนะคะ แบบนั้นจะโดนไฟดูดได้ง่ายๆ”

       หลี่จินฮวาไม่เชื่อเลยสักนิด แถมยังเบะปากอย่างดูถูกอีกต่างหาก ในใจเธอเชื่อมั่นว่าซูเจียวเจียวจงใจขู่เช่นนั้น

       หลี่จินฮวาก็เอาผ้าเช็ดตัวเปียกชุ่มปิดทับสวิตช์ทันที น้ำก็ซึมเข้าไปในสวิตช์ สวิตช์ไฟสมัยนั้นกันน้ำได้ไม่ดีเท่าสมัยนี้อยู่แล้ว

       ตอนแรกหลี่จินฮวายังไม่รู้สึกอะไร แต่หลังจากนั้นก็รู้สึกมือชาไปทั้งสองข้าง ตัวสั่นจากการโดนไฟดูด แล้วก็กระเด็นออกมาทันที

       เธอร้องโอ๊ยเสียงดัง ผ้าเช็ดมือในมือก็หล่นลงพื้น

       ซูเจียวเจียวถอนหายใจอย่างพูดไม่ออก คนอะไรดีชั่วไม่ฟัง โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากเป็นเช่นนั้นคงเกิดเรื่องใหญ่แน่!

       หลี่จินฮวาเมื่อรู้ว่าซูเจียวเจียวพูดจริง ก็รีบใช้ผ้าแห้งมาเช็ด

       ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงเอนกายลงบนเตียง พลางมองใบหน้าอันเย็นชาและถมึงทึงของเขา ซูเจียวเจียวใช้ปลายนิ้วเกาลงบนฝ่ามือของเขาอย่างแผ่วเบา

       เสียงอ่อนหวานนุ่มนวลของหญิงสาวดังขึ้นข้างหูเขา “เราอย่าไปถือสาคนแบบนั้นเลยค่ะ เดี๋ยวจะหัวเสียเปล่าๆ”

       เซียวหยวนหมิงส่งเสียงตอบในลำคอเบาๆ

       หลี่จินฮวาพูดอะไร เขาไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

       เขาคิดอยู่แต่ว่าจะสั่งสอนหลี่จินฮวาอย่างไรให้หลาบจำ เพื่อเป็นการสั่งสอนให้หล่อนรู้สำนึกว่า ไม่ใช่ใครก็ได้ที่เธอจะหาเรื่องใส่ตัว!

       อีกทั้งคนอย่างหลี่จินฮวาเป็นพวกชอบรังแกคนอ่อนแอ หากไม่สั่งสอนให้เข็ดหลาบ หล่อนคงกำเริบเสิบสาน เหยียบย่ำกันให้จมดิน

       หลังจากหลี่จินฮวาใช้ผ้าแห้งเช็ดสวิตช์แล้ว เธอก็ปิดไฟอีกครั้ง

       หากเธอไม่มีความสุข คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะมีความสุขเลย!

       โดยเฉพาะเซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียว พวกเธออยากอ่านหนังสืองั้นหรือ ไม่มีทาง!

       ขณะนั้นจางเหม่ยจวี๋ก็ยกอ่างน้ำร้อนมา กำลังเตรียมนำไปเช็ดตัวให้ลู่เหว่ยหมิน

       อาการบาดเจ็บของลู่เหว่ยหมินค่อนข้างหนักกว่าเซียวหยวนหมิง เซียวหยวนหมิงส่วนใหญ่เป็นแผลถลอก แต่ลู่เหว่ยหมินซี่โครงหักไปหนึ่งซี่ และข้อเท้าพลิก จึงขยับตัวไม่ได้ ดังนั้นจางเหม่ยจวี๋จึงต้องดูแลทุกเรื่องเอง

       หลังจากตักน้ำกลับมาถึงห้อง จางเหม่ยจวี๋ก็พบว่าภายในมืดสนิท เธอเผลอเตะอะไรบางอย่างเข้า ทำให้ทั้งร่างเสียหลักล้มลง น้ำร้อนที่ยกมาก็หกกระเด็นไปทั่ว

       “กรี้ดดดดดด!”

       ในความมืดมีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นสองครั้งติดๆ กัน


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^