LNCrawler

บทที่ 102 ชะตากรรมที่เลือกเอง [2]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 102 ชะตากรรมที่เลือกเอง [2]

        เสียงหนึ่งของหลี่จินฮวา อีกเสียงหนึ่งของหลี่เอ้อร์โก่ว

       ซูเจียวเจียวเห็นท่าไม่ดี กำลังจะลงจากเตียงไปเปิดไฟ แต่เซียวหยวนหมิงกลับเปิดไฟขึ้นมาเสียก่อน

       จางเหม่ยจวี๋นั่งอยู่บนพื้น ร้องโอดครวญพลางนวดแขนที่เจ็บจากการล้ม แล้วก็พบว่าสิ่งที่ทำให้เธอสะดุดล้มคือเปลือกกล้วย!

       จางเหม่ยจวี๋จึงเริ่มบ่นพึมพำทันที “ไอ้คนมักง่ายคนไหนทิ้งเปลือกกล้วยไว้ตรงนี้เนี่ย! ทำคนเกือบตาย!”

       ส่วนหลี่จินฮวาฝั่งตรงข้ามนั้น เปียกชุ่มไปทั้งร่าง ร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด พลางกระชากเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่อย่างบ้าคลั่ง "ร้อน! ร้อนจะตายอยู่แล้ว!"

       หลี่เอ้อร์โก่วโชคดีกว่า แค่โดนน้ำร้อนกระเด็นใส่หน้าและแขนตอนแรก เป็นการร้องด้วยปฏิกิริยาอัตโนมัติ เสื้อผ้าของเขาไม่ได้เปียกเลย

       เพียงแต่ผ้าห่มและที่นอนเปียกน้ำไปทั้งหมด

       หลังจากหลี่จินฮวาร้องโวยวายอยู่สองสามครั้ง เธอก็หยุดร้อง เพราะน้ำร้อนที่จางเหม่ยจวี๋ต้มมานั้น แม้จะร้อนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ร้อนจนเป็นอันตรายถึงขั้นทำให้ผิวหนังพุพองได้ เต็มที่ก็แค่ผิวแดง

       เมื่อความร้อนลดลง ก็จะไม่ร้อนแล้ว

       หลี่จินฮวาเงยหน้าขึ้นจ้องจางเหม่ยจวี๋อย่างโกรธแค้น ชี้หน้าด่าว่า “จางเหม่ยจวี๋ เธอจงใจแก้แค้นฉันใช่ไหม! เธอมันคนใจร้ายใจมาร ทำให้ฉันถูกน้ำร้อนลวก เสื้อผ้าก็เปียกหมดทำให้ฉันไม่มีเสื้อจะใส่! ไม่ได้แล้ว เธอต้องชดใช้เสื้อผ้าให้ฉันชุดหนึ่ง แล้วก็หาหมอมาตรวจให้ฉันด้วย!”

       หลี่เอ้อร์โก่วกล่าวเสริม “ใช่ๆ! ถูกต้อง! แล้วก็เตียงนอนของฉันก็เปียกหมดจนนอนไม่ได้แล้ว ฉันต้องแลกเตียงกับลู่เหว่ยหมินบ้านเธอ!”

       ลู่เหว่ยหมินลุกไม่ได้ จึงทำได้แค่หันไปถามจางเหม่ยจวี๋ด้วยความเป็นห่วง “เหม่ยจวี๋ คุณเจ็บมากไหม?”

       จางเหม่ยจวี๋กำลังจะตอบว่าไม่เจ็บ แต่พอคิดดูอีกทีก็ตระหนักว่าเธอไม่ควรพูดเช่นนั้น หากเป็นเช่นนั้นละก็ หลี่จินฮวาคงไม่ปล่อยโอกาสทองนี้ไป คิดจะเอาเปรียบเธอหรือไร?

       ไม่มีทางเสียหรอก!

       จางเหม่ยจวี๋จึงทำหน้าบูดบึ้ง “เจ็บมากเลยค่ะ รู้สึกเหมือนมือจะหักเลย แถมเอวก็เคล็ดด้วย!”

       ลู่เหว่ยหมินได้ยินดังนั้นก็ยิ่งเป็นห่วง เขาใจร้อนรน แต่ก็ลุกไม่ได้

       ซูเจียวเจียวประคองจางเหม่ยจวี๋ขึ้นมา “คุณไม่เป็นไรนะ? ให้ฉันช่วยประคองไปหาหมอไหม?”

       หลี่จินฮวาได้ยินว่าต้องไปหาหมอ เธอก็รีบโวยวายขึ้นมาทันที “ใช่! ไปหาหมอ! ฉันโดนน้ำร้อนลวกไปหลายที่แน่ๆ จางเหม่ยจวี๋ ค่ารักษาพยาบาลเธอก็ต้องออกให้ฉันนะ!”

       จางเหม่ยจวี๋เอามือกุมเอวข้างหนึ่ง อีกข้างถือเปลือกกล้วยที่เก็บได้จากพื้น แล้วตวาดเสียงดังลั่น “ยายแก่ไร้ยางอาย! เธอทิ้งเปลือกกล้วยไว้บนพื้น ทำให้ฉันสะดุดล้มแล้วยังมีหน้ามาเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากฉันอีกเหรอ? เธอยังมียางอายอยู่ไหมเนี่ย? เอวฉันเคล็ดแล้ว เธอต่างหากต้องรับผิดชอบชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้ฉัน! หากฉันทำงานไม่ได้หลายอีกวัน เธอก็ต้องชดใช้แต้มคะแนนงานให้ฉันด้วย!”

       “เธอต่างหาก! เอาน้ำร้อนมาสาดฉันเอง แล้วมีหน้ามาเรียกเก็บเงินจากฉันได้ยังไง? ล้มลงไปเองแท้ๆ ฉันไม่ได้ผลักเธอลงไปสักหน่อย!”

       “ถ้าไม่ใช่เพราะเธอทิ้งเปลือกกล้วยเรี่ยราด แล้วฉันจะล้มไหมเล่า?”

       บนใบหน้าของหลี่จินฮวาปรากฏแววสำนึกผิดเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงยืดคอขึ้น แล้วกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เปลือกกล้วยที่ฉันทิ้งสักหน่อย เธออย่ามาปรักปรำฉันนะ อย่าหวังจะเอาเปรียบฉันเชียว!”

       จางเหม่ยจวี๋แค่นเสียงเย็น “เมื่อเช้ายังหน้าชื่นตาบานเอากล้วยสองลูกกลับมา บอกว่าบังเอิญเจอคนรู้จัก เขาเลยให้มา ในห้องพักป่วยนี้มีแค่พวกเราสามครอบครัว บ้านฉันกับบ้านของยุวชนซูไม่เคยซื้อกล้วยกินกันอยู่แล้ว แถมบ้านฉันก็ไม่มีปัญญาซื้อกล้วยด้วย ถ้าไม่ใช่เธอทิ้ง แล้วหมาที่ไหนมันจะทิ้งได้เล่า?”

       หลี่จินฮวาไม่ยอมรับ “บอกว่าไม่ใช่ฉัน ก็ไม่ใช่ฉันสิ! อย่าหวังว่าเธอจะโทษฉันได้! เธอต้องจ่ายค่ารักษาให้ฉัน เพราะฉันถูกน้ำร้อนลวกจนแดงไปทั้งตัวแล้วเนี่ย”

       “มือฉันอาจจะหักไปข้างหนึ่ง เอวก็เคล็ดด้วย เธอสิต้องรักษาให้ฉัน!”

       “ฝันไปเถอะย่ะ!”

       “เธอก็ฝันไปเถอะย่ะ!”

       ทั้งสองคนจึงเริ่มทะเลาะกันอีกครั้งอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

       ลู่เหว่ยหมินโกรธจัด “หลี่จินฮวา ยายแก่สารเลว! เห็นฉันขยับตัวไม่ได้ เลยคิดจะรังแกภรรยาของฉันใช่ไหม? ฉันจะบอกแกให้ แม้ฉันจะขยับขาไม่ได้ข้างหนึ่ง ฉันก็ยังจะซ้อมแกได้นะ!”

       พูดจบ เขาก็กำลังจะดิ้นรนลุกจากเตียง

       หลี่จินฮวาตกใจจนตัวสั่น รีบหลบอยู่ข้างหลังลูกชายหลี่เอ้อร์โก่ว

       หลี่เอ้อร์โก่วแม้จะกลัวอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ค่อยกลัวลู่เหว่ยหมินเท่าไร ลู่เหว่ยหมินไม่ได้ดุดันเท่าเซียวหยวนหมิง แถมลู่เหว่ยหมินก็ขยับขาไม่ได้ข้างหนึ่ง หากจะสู้กันจริงๆ ละก็ อีกฝ่ายก็ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา

       หลี่เอ้อร์โก่วจึงเชิดหน้าขึ้น แล้วกล่าวว่า “รังแกแม่ฉันอย่างนี้ คิดว่าฉันจะยอมหรือไง!”

       พูดจบ เขาก็พับแขนเสื้อขึ้น

       เมื่อคืนตอนหาคน และตอนที่ดินโคลนถล่มลงมา เขาก็ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มคน ดังนั้นอาการบาดเจ็บของเขาจึงเบาที่สุด

       เดิมทีเขาจะออกจากโรงพยาบาลได้ในสองวันแล้ว แต่การนอนอยู่ในโรงพยาบาลโดยไม่ต้องทำงาน แถมยังได้แต้มคะแนนงานสิบแต้ม เป็นเรื่องดีๆ แบบนี้ ทำไมเขาจะต้องออกจากโรงพยาบาลด้วย?

       แม้แต่แม่ของเขาที่มาดูแลเขาก็ยังได้แต้มคะแนนงานสิบแต้มด้วยซ้ำ โดยอ้างว่าเป็นค่าชดเชย

       ในเมื่อมีเรื่องดีๆ เช่นนี้ แค่นอนอยู่เฉยๆ ก็ได้แต้มคะแนนงานแล้ว เหตุใดจึงต้องดิ้นรนไปทำงานให้ยากลำบากเล่า?

       หลี่จินฮวาเห็นลูกชายของตัวเองหนุนหลังให้ เธอก็รีบแสดงอำนาจโดยอ้างบารมีของลูกชายขึ้นมาทันที “อยากจะตีกันใช่ไหม? มาเลย! จางเหม่ยจวี๋ ฉันจะบอกเธอให้ ถ้าวันนี้เธอไม่ชดใช้เสื้อผ้าใหม่ให้ฉัน ไม่พาฉันไปหาหมอ ฉันไม่ยอมจบแน่! ตัวฉันต้องพุพองไปหมดแล้วแน่ๆ! แน่นอนว่าตลอดเวลาที่ฉันอยู่โรงพยาบาล งานซักผ้าทำอาหารทั้งหมดเธอต้องเป็นคนทำ!”

       จางเหม่ยจวี๋โกรธจนหน้าเขียว “ยายแก่สารเลวฝันกลางวันไปได้! วันๆ เอาแต่หาทางเอาเปรียบผู้อื่น ฝันลมๆ แล้งๆ! ด้วยนิสัยใจคอแบบเธอน่ะหรือ ถึงจะต้องให้ฉันซักผ้าทำครัวให้ เธอมันสำคัญตัวผิดไปแล้ว! เห็นทีว่าเธอคงต้องโดนอบรมสั่งสอนสักที!”

       ช่างเป็นโชคร้ายอะไรเช่นนี้ ที่ต้องมาอยู่ห้องเดียวกับคนอย่างหลี่จินฮวาและหลี่เอ้อร์โก่ว

       สองสามวันนี้ ไม่มีวันไหนสงบเลย!

       ซูเจียวเจียวหัวเราะออกมาอย่างเหลืออด ไม่แปลกใจที่ใครต่อใครต่างก็ว่าสตรีบ้านป่าไร้ซึ่งความรู้ นี่มันหลี่จินฮวาชัดๆ เลยไม่ใช่หรือ?

       หลี่เอ้อร์โก่วดูเหมือนตั้งใจจะแสดงความเป็นชายชาตรีต่อหน้าซูเจียวเจียว เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย เขาจึงทำหน้าบึ้งตึง ทำเป็นโกรธจัด ชี้ไปที่จางเหม่ยจวี๋แล้วกล่าวว่า “เธอกล้าพูดอีกครั้งไหม? ต่อหน้าฉัน ยังกล้าด่าแม่ฉันอีก?”

       หลี่จินฮวารู้สึกปลื้มปีติในใจ อย่างน้อยก็ไม่เสียแรงที่เลี้ยงดูเจ้าลูกชายคนนี้ อาหารดีเสื้อผ้าดีล้วนประเคนให้ บัดนี้ลูกชายของเธอรู้จักปกป้องเธอแล้ว!

       ทันใดนั้น เซียวหยวนหมิงก็ก้าวมาอยู่ข้างซูเจียวเจียวและจางเหม่ยจวี๋ ร่างกายสูงใหญ่กำยำของเขายืนตระหง่านราวกับปราการเหล็กที่น่าหวาดหวั่น ดวงตาของเขาวาวโรจน์ไปด้วยความดุร้าย “คิดจะรังแกน้องชายฉัน พวกแกต้องถามฉันก่อนว่าฉันยอมไหม!”

       บรรยากาศในห้องผู้ป่วยกลับมาตึงเครียดและเงียบงันอีกครั้ง

       หลี่จินฮวาทำหน้าบึ้งตึง “เซียวหยวนหมิง นี่มันไม่เกี่ยวกับพวกแก ฉันขอเตือนพวกแกนะ อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่น!”

       ซูเจียวเจียวยิ้มเย้ยที่มุมปาก พลางกล่าวว่า “หลี่จินฮวา อย่ามองคนอื่นว่าไร้สมองไปหมด โลกนี้ไม่ได้มีแค่คุณที่ฉลาดอยู่คนเดียวหรอกนะ เปลือกกล้วยนั่นคุณเป็นคนทิ้ง ฉันเห็นกับตาเมื่อครู่ ฉันและอาหมิงต่างก็เป็นพยานได้ คุณกล่าวหาว่าจางเหม่ยจวี๋ทำน้ำร้อนลวกหกใส่ เอาล่ะ เธอยินดีออกค่ารักษาพยาบาลให้คุณ แต่เปลือกกล้วยที่เจ้าปัญหานั่น ทำให้จางเหม่ยจวี๋สะดุดล้มจนข้อเท้าแพลง มืออาจถึงขั้นหัก เอวก็เคล็ด ดังนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของจางเหม่ยจวี๋เช่นกันนะ”


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^