LNCrawler

บทที่ 103 ชะตากรรมที่เลือกเอง [3]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 103 ชะตากรรมที่เลือกเอง [3]

        “ถูกต้อง จางเหม่ยจวี๋ต้องทำงานไม่ได้แน่ ดูจากอาการบาดเจ็บของพวกคุณสองคนแล้ว จางเหม่ยจวี๋น่าจะหนักกว่าหน่อย ต่อไปคุณอาจจะต้องรับผิดชอบดูแลเธอด้วย…”

       หลี่จินฮวาได้ยินซูเจียวเจียวพูดยืดยาวจนเกือบจะสติแตก

       “อะไร! นี่ฉันเป็นผู้เสียหายนะ! ทำไมฉันต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้จางเหม่ยจวี๋ แถมยังต้องดูแลเธอด้วย?”

       ซูเจียวเจียวเอ่ยเสียงใส “ที่เธอล้มลงก็เพราะคุณทิ้งเปลือกกล้วยเกะกะขวางทางไม่ใช่หรือ คุณเลยต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้ต่อให้เรียกตำรวจมา เขาก็จัดการแบบนี้แหละ หรือจะให้ฉันช่วยเรียกตำรวจมาจัดการให้จริงๆ เลยดีไหม?”

       จางเหม่ยจวี๋ก็อาศัยจังหวะนี้โวยวายขึ้นมาเช่นกัน โดยบอกว่าปวดตรงนั้นปวดตรงนี้

       อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่าหลี่จินฮวาไม่ได้เป็นอะไรเลย หนักสุดก็แค่ผิวแดงนิดหน่อยเท่านั้นเอง น้ำที่เธอตักมาเองจะร้อนแค่ไหนเธอก็รู้ดีอยู่แล้ว

       น้ำนั้นแค่อุ่นๆ เท่านั้นเอง เธอตักมาเพื่อเช็ดตัวให้เหว่ยหมิน ก็ใส่น้ำเย็นผสมลงไปด้วยแล้ว

       หลี่จินฮวาแค่ต้องการฉวยโอกาสนี้เอาเปรียบเธอต่างหาก!

       เมื่อหลี่จินฮวาเห็นว่าไม่สามารถเอาเปรียบได้ แถมอาจต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของจางเหม่ยจวี๋อีก เธอก็หงอยลงไปทันทีเหมือนนกกระทาที่ถูกขู่ หลี่จินฮวาบ่นพึมพำแล้วเดินกลับไปที่เตียงของตน ไม่กล้าพูดอะไรอีก

       หลี่จินฮวาไม่มีเงินให้จางเหม่ยจวี๋ไปหาหมอหรอก!

       เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรเลย ต่อให้จางเหม่ยจวี๋จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ เธอก็คงไม่ได้เงินเยอะแยะอะไร!

       แต่ถ้าต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้จางเหม่ยจวี๋ละก็ ไม่รู้จะต้องเสียอีกเท่าไร! แบบนี้เธอก็จะขาดทุนย่อยยับสิ!

       แถมอีกอย่าง ถ้าจางเหม่ยจวี๋ขยับไม่ได้ละก็ เธอต้องช่วยอีกฝ่ายทำงานอีกหรือเปล่า?

       ไม่เอาด้วยหรอก!

       จางเหม่ยจวี๋เห็นหลี่จินฮวาไม่พูดอะไร ก็ไม่ได้รั้งเอาเรื่องต่อ ซูเจียวเจียวช่วยพยุงเธอไปนั่งบนเตียงคนไข้ของลู่เหว่ยหมิน

       จางเหม่ยจวี๋โบกมือบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร แล้วให้ซูเจียวเจียวกลับไปพักผ่อน

       เมื่อครู่ถ้าไม่ได้ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงช่วยละก็ พวกเธอคงจะยังคงทะเลาะกับหลี่จินฮวาไม่จบไม่สิ้นแน่!

       ซูเจียวเจียวเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรจริงๆ ก็กลับไปที่เตียงของตนกับเซียวหยวนหมิง

       หลังจากเหตุวุ่นวายนี้ เวลาล่วงเลยไปมากแล้ว ซูเจียวเจียวถอดรองเท้าและถุงเท้าก่อนจะมุดเข้าไปในผ้าห่ม

       เซียวหยวนหมิงเห็นว่าเท้าของเธอเย็นเฉียบ เขาจึงลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก ซูเจียวเจียวคิดว่าเขาไปเข้าห้องน้ำจึงไม่ได้ถามอะไร ไม่นานนักเซียวหยวนหมิงก็ถืออ่างน้ำอุ่นเข้ามา

       “แช่เท้าก่อนนอนสิ จะได้นอนหลับสบาย”

       เซียวหยวนหมิงจับเท้าทั้งสองข้างของเธอวางลงในอ่าง

       เท้าของเจียวเจียวเล็กมาก ขนาดพอดีกับฝ่ามือของเขาเลย

       ซูเจียวเจียวหน้าแดงเล็กน้อย “ฉันทำเองได้ ที่นี่มีคนอื่นมองอยู่นะคะ”

       เซียวหยวนหมิงไม่สนใจเลย “คุณเป็นภรรยาของผม ผมรักและดูแลคุณเป็นเรื่องปกติ ใครอยากจะมองก็ปล่อยให้เขามองไปเถอะ อีกอย่าง... เหว่ยหมินกับพวกเขาไม่ใช่คนนอกซะหน่อย”

       สองสามวันมานี้ ภรรยาทุ่มเทดูแลเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ลำบากแค่ไหนเขาย่อมมองเห็น ตอนนี้เขาหายดีแล้ว ก็ต้องให้เธอได้พักผ่อนบ้าง แล้วให้เขาเป็นฝ่ายดูแลเธอแทน

       ซูเจียวเจียวขัดเขาไม่ได้ จึงปล่อยให้เขาทำตามสบาย

       เซียวหยวนหมิงวางเท้าของเจียวเจียวลงในอ่าง แล้วค่อยๆ ล้างเท้าที่เรียบเนียนขาวผ่องของเธอด้วยน้ำอุ่น

       เท้าของภรรยาเขาไม่หยาบกร้านเหมือนผู้หญิงในหมู่บ้านคนอื่นๆ เมื่อสัมผัสแล้วนุ่มนวลและอ่อนโยนมาก แม้แต่เล็บเท้าก็เป็นสีชมพู ดูสุขภาพดี

       โชคดีที่เตียงของเซียวหยวนหมิงอยู่ด้านนอกสุด ด้านหนึ่งติดผนัง ตรงกลางเป็นเตียงคนไข้ของลู่เหว่ยหมิน ซึ่งเซียวหยวนหมิงใช้ม่านกั้นกลางระหว่างเตียงทั้งสอง ทำให้ซูเจียวเจียวรู้สึกอายน้อยลง

       อย่างไรก็ตาม ลู่เหว่ยหมินและจางเหม่ยจวี๋ยังคงมองเห็นได้บ้าง

       จางเหม่ยจวี๋มองไปยังหลังม่านด้วยความอิจฉาเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าเซียวหยวนหมิงที่ดูเงียบขรึมในยามปกติ จะเป็นคนที่รักและดูแลภรรยาได้ดีถึงขนาดนี้

       เมื่อมองดูสามีของตัวเองแล้ว

       ถึงแม้สามีของเธอก็ถือว่าดีพอใช้ได้ แต่เขาก็ไม่เคยตักน้ำมาล้างหน้าให้เธอเลยสักครั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องล้างเท้าให้

       มีแต่เธอที่ตักน้ำล้างเท้าให้เขา

       เฮ้อ... คนเรานี่ยิ่งเปรียบเทียบก็ยิ่งโมโห

       ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลยจริงๆ

       ลู่เหว่ยหมินเห็นจางเหม่ยจวี๋มองไปยังทิศทางนั้นตลอด จึงบ่นพึมพำเสียงเบา “รอผมหายดีกลับบ้าน แล้วจะตักน้ำมาล้างเท้าให้คุณนะ”

       จางเหม่ยจวี๋หันมามองเขาด้วยความตกใจ และไม่อยากจะเชื่อ “จริงหรือคะ?”

       ลู่เหว่ยหมินหน้าแดงเล็กน้อย “จริงสิ”

       “ได้เลย อย่าโกหกกันเชียว ฉันจะรอนะคะ” จางเหม่ยจวี๋อดยิ้มออกมาไม่ได้ รู้สึกมีความสุขในใจ เธอลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปตักน้ำมาเช็ดตัวให้คุณใหม่”

       หลังจากจางเหม่ยจวี๋เช็ดตัวให้ลู่เหว่ยหมินเรียบร้อยแล้ว เธอก็เช็ดตัวตัวเองแบบลวกๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดๆ แล้วก็ขึ้นไปนอนบนเตียง เบียดกับลู่เหว่ยหมินบนเตียงคนไข้เดียวกัน จากนั้นทั้งสองก็คุยกันอย่างเปิดใจ

       แต่งงานกันมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองคนได้คุยกันอย่างสบายใจขนาดนี้ หลังจากมีลูกแล้ว ชีวิตประจำวันก็ไม่ต่างกับการทำสงคราม วุ่นวายไม่หยุดหย่อน ในบ้านก็ทะเลาะกันบ่อยครั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

       การได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันอย่างสงบเช่นนี้ ราวกับกลับไปช่วงที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดูดีขึ้นด้วย

       ส่วนทางนี้ ซูเจียวเจียวชวนเซียวหยวนหมิงมาแช่เท้าด้วยกัน

       เท้าของทั้งสองคนเบียดกันอยู่ในอ่าง แม้จะไม่กว้างนัก แต่ก็อบอุ่น

       เซียวหยวนหมิงมองเท้าใหญ่ของตัวเอง แล้วมองเท้าเล็กๆ ของซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม ภรรยาของเขามีเท้าเล็กมาก ยิ่งมองก็ยิ่งเล็ก

       หลังจากแช่เท้าเสร็จ เซียวหยวนหมิงก็ขึ้นเตียง แล้วกอดซูเจียวเจียวไว้ในอ้อมแขน เจียวเจียวของเขาหอมและนุ่มนิ่ม กอดแล้วก็ไม่อยากปล่อยมือเลย

       ไม่นานนัก ซูเจียวเจียวก็รู้สึกว่าเซียวหยวนหมิงกำลังดันตัวเธออยู่ เธอหน้าแดงเล็กน้อยแล้วพูดเสียงเบา “คุณนี่มัน…”

       เซียวหยวนหมิงมองเธอด้วยความรู้สึกผิด “ผมก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้สักหน่อย มันไม่รู้จักเชื่อฟังเลย”

       ซูเจียวเจียว "…"

       “ผมรู้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาล ผมจะไม่ทำอะไรที่ไม่เหมาะสมหรอก”

       เซียวหยวนหมิงก็ไม่กล้าเติมเชื้อไฟให้ตัวเอง มิฉะนั้นคนที่ทรมานก็คือตัวเขาเอง

       เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เซียวหยวนหมิงจึงพูดถึงความฝันที่เขาฝันไปตอนที่ถูกดินถล่มทับ

       “เจียวเจียว ตอนนั้นผมคิดว่าตัวเองตายแน่ๆ พอผมฝันว่าคุณกอดศพของผมแล้วเห็นคุณเสียใจและสิ้นหวัง ผมรู้สึกเจ็บปวดในใจยิ่งกว่าเดิม! โชคดีที่มันเป็นแค่ความฝัน โชคดีที่คุณไม่เป็นอะไร…”

       พูดแล้วเขาก็กอดซูเจียวเจียวแน่นขึ้นไปอีก

       เมื่อฟังเขาเล่าความฝันทั้งหมดจบ ซูเจียวเจียวก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย อาหมิงฝันถึงเหตุการณ์สุดท้ายในชาติที่แล้วของเขาเลยหรือนี่...

       ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ!

       ซูเจียวเจียวตั้งใจจะเล่าเรื่องการกลับชาติมาเกิดของเธอ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอกับเขา แต่พอคิดดูแล้วเรื่องนี้มันลึกซึ้งเกินไป ไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าอย่างไรดี

       เธอโอบรอบเอวเขา ซบหน้าลงบนหน้าอกกว้าง แล้วถามเสียงเบา “คุณเชื่อเรื่องชาติภพหน้าไหมคะ?”

       “ไม่เชื่อครับ” เซียวหยวนหมิงส่ายหัว “ผมไม่เชื่อเรื่องที่คนตายแล้วจะกลับชาติมาเกิดหรอกครับ ถึงแม้จะมีจริง มันก็เป็นเรื่องของชาติหน้า ซึ่งไม่มีใครจำใครได้ ผมแค่อยากจะปกป้องคุณและรักคุณให้ดีที่สุดในชาตินี้เท่านั้นครับ”

       “อืม! เราใช้ชีวิตในชาตินี้ให้ดีที่สุดก่อนนะคะ ถ้ามีชาติหน้า ฉันจะมาตามหาคุณค่ะ”


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^