LNCrawler

บทที่ 104 ชะตากรรมที่เลือกเอง [4]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 104 ชะตากรรมที่เลือกเอง [4]

        “ไม่ต้องหรอกครับ” เซียวหยวนหมิงยิ้มพร้อมกับจูบหน้าผากของซูเจียวเจียวเบาๆ “แค่คุณรอผมมาหาก็พอ”

       ทั้งสองกระซิบกระซาบกันอย่างใกล้ชิดด้วยความหวานชื่น

       ลู่เหว่ยหมินและจางเหม่ยจวี๋ที่เตียงตรงกลางก็หลับไปแล้ว

       ผ้าห่มของหลี่เอ้อร์โก่วเปียกน้ำจนนอนไม่ได้

       หลี่เอ้อร์โก่วไปหาพยาบาล แต่พยาบาลบอกว่าไม่มีเตียงสำรองแล้ว แต่ก็ช่วยเปลี่ยนผ้าห่มผืนใหม่ให้

       หลี่เอ้อร์โก่วนอนกลับลงบนเตียงอย่างสบายอารมณ์

       แต่หลี่จินฮวาไม่สบายอย่างนั้น เสื้อผ้าของเธอเปียกโชก ทั้งยังไม่มีชุดเปลี่ยน เพราะเธอมาอย่างเร่งรีบ จึงไม่ได้นำเสื้อผ้าสำรองมาเลย มีเพียงชุดชั้นในที่เตรียมไว้สำหรับเปลี่ยนเท่านั้น

       ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน และอากาศในเดือนพฤษภาคมก็ยังคงเย็นสบาย ไม่นานหลี่จินฮวาก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว หนาวสั่นจนตัวงอ และตัวสั่นเป็นพักๆ

       “ลูก... ลูกรัก แม่หนาวจนทนไม่ไหวแล้ว ขอนอนเบียดกับลูกหน่อยนะ” ตกกลางดึก หลี่จินฮวาเขย่าหลี่เอ้อร์โก่วที่กำลังหลับกรนเสียงดังแล้วพูดขึ้น

       หลี่เอ้อร์โก่วโบกมือไล่อย่างรำคาญ พลางบ่นพึมพำ “แม่ครับ เตียงเล็กแค่นี้จะนอนเบียดกันได้ยังไงเล่า?”

       หลี่จินฮวากัดฟัน “แต่แม่หนาวจริงๆ นะ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปละก็ แม่ต้องป่วยแน่ๆ ถ้าแม่ป่วยแล้วใครจะดูแลลูกล่ะ?”

       หลี่เอ้อร์โก่วได้ยินดังนั้นจึงยอมลืมตาขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ แล้วพูดอย่างรังเกียจ “แม่ไปนอนอีกฝั่งหนึ่งนะ ผมจะดึงผ้าห่มให้ แล้วก็... เท้าของแม่ต้องอยู่นอกผ้าห่มนะ”

       “ได้ๆๆ แม่รับรองว่าจะดึงแค่ปลายๆ จะไม่ดึงเกินแน่นอน” หลี่จินฮวาถอดเสื้อคลุมออกแล้วรีบคลานขึ้นไปบนเตียง เธออุ่นตัวเองมานานขนาดนี้ เสื้อผ้าด้านในก็แห้งไปเกือบหมดแล้ว

       ถึงแม้จะนอนในชุดแบบนี้ยังไม่สบายตัวนัก แต่ก็ยังดีกว่านั่งอยู่บนเก้าอี้เย็นๆ เมื่อครู่

       …

       เที่ยงวันต่อมา เซียวหยวนหมิงก็ทำเรื่องออกจากโรงพยาบาล ค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะให้คนจากกองผลิตมาจ่าย

       หลี่เอ้อร์โก่วตั้งใจจะแกล้งป่วยนอนโรงพยาบาลต่อไป แต่ก็ทำไม่ได้แล้ว จึงจำเป็นต้องออกจากโรงพยาบาล

       หลี่จินฮวาที่ต้องทนหนาวมาทั้งคืน ไม่เพียงแต่มีรอยคล้ำใต้ตาขนาดใหญ่สองวงเท่านั้น ทว่ายังป่วยอีกด้วย เธอรู้สึกอ่อนแรงและไม่มีเรี่ยวแรงที่จะหาเรื่องทะเลาะอีกแล้ว

       ซูเจียวเจียวเห็นหลี่จินฮวาเป็นเช่นนั้นก็พูดไม่ออกจริงๆ หากไม่ใช่เพราะเธอทิ้งเปลือกกล้วยเรี่ยราด จางเหม่ยจวี๋ก็คงไม่หกล้ม แล้วน้ำทั้งอ่างก็คงไม่หกใส่ตัวเธอ นี่มันเป็นผลกรรมจากการกระทำของตัวเองชัดๆ

       นอกจากนี้หลี่จินฮวายังตามใจหลี่เอ้อร์โก่วมากเกินไปจนเสียคน อายุยี่สิบปีแล้ว แต่ยังไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีความกตัญญู ซูเจียวเจียวไม่รู้เลยว่าหลี่จินฮวาคิดอะไรอยู่

       แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของหลี่จินฮวา เธอจะไม่พูดอะไรมาก

       เพราะกลัวว่าพูดไปแล้วจะไม่ได้ดี แถมยังจะถูกด่าว่าเป็นคนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอีก

       ซูเจียวเจียวส่ายหน้า ปล่อยให้เซียวหยวนหมิงจับมือเธอเดินไปที่ประตูโรงพยาบาล

       ฝนตกมาหลายวัน วันนี้อากาศแจ่มใสแล้ว

       มีแดดอ่อนๆ ไม่ร้อนไม่หนาว อากาศกำลังสบาย

       เซียวหยวนหมิงถาม “อยากไปเดินเล่นที่สหกรณ์การค้าไหม ซื้อของแล้วค่อยกลับบ้านกัน?”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะร่า “ดีเลยค่ะ เราไปซื้อเนื้อ ซื้อแป้ง แล้วกลับไปทำเกี๊ยวกินกัน”

       “ดีเลยครับ เดี๋ยวกลับไปผมจะทำเอง” เซียวหยวนหมิงบีบมือเธอ

       หลี่จินฮวาที่เดินตามออกมาข้างหลัง พอได้ยินเซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวพูดว่าจะไปซื้อเนื้อซื้อแป้งมาทำเกี๊ยว ก็ท้องร้องโครกครากขึ้นมาทันที

       หลายวันที่ผ่านมาเธอดื่มแต่ข้าวต้มกินกับผักดอง จนแทบจะอาเจียนออกมาแล้ว

       หลี่เอ้อร์โก่วก็ไม่ต่างจากหลี่จินฮวาเท่าไร พอได้ยินคำว่าเนื้อ ตาก็เบิกโพลง อยากจะวิ่งตามเซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวไปให้รู้แล้วรู้รอด

       เขาหันไปมองหลี่จินฮวา “แม่ครับ เรากลับไปทำเกี๊ยวกินกันดีไหม?”

       หลี่จินฮวาเลียริมฝีปาก “ฉันก็อยากกิน แต่เราไม่มีเงิน ไม่มีบัตรแลกเนื้อ จะเอาอะไรไปซื้อ?”

       หลี่เอ้อร์โก่วได้ยินดังนั้นก็หน้าเสียในทันที เขาทำหน้าบูดบึ้งอย่างรำคาญ “แม่กับพ่อรวมกันยังสู้ยุวชนซูที่เป็นผู้หญิงคนเดียวไม่ได้เลย”

       หลี่จินฮวาเอ่ยเสียงสั่นเครือ "ลูกเอ๋ย แม่กับพ่อก็ประเคนของดีในบ้านให้ลูกก่อนใครเสมอ เหตุใดจึงพูดแบบนี้กับแม่เล่า! บ้านเรายากจนข้นแค้นนัก แม่ก็ไร้ฝีมือไม่สามารถเย็บปักถักร้อยได้ ไม่เช่นนั้นแม่จะปล่อยให้ลูกอดอยากได้อย่างไร!"

       หลี่เอ้อร์โก่วได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจหลี่จินฮวามากขึ้นไปอีก

       ทางนี้ เซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียวมาถึงตลาดสดแล้ว ที่นี่ไม่มีเนื้อเหลืออยู่แล้ว แต่ยังมีแป้งอยู่บ้าง

       เซียวหยวนหมิงจึงซื้อแป้งก่อน หลังจากซื้อเสร็จ เขาก็พาซูเจียวเจียวมานั่งใต้ร่มไม้ แล้วกำชับเบาๆ ว่า “เจียวเจียว คุณรอผมตรงนี้นะ ผมจะไปซื้อเนื้อ”

       ซูเจียวเจียวรู้ว่าเขามีช่องทางของตัวเอง จึงไม่ได้ห้าม “ระวังตัวด้วยนะ แล้วกลับมาเร็วๆ ล่ะ”

       เซียวหยวนหมิงพยักหน้า แล้วเดินออกไป

       เขาเดินไปตามตรอกซอกซอยเปลี่ยว เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาหลายซอยจนกระทั่งเห็นบ้านหลังหนึ่งที่ปิดประตูแน่นหนา

       เซียวหยวนหมิงมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ แล้วก็กระโดดข้ามกำแพงเข้าไปในลานบ้าน

       เย่หย่งที่กำลังเบื่อหน่ายจนแทบจะนั่งนับมดแก้เซ็งอยู่แล้ว พอเห็นเซียวหยวนหมิงก็ตาเป็นประกาย รีบเดินไปหา “พี่อาหมิง ช่วงนี้พี่หายไปไหนมาครับ? หายไปหลายวันเลย ผมนึกว่าพี่จะไม่ทำธุรกิจนี้แล้วซะอีก”

       เซียวหยวนหมิงพูดเสียงทุ้ม “ช่วงนี้มีเรื่องเยอะ แถมยังเจอดินถล่มด้วย ตอนนี้มีเนื้อเหลืออยู่บ้างไหม?”

       “มีครับ มีๆ” เย่หย่งกล่าว “แต่ไม่มากแล้ว เหลือเนื้อหมูสามชั้นสิบสองชั่ง เนื้อแดงแปดชั่ง และกระดูกขาหมูสิบชั่ง”

       “ฉันเอาหมดเลย” เซียวหยวนหมิงพูดแล้วเดินตามเย่หย่งไปเอาเนื้อ พอเซียวหยวนหมิงเห็นว่ายังมีไข่ ไข่เค็ม น้ำพริกเนื้อ ผงนมมอลต์ กุ้งแห้ง และปาท่องโก๋ จึงหยิบมาทั้งหมด

       เซียวหยวนหมิงซื้อของในราคาเดียวกับเย่หย่ง ซึ่งเป็นราคาขายส่งทั้งหมด

       เย่หย่งถาม “พี่อาหมิง นี่ก็ผ่านมาครึ่งวันแล้ว ของเยอะขนาดนี้ พี่จะขายหมดในวันนี้หรือครับ?”

       เซียวหยวนหมิงบรรจุของใส่กระสอบปุ๋ยแล้วแบกไว้บนไหล่ ส่วนไข่และไข่เค็มถือไว้ในมือ “วันนี้ฉันไม่ขายแล้วล่ะ จะเอาไปกินที่บ้านก่อน”

       เย่หย่งพูดอย่างกระตือรือร้น “ให้ผมไปส่งไหมครับ? พี่ถือของเยอะขนาดนี้คงไม่สะดวก”

       เซียวหยวนหมิงปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันจะนั่งรถแทรกเตอร์กลับไป”

       ซูเจียวเจียวรอประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เห็นเซียวหยวนหมิงกลับมา เขากำลังแบกถุงใหญ่บนไหล่ และถือถุงเล็กๆ อีกใบในมือ ไม่รู้ว่าข้างในใส่ของอะไรบ้าง

       “ทำไมถึงเอากลับมาเยอะขนาดนี้ล่ะคะ?”

       ซูเจียวเจียวยืนขึ้นปัดฝุ่นที่ก้น แล้วรีบเดินเข้าไปหาเขา

       “ในเมื่อออกมาทั้งที ก็ต้องเอาของกลับบ้านเยอะๆ หน่อยสิ” เซียวหยวนหมิงถาม “คุณหิวหรือยัง? ถ้าหิวแล้วเราไปหาอะไรกินกัน”

       ซูเจียวเจียวส่ายหน้าพลางกล่าว "ไม่หิวหรอก พวกเราเพิ่งทานอาหารเช้าไปเมื่อไม่นานมานี้เองนี่ งั้นเรากลับบ้านเลยดีไหมคะ? พวกเราไม่ได้กลับไปสามสี่วันแล้ว พี่หยวนซินคงเป็นห่วงแย่แล้วละ"


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^