บทที่ 106 ถูกหมายตาเข้าแล้ว
บทที่ 106 ถูกหมายตาเข้าแล้ว
"เมื่อก่อนไม่รู้ว่าได้ยินใครพูดว่ายุวชนซูแต่งงานกับเซียวหยวนหมิงเพียงเพราะต้องการให้เขาทำงานให้ ดูสิ! ช่างไร้สาระสิ้นดี!"
“เธอน่ะรักเซียวหยวนหมิงอย่างออกนอกหน้า ถึงยอมลดตัวลงมาแต่งงานด้วย ไม่อย่างนั้นยุวชนอย่างเธอจะยอมแต่งงานกับคนบ้านนอกหรอกเหรอ?”
ทุกคนเมื่อเห็นซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงก็พากันกล่าวทักทาย
“ยุวชนซู! เซียวหยวนหมิง! พวกคุณกลับมาแล้วเหรอ?”
“เซียวหยวนหมิง หายดีขึ้นแล้วใช่ไหม?”
ต่างคนต่างถามไถ่ด้วยความกระตือรือร้น
ซูเจียวเจียวยิ้มตอบ “อาการบาดเจ็บของอาหมิงดีขึ้นมากแล้วค่ะ คุณหมอบอกว่าไม่ต้องนอนโรงพยาบาลแล้ว กลับไปพักฟื้นที่บ้านอีกสองสามวันก็พอ”
เซียวหยวนหมิงเองก็พยายามเผยรอยยิ้มบนใบหน้า ทำให้เขาดูไม่เคร่งขรึมและจริงจังเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ผู้คนต่างพากันดีใจที่ได้ทักทายเขา
ตอนนี้สถานะของเซียวหยวนหมิงดีขึ้นแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลากไปพัวพันอีกต่อไป
“ก็ดีแล้ว ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”
“ใช่แล้วๆ! ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น ขอแค่ปลอดภัยก็พอ”
“ยุวชนซู ตอนนี้ทุกคนต่างก็ยกย่องเธอว่าเป็นดาวนำโชคเลยนะ! เธอช่วยชีวิตพวกเขาไว้ได้หลายคนเลย”
“ยุวชนซูเป็นผู้รู้ ผู้มีการศึกษา เป็นปัญญาชนขั้นสูง รู้เรื่องราวมากมาย การศึกษาที่ร่ำเรียนมาไม่สูญเปล่าจริงๆ”
ทุกคนต่างพากันชื่นชม ซูเจียวเจียวถึงกับยิ้มจนแก้มแข็งไปหมดแล้ว
โจวเม่ยที่เพิ่งกลับจากการทำงาน เห็นทุกคนรุมล้อมชื่นชมซูเจียวเจียว ดวงตาของเธอก็อดไม่ได้ที่จะฉายแววริษยาขึ้นมา มีดีอะไรกันนักหนา! เธอแค่ไม่ได้ไปช่วยเท่านั้นเอง ไม่อย่างนั้นเธอก็ต้องช่วยได้เหมือนกัน!
โจวเม่ยมองซูเจียวเจียวแวบหนึ่ง แล้วเดินจากไป
ซูเจียวเจียวแกล้งทำเป็นไม่เห็นโจวเม่ย พูดคุยกับทุกคนอีกครู่หนึ่งก่อนจะดึงเซียวหยวนหมิงออกไปอย่างรวดเร็ว เธอเกรงว่าถ้ามัวแต่พูดคุยอยู่อีกละก็ คงไม่ต้องกินมื้อเที่ยงกันพอดี
ทุกคนช่างกระตือรือร้นเหลือเกิน
เมื่อเซียวหยวนซินเห็นซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงกลับมา เธอก็ดีใจเป็นอย่างมาก รีบวิ่งออกไปรับ “เจียวเจียว! อาหมิง! กลับมาแล้วเหรอ! อาการบาดเจ็บของอาหมิงหายดีแล้วใช่ไหม?”
ซูเจียวเจียวยิ้มตอบ “หายดีหมดแล้วค่ะ” เธอหยุดไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อ “ช่วงสองสามวันนี้ที่บ้านเรียบร้อยดีใช่ไหมคะ?”
“เรียบร้อยดี” เซียวหยวนซินตอบ
จากนั้นเธอก็มองไปรอบๆ เห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ จึงดึงซูเจียวเจียวเข้าไปในลานบ้าน ปิดประตูรั้วอย่างแน่นหนา ก่อนจะกระซิบเสียงเบา “เมื่อคืนตรงหน้าประตูรั้ว มีเงาดำๆ แวบผ่านไป ฉันถามว่าใคร เขาก็ไม่ตอบ แล้วก็หายไปในพริบตาเลยค่ะ คืนนั้นมืดมากก็เลยไม่กล้าวิ่งออกไปตาม ฉันสงสัยว่าอาจมีขโมยคิดจะเข้ามาเอาของในบ้านไป ฉันกลัวจนนอนไม่หลับทั้งคืนเลย แถมยังต้องถือไม้ไว้ในมือตลอดเวลาด้วย”
ซูเจียวเจียวจึงสังเกตเห็นว่าเซียวหยวนซินมีรอยคล้ำใต้ตาสองข้างเป็นหมีแพนด้าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาแดงก่ำดูเหมือนคนไม่ได้นอนจริงๆ
ชีวิตที่กำลังจะดีขึ้นและเป็นไปตามที่หวังไว้ ดูเหมือนว่ากำลังจะถูกใครบางคนหมายตาเข้าแล้ว
สีหน้าของเซียวหยวนหมิงพลันมืดครึ้มลงทันที เมื่อมีเขาอยู่ตรงนี้ จะมีใครกล้ามาขโมยของที่บ้าน! ถ้าจับได้เขาจะตีขาให้หักเลย!
ซูเจียวเจียวตบมือของเซียวหยวนซินเบาๆ “พี่ไม่ต้องกลัวนะคะ ไม่ต้องกังวลแล้วด้วย ตอนนี้ฉันกับอาหมิงกลับมาแล้ว พวกคนที่คิดจะมาป่วน คงไม่มีโอกาสแล้วล่ะ”
เซียวหยวนซินพยักหน้า ในใจก็รู้สึกดีใจและโล่งใจมาก โชคดีที่อาหมิงกับเจียวเจียวกลับมาแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอที่เป็นผู้หญิงคนเดียวคงไม่สามารถดูแลบ้านได้จริงๆ
ซูเจียวเจียวมองไปข้างหลังเซียวหยวนหมิง ไม่เห็นหลิวหยวนหยวน จึงอดไม่ได้ที่จะถาม “หยวนหยวนล่ะคะ? ทำไมไม่เห็นเธอเลย?”
เซียวหยวนซินยิ้มตอบ “เด็กโตแล้วก็ซุกซนเป็นธรรมดา ไม่อยากอยู่บ้านทั้งวันแล้ว เธอวิ่งไปเล่นกับเสี่ยวหู่จื่อ ลู่ลู่ที่บ้านป้าหวังข้างๆ น่ะ”
ลู่ลู่เป็นหลานสาวคนโตของป้าหวังเหวินเม่ย ปีนี้อายุหกขวบแล้ว ส่วนเสี่ยวหู่จื่อเป็นลูกชายของลู่เหว่ยหมินกับจางเหม่ยจวี๋ ปีนี้อายุเกือบสองขวบแล้ว ยังเดินไม่คล่องเลย
ซูเจียวเจียวได้ยินว่าหยวนหยวนไปเล่นที่บ้านป้าหวังข้างๆ ก็เลยไม่ได้ไปตามหาเธอ ปล่อยให้เธอเล่นไปก่อน หยวนหยวนโตขึ้นแล้ว ก็ควรจะหาเพื่อนเล่นบ้าง จะได้ไม่เอาแต่เล่นอยู่คนเดียวทุกวัน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นเด็กเก็บตัว หรือมีนิสัยเงียบขรึมไป
เด็กๆ ควรร่าเริงสดใส จะได้มีวัยเด็กที่มีความสุข
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน เซียวหยวนหมิงก็ได้นำของไปเก็บไว้ในครัวเรียบร้อยแล้ว เซียวหยวนซินก็เข้าไปช่วยจัดเก็บ
เซียวหยวนหมิงเห็นเธอยกถุงกระสอบเล็กๆ จึงกล่าวขึ้น “พี่ครับ ในถุงนี้มีไข่กับไข่เค็ม ระวังหน่อยนะ”
“ได้เลย” เซียวหยวนซินยกถุงเข้าไปในครัว แล้วค่อยๆ หยิบออกมาทีละฟอง นำไปใส่ในตะกร้าที่ใช้สำหรับใส่ไข่ ส่วนไข่เค็มก็หาไหมาใส่ไว้
เซียวหยวนซินนับดูแล้ว มีไข่ไก่ยี่สิบหกฟอง และไข่เค็มสิบห้าฟอง!
มีเยอะแยะเลย!
เมื่อเธอเห็นเซียวหยวนหมิงนำเนื้อกับแป้งออกมาอีก รวมถึงผงนมมอลต์ ลูกอม และขนมงา เธอก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ “พวกเธอไปซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้ได้ยังไงกัน?”
“ช่วงนี้เจียวเจียวต้องดูแลผมที่โรงพยาบาลก็เหนื่อยมาก แถมยังเป็นหวัดอีก ควรจะบำรุงเจียวเจียวให้ดีหน่อย เสียดายที่ไม่ได้ซื้อไก่แก่มาด้วย” เซียวหยวนหมิงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ถ้าได้ไก่แก่มาจะดีกว่านี้ จะได้เอามาต้มกับยาจีน ทำน้ำแกงบำรุงร่างกายให้เจียวเจียวได้ดื่ม แล้วพี่สาวของเขากับหยวนหยวนก็ได้กินด้วย
อืม สงสัยคงต้องหาโอกาสไปที่ตัวอำเภออีกครั้ง เพื่อหาไก่แก่มาให้ได้
เซียวหยวนซินได้ยินว่าซูเจียวเจียวไม่สบาย ก็รีบพูดขึ้นทันที “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องซื้อไก่แก่มาบำรุงเจียวเจียวหน่อยแล้ว”
ซูเจียวเจียวกล่าว “ที่อาหมิงพูดน่ะเกินจริงไปมาก ฉันแค่เป็นหวัดเล็กน้อยเอง กินยาไปสองสามวันก็หายแล้ว ไม่ต้องบำรุงอะไรหรอกค่ะ”
เซียวหยวนซินไม่เห็นด้วย “ต้องบำรุงสิ ถ้าไม่บำรุงละก็ ร่างกายจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ นะ ตัวเองอาจจะไม่รู้สึก แต่จริงๆ แล้วร่างกายอ่อนแอไปแล้วโดยไม่รู้ตัวก็ได้”
ซูเจียวเจียวคิดๆ ดูแล้วก็จริง จึงไม่โต้แย้งในเรื่องนี้ต่อ “พี่คะ เย็นนี้เราทำเกี๊ยวกินกันดีไหม?”
เซียวหยวนซินถาม “ดีเลย ผักกุยช่ายในสวนก็ตัดได้แล้ว เราทำไส้กุยช่ายกับไข่ แล้วก็ไส้กะหล่ำปลีกับเนื้อดีไหม?”
ซูเจียวเจียวยิ้ม และพยักหน้า “ตกลงค่ะ!”
เซียวหยวนซินหยิบเคียวเก่าๆ ขึ้นมา “เดี๋ยวฉันไปตัดผักกุยช่ายมาให้ก่อนนะ พวกเธอกลับมาแล้วก็พักผ่อนให้สบายไปเลยนะ เดี๋ยวฉันตัดผักกุยช่ายเสร็จแล้ว ค่อยกลับมาทำมื้อเที่ยงให้”
พูดจบเซียวหยวนซินก็ถือตะกร้าเล็กๆ ออกจากบ้านไป
ซูเจียวเจียวจะปล่อยให้เซียวหยวนซินลำบากอยู่คนเดียวได้อย่างไร เมื่อคืนพี่เขยเธอนอนไม่หลับเลย เพราะต้องเฝ้าระวังไม่ให้มีขโมยเข้ามาในบ้าน ตอนนี้น่าจะเหนื่อยมาก กำลังฝืนทนอยู่
ดังนั้นซูเจียวเจียวจึงเก็บผงนมมอลต์ ลูกอม และขนมงาเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมจะไปทำมื้อเที่ยงที่ครัว
พอเข้าไปในครัว ก็เห็นเซียวหยวนหมิงก่อไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เซียวหยวนหมิงเติมฟืนใส่เตาไฟพลางพูดกับซูเจียวเจียวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คุณกลับไปพักผ่อนในห้องเถอะครับ เดี๋ยวผมทำมื้อเที่ยงเอง”
ซูเจียวเจียวเสนอ “ฉันไม่เหนื่อยเลย เดี๋ยวฉันช่วยล้างผักดีกว่า เย็นนี้เราจะทำเกี๊ยวกินกันแล้ว มื้อเที่ยงนี้เรากินง่ายๆ กันดีกว่าค่ะ”
เซียวหยวนหมิงเป็นคนที่เชื่อฟังภรรยา ภรรยาว่าอะไร เขาก็ทำตามนั้น
ซูเจียวเจียวตั้งใจจะทำหมูผัดมันฝรั่ง แล้วก็ผัดมะระหนึ่งจาน แล้วให้เซียวหยวนหมิงนึ่งข้าวไปพร้อมกับนึ่งไข่เค็มสามฟองกับไข่อีกหนึ่งฟอง
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^