บทที่ 10 นางจิ้งจอกเก้าหาง!
บทที่ 10 นางจิ้งจอกเก้าหาง!
โจวเม่ยเหงื่อท่วมโซมกาย เธอยืนขึ้นบิดขี้เกียจ เมื่อมั่นใจว่าแม้ซูเจียวเจียวจะตามมาก็ไม่มีทางตามทันแน่ จึงตัดสินใจกลับไปพักใต้ต้นไม้ ดื่มน้ำเสียหน่อย มิเช่นนั้นเธอคงร้อนจนตัวแทบไหม้แน่
แน่นอนว่าพอมาถึงใต้ต้นไม้ เธอก็ยืนนิ่งตะลึงงันไปในทันที
เธอเห็นซูเจียวเจียวพิงต้นไม้นอนหลับอยู่บนกระสอบหนังงู
หน้าผากขาวผ่องของเธอเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ขนตายาวงอนทอดยาวลงมาปิดเปลือกตา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีชมพูเล็กน้อยยื่นออกมาเล็กน้อย ดูเหมือนเธอนอนหลับไม่ค่อยสบายนัก แต่ภาพนี้กลับสร้างแรงกระแทกอย่างใหญ่หลวงให้แก่โจวเม่ย ราวกับได้เห็นเจ้าหญิงตกอับ ราวกับนางฟ้าที่หล่นมาจากสรวงสวรรค์!
ข้างๆ ซูเจียวเจียวคือเซียวหยวนหมิงที่สวมเสื้อกล้ามสีดำ กำลังใช้หมวกฟางพัดให้หล่อนอย่างอ่อนโยน
กล้ามเนื้อแขนของเขาเปลือยเปล่า ขณะที่เขาออกแรง กล้ามเนื้อก็แกร่งแน่น ดูดิบเถื่อนและแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง
แต่เมื่อเขามองซูเจียวเจียว สายตาของเขากลับอ่อนโยนไร้ที่ติ ดวงตาสีดำเต็มไปด้วยความรักใคร่
ทันทีนั้น ความรู้สึกริษยาเจือปนขมขื่นก็แล่นริ้วเข้ามาในใจโจวเม่ย
เธอตรากตรำทำงานในทุ่งข้าวสาลี ไฉนซูเจียวเจียวจึงซ่อนตัวใต้ร่มเงาไม้ เลี่ยงงานการเช่นนี้เล่า! มิหนำซ้ำยังผล็อยหลับไปอย่างสบายใจอีก!
เซียวหยวนหมิงยังกลัวว่าเธอจะร้อน ถึงขั้นนั่งพัดลมให้!
การปฏิบัติเช่นนี้... ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว!
ได้ยินว่าเซียวหยวนหมิงไม่ได้ดีกับซูเจียวเจียวไม่ใช่เหรอ มิฉะนั้นแล้วเขาจะปล่อยให้เธอลงทุ่งได้อย่างไรกัน แต่พอลงทุ่งแล้ว ทำไมกลับไม่ให้เธอลงแรง!
โจวเม่ยคิดไม่ตก สีหน้าของเธอบึ้งตึง แล้วเดินตรงไปยังใต้ต้นไม้ หยิบกระติกน้ำของเธอขึ้นมา พลางจงใจทำให้เกิดเสียงดัง ขณะที่เธอกำลังหยิบกระติกน้ำ กระติกน้ำสีเขียวทหารก็เกิดเสียงกระทบกับต้นไม้ดัง ‘ตึง
ซูเจียวเจียวที่กำลังหลับอยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับมีทีท่าว่าจะตื่น
จากนั้นโจวเม่ยก็เงยหน้าขึ้น และเห็นสายตาที่เย็นชาของเซียวหยวนหมิงที่จ้องมองมา ดวงตาที่เรียวยาวลึกซึ้งคู่นั้นจ้องมองเธออย่างเย็นชาและมืดมิดราวกับหมาป่า จนเธอตกใจมือสั่น กระติกน้ำในมือเกือบจะหล่นลงพื้น
โจวเม่ยหดไหล่เล็กน้อย มองเซียวหยวนหมิงอย่างหวาดระแวง และรีบถอยห่างจากซูเจียวเจียว พลางเปิดกระติกน้ำดื่มน้ำอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
ทว่าในใจของเธอกลับขมขื่น ราวกับมีน้ำส้มที่กำลังเดือดปุดๆ ด้วยความอิจฉาทำไมถึงเป็นแบบนี้เล่า!
ทุกคนล้วนเป็นยุวชนที่ลงพื้นที่มายังชนบท ทำไมซูเจียวเจียวถึงได้นอนหลับสบายอยู่ที่นี่ ในขณะที่เธอต้องทำงานหนักจนแทบตายในทุ่งข้าวสาลีภายใต้แสงแดดที่ร้อนระอุ?
ทันใดนั้น เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ตอนนั้นไม่ได้ ‘ให้ท่า’ เซียวหยวนหมิง เพราะตั้งแต่นี้ซูเจียวเจียวได้ ‘ให้ท่า’ เซียวหยวนหมิงไปแล้ว ในแต่ละวันงานที่เธอทำก็น้อยลงไปมาก ทั้งยังมีเวลามานอนพักผ่อนเช่นนี้อีก...
หึ!
ซูเจียวเจียว นางจิ้งจอกเก้าหาง!
ตอนนี้เป็นเวลาพักผ่อนของทุกคน ผู้คนจำนวนมากต่างทยอยกันกลับมาพักใต้ต้นไม้เพื่อดื่มน้ำ เมื่อเห็นเซียวหยวนหมิงทำงานเสร็จแล้วยังมาพัดให้ซูเจียวเจียว ทุกคนก็เบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ
เซียวหยวนหมิงนี่บ้าไปแล้วหรือ?
ก็แค่แต่งงานกับยุวชนในเมืองเองไม่ใช่หรือไง? ทำไมต้องตามใจขนาดนี้ด้วย?
นี่ไม่ใช่แค่แต่งงานกับภรรยาแล้ว นี่มันเลี้ยงบรรพบุรุษชัดๆ!
ป้าๆ หลายคนพากันกระซิบกับลูกชายของตัวเองว่า “โชคดีที่พวกแกฟังแม่ ไม่ได้แต่งงานกับยุวชนซูคนนี้ ไม่งั้นพวกแกจะต้องทำงานสองเท่าทุกวัน แถมยังต้องปรนนิบัติเธออีก! ผู้หญิงแบบนี้ใช้ไม่ได้!”
“ใช่ๆ! ใครแต่งงานกับผู้หญิงอย่างยุวชนซูคนนี้ ก็เหมือนซวยไปแปดชาติ!”
หนุ่มน้อยหลายคนที่ถูกดึงหูสั่งสอนต่างเบ้ปากอย่างไม่พอใจ แต่ยุวชนซูสวยสุดๆ ไปเลยนี่นา!
แม้กระทั่งตอนนอนหลับเธอก็ยังสวย!
ดูคิ้วเล็กๆ ที่ขมวดเข้าหากันนั่นสิ ยังคงสวยอยู่เลย!
เฮ้อ พวกเราอยากเลี้ยงก็ไม่มีโอกาสนี่นา เพราะยุวชนซูไม่ชอบพวกเรา!
เซียวหยวนหมิงได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว พลางเงยหน้ามองเหล่าป้าๆ ที่กำลังพูดอยู่ด้วยสายตาเย็นชา ทันใดนั้นทุกคนก็เงียบเสียงลง
ซูเจียวเจียวลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย โดยไม่ทันตั้งตัวก็เห็นผู้คนบางส่วนนั่งบางส่วนยืนอยู่รอบๆ ตัวเธอ เธอตกใจเล็กน้อย เธอเห็นทุกคนถือกระติกน้ำ จึงเข้าใจว่าทุกคนกำลังมาพักใต้ต้นไม้
เพราะคนเราไม่ใช่เหล็ก จะให้ยืนตากแดดแรงๆ ตลอดก็ไม่ไหว ยังไงก็ต้องพักผ่อน ดื่มน้ำเติมความชุ่มชื้น มิเช่นนั้นอาจเป็นลมแดดได้
เธอเห็นเซียวหยวนหมิงอยู่ข้างๆ ดวงตาของเธอก็พลันเป็นประกาย หล่อนรีบหยิบกระติกน้ำที่วางอยู่ข้างๆ บิดฝาออก และยื่นให้เขาอย่างกระตือรือร้น
ดวงตาของเซียวหยวนหมิงอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย เขาวางหมวกฟางในมือลง รับกระติกน้ำมาดื่ม ‘อึกๆ’ หลังจากดื่มเสร็จ เขาก็เพิ่งรู้ว่านี่ไม่ใช่กระติกน้ำของเขา แต่เป็นกระติกน้ำของเจียวเจียว
เขาหยิบผิดไปเสียแล้ว
ทันใดนั้น เซียวหยวนหมิงก็มองเธออย่างประหม่า เขาดื่มน้ำจากกระติกน้ำของเธอ เธอจะโกรธไหมนะ?
ทว่าซูเจียวเจียวเพียงยกยิ้มเล็กน้อย แล้วเอ่ยว่า “เมื่อกี้ฉันหยิบมายังไม่ทันได้ดูว่าไม่ใช่ของคุณ คุณคงไม่ถือสาอะไรนะคะ?”
เซียวหยวนหมิงเห็นเธอไม่โกรธ ก็พลันระงับความสงสัยในใจไว้ พลางส่งเสียง ‘อืม’ แผ่วเบา เขาบิดฝากระติกน้ำคืนแล้ววางกลับไปที่เดิม
ซูเจียวเจียวมองหมวกฟางที่วางอยู่ข้างเท้าของเขา ก็เข้าใจเล็กน้อยว่าทำไมเมื่อกี้ในความฝันถึงรู้สึกเย็นสบายขึ้นมา เพราะเขากำลังพัดให้เธอนี่เอง!
ตาผู้ชายซื่อบื้อคนนี้!
ตัวเองทำงานจนเหงื่อท่วมตัวแล้ว ยังอุตส่าห์เป็นห่วงเธออีก!
เมื่อมองเซียวหยวนหมิงที่เหงื่อไหลไคลย้อย ซูเจียวเจียวก็หยิบหมวกฟางขึ้นมาพัดให้เขาบ้าง
ลมเย็นสบายพัดมาปะทะหน้า พัดพาความร้อนอบอ้าวออกไปบ้าง
เซียวหยวนหมิงถึงกับชะงักไป พลันบังเกิดความกระอักกระอ่วนใจ “ให้ผมทำเองเถอะนะ...”
เขายื่นมือออกไปหวังจะรับหมวกฟางจากมือของซูเจียวเจียว แต่ซูเจียวเจียวก็หลบเลี่ยงไป
ซูเจียวเจียวหัวเราะ “คุณทำงานหนักแล้ว ให้ฉันทำเถอะค่ะ”
เธอเอ่ยพลางก็พัดให้แรงขึ้นกว่าเดิม
ใบหน้าของเซียวหยวนหมิงขึ้นสีแดงเรื่อ แต่เดิมผิวของเขาออกสีคล้ำอยู่แล้ว และเพราะความร้อนอบอ้าวในขณะนี้ จึงแทบมองไม่ออกว่าใบหน้าเขาแดงก่ำ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับการดูแลเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย
ความรู้สึกนี้แปลกประหลาดนัก แต่ก็ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
เมื่อได้เห็นภาพการหยอกล้อของทั้งสอง เหล่าบุรุษจึงหันขวับไปยังภรรยาของตนเอง เปรียบเทียบภรรยาของผู้อื่นกับภรรยาของตน เทียบกันไม่ได้เลยจริงๆ!
ผู้หญิงเหล่านั้นรู้สึกถึงความไม่พอใจของสามีตนเอง ก็พ่นลมหายใจดูถูก “เซียวหยวนหมิงทำงานได้สิบแต้มคะแนนงานทุกวัน แถมยังทำงานในส่วนของซูเจียวเจียวให้ด้วย ถ้าคุณเก่งเหมือนเขา ช่วยฉันทำงานทุกวัน ฉันจะตามพัดลมเย็นๆ ให้คุณตลอดเวลาเลย”
ทันใดนั้นชายหนุ่มก็เงียบไป เขาเบ้ริมฝีปากอย่างไม่สบอารมณ์ เฮ้อ ช่างเถอะ ถือเสียว่าไม่ได้กล่าวอะไรก็แล้วกัน
เซียวหยวนหมิงพักครู่หนึ่งก็กลับไปทำงานในทุ่งข้าวสาลีต่อ คิดในใจว่าต้องเกี่ยวข้าวให้เร็วกว่านี้ จะได้เกี่ยวเสร็จเร็วๆ และจะได้รีบกลับบ้าน
ทุกคนต่างก็กลับไปที่ทุ่งข้าวสาลีของตนเอง
โจวเม่ยโกรธจนบีบกระติกน้ำในมือแน่น ดวงตาของเธอมืดครึ้มลง เธอวางกระติกน้ำลงอย่างหัวเสีย แล้วหันหลังเดินไปยังทุ่งข้าวสาลี
จ้าวอวี้เฟินที่เดินไปด้วยกันพูดว่า “ดูเหมือนความสัมพันธ์ของเซียวหยวนหมิงกับยุวชนซูจะดีทีเดียว”
โจวเม่ยหัวเราะเยาะอย่างเหน็บแนม “ก็แค่คนอู้งานไม่ใช่หรือ? บางคนมาตั้งนานแล้ว แต่กลับไม่ได้ทำงานเลย คนแบบนี้ต่างอะไรกับคนไร้ประโยชน์เล่า?”
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^