LNCrawler

บทที่ 110 กินบุญเก่าอย่างผ่าเผย [4]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 110 กินบุญเก่าอย่างผ่าเผย [4]

        “เจียวเจียว นี่เธอรวยแล้วเหรอ!” จ้าวอวี้เฟินอุทานด้วยความตกใจ

       ไม่อย่างนั้นจะเอาเกี๊ยวมาให้ตั้งสี่ชามได้อย่างไร!

       แล้วกลิ่นหอมช่าง…

       เย้ายวนใจนัก!

       เกือบเดือนแล้วที่ไม่ได้กินเนื้อ ทำเอาเธอแทบจะหิวตายอยู่แล้ว!

       ครั้งสุดท้ายที่ได้กินเนื้อ ก็ตอนที่เว่ยหงปิงผัดพริกใส่เนื้อหมูแล้วแบ่งให้เธอนิดหน่อย

       หลังจากนั้น เธอก็เอาไข่ไก่ไปคืนเขาเป็นการตอบแทนบุญคุณ

       เนื้อนี่มันหายากจริงๆ นะ!

       แถมไม่มีบัตรแลกเนื้อด้วย!

       จ้าวอวี้เฟินรู้สึกว่าน้ำลายตัวเองแทบจะไหลไม่หยุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากทำงานมาทั้งเช้า ตอนนี้เธอหิวจนท้องร้องโครกคราก

       แล้วจู่ๆ ก็เห็นเกี๊ยวเนื้อชามใหญ่ขนาดนี้ เธอแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว!

       ใครจะทนไหวกัน!

       ยิ่งเห็นก็ยิ่งหิว!

       ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ฉันรับเงินเดือนได้เดือนละสามสิบเก้าหยวน แล้วยังมีเงินอีกยี่สิบหยวนที่พ่อแม่ส่งมาจากตัวเมืองมณฑลด้วยค่ะ ก็เลยพอจะเรียกว่ามีเงินเหลืออยู่บ้าง”

       คำพูดของซูเจียวเจียวเรียกสายตาอิจฉาจากหลายคู่ทันที

       นี่มันรวยแล้วจริงๆ!

       รวมแล้วเดือนละห้าสิบเก้าหยวนเลยนะ!

       ปีหนึ่งก็เจ็ดร้อยกว่าหยวน!

       สิบปีก็เจ็ดพันกว่าหยวน!

       จะกลายเป็นคนมีเงินเป็นหมื่นหยวนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย!

       ยุวชนที่บ้านพักยุวชน และชาวบ้านที่เดินผ่านมา ต่างก็อิจฉาจนตาแดงก่ำ

       ซูเจียวเจียวไม่เพียงแต่สวยที่สุดเท่านั้น แต่ยังหาเงินเก่งอีกด้วย นี่มันต้นไม้เงินต้นไม้ทองชัดๆ!

       ใครได้ซูเจียวเจียวเป็นภรรยาละก็ คนคนนั้นก็ไม่ต้องลงไปทำงานในไร่นาตลอดชีวิตแล้ว!

       โชคของเซียวหยวนหมิงนี่มันดีเกินไปแล้วจริงๆ!

       จากนั้น ทุกคนก็มองเซียวหยวนหมิงด้วยสายตาอิจฉาริษยา

       ไม่แปลกใจเลยที่บ้านของเซียวหยวนหมิงมีกลิ่นเนื้อหอมฟุ้งออกมาทุกสองสามวัน นี่มันกำลังกินบุญเก่าของภรรยาอย่างผ่าเผยเลยนี่นา!

       จ้าวอวี้เฟินเองก็มีแววตาอิจฉา แต่ไม่มีความริษยา “เธอพูดแบบนี้อาจจะทำให้คนอื่นหมั่นไส้ได้นะ”

       ซูเจียวเจียวตั้งใจพูดแบบนี้อยู่แล้ว เพราะเดี๋ยวอาหมิงจะต้องไปซื้ออิฐและปูนซีเมนต์ คนอื่นก็จะรู้เรื่องนี้ และจะได้อธิบายเรื่องบัตรอุตสาหกรรมได้ง่ายขึ้น

       โจวเม่ยยืนอยู่หน้าประตูบ้านพัก จ้องมองซูเจียวเจียวด้วยความไม่พอใจสุดขีด น่าเสียดายที่ปีที่แล้วตอนที่เธอไปส่งจดหมายที่เมือง ซูเจียวเจียวจับได้ ไม่อย่างนั้นเงินยี่สิบหยวนของซูเจียวเจียวก็คงจะหายไปแล้ว ป่านนี้จะมีหน้ามาโอ้อวดเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?

       ซูเจียวเจียวหยิบเกี๊ยวชามหนึ่งยื่นให้จ้าวอวี้เฟิน

       จ้าวอวี้เฟินตกใจ “นี่ให้ฉันเหรอคะ?”

       ซูเจียวเจียวกล่าว “คราวที่แล้วตอนเกิดเหตุดินถล่ม คุณก็ช่วยไว้เยอะมาก ฉันก็เลยเอาเกี๊ยวมาให้เป็นการตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ อย่ารังเกียจว่าน้อยเลยนะคะ”

       “จะรังเกียจได้ยังไง! ฉันมีแต่จะรู้สึกว่ามันเยอะต่างหาก! ชามใหญ่ขนาดนี้!” จ้าวอวี้เฟินรับชามไปอย่างมีความสุข “งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ!”

       ซูเจียวเจียวให้เซียวหยวนหมิงนำเกี๊ยวที่เหลืออีกสามชามไปให้ฮั่วเจี้ยนจงและเว่ยหงปิง ส่วนชามสุดท้ายให้เยว่เผิงไห่

       เซียวหยวนหมิงหยิบเกี๊ยวชามหนึ่งยื่นให้ฮั่วเจี้ยนจง “สำหรับยุวชนฮั่วครับ”

       “ขอบคุณครับ” ฮั่วเจี้ยนจงมองเกี๊ยวที่อัดแน่นเต็มที่ก็กลืนน้ำลายเอื๊อก ก่อนจะยื่นมือไปรับอย่างไม่เกรงใจ แล้วเขาก็แปลกใจเมื่อพบว่ามันหยิบไม่ขึ้น

       นั่นก็เพราะว่า เซียวหยวนหมิงยังไม่ปล่อยมือ!

       “สหายเซียวหยวนหมิง”

       เขาเอ่ยเรียกเสียงเบา

       เซียวหยวนหมิงจ้องมองเขาตรงๆ “บุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้ ผมจำได้ครับ และผมจะตอบแทนคุณในภายหลัง แต่ตอนนี้เจียวเจียวเป็นภรรยาของผม”

       ฮั่วเจี้ยนจงเผยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะยิ้มหรือไม่ยิ้ม “เซียวหยวนหมิง ผู้ชายที่ฉลาดไม่ได้คิดจะผูกมัดผู้หญิงของตัวเอง แต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองเก่งขึ้น แล้วยืนเคียงข้างเธอ ปกป้องเธอ เป็นที่พึ่งให้เธอ การที่คุณมาคุยกับผมแบบนี้ แสดงว่าคุณรู้สึกไม่มั่นใจ เพราะคุณไม่แน่ใจว่าคุณจะสามารถให้ความสุขแก่เธอได้ในอนาคต”

       แววตาของเซียวหยวนหมิงพลันกลายเป็นมืดครึ้ม

       ฮั่วเจี้ยนจงพูดต่อ “ซูเจียวเจียวทั้งสวยและฉลาด แถมยังมีฐานะทางบ้านที่ดี คุณคิดว่าเธอจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน? ถ้าหากวันหนึ่งเธอจะกลับเมือง คุณจะทำอย่างไร? ถ้าคุณยังอยู่ที่นี่ต่อไป ทั้งสองคนก็ยากที่จะอยู่ด้วยกันได้ ในที่สุดก็ต้องแยกทางกัน”

       “แต่ถ้าคุณตามเธอไปในเมือง คุณจะใช้ชีวิตในเมืองได้หรือไม่? คุณจะให้บ้านที่มั่นคงและมีความสุขแก่เธอได้ไหม? คุณจะเลี้ยงดูเธอได้ไหม? คำพูดของเธอ คุณจะเข้าใจไหม? เรื่องเหล่านี้คุณเคยคิดบ้างไหม?”

       คำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สมองของเซียวหยวนหมิงรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดสะบั้นลง

       คำพูดของฮั่วเจี้ยนจง ก้องกังวานในสมองของเขาอย่างชัดเจนทุกคำ

       ใช่แล้ว!

       เขาจะรั้งเจียวเจียวไว้ได้แค่ชั่วคราว แล้วจะรั้งเธอไว้ได้ตลอดไปได้อย่างไร?

       แม้จะรั้งเจียวเจียวไว้ได้ แล้วจะให้ชีวิตที่มีความสุขแก่เธอได้อย่างไร?

       จะให้เธออยู่กับเขาที่นี่ไปตลอดชีวิตหรือ?

       ตัวเมืองมณฑลคือบ้านของเธอ!

       จู่ๆ เขาก็นึกถึงปัญหาสำคัญ

       ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ เจียวเจียวมักจะจ้องมองเขาอ่านหนังสือ ให้เขาทำแบบฝึกหัดและเขียนเรียงความอยู่เสมอ หรือว่าเธอเตรียมตัวที่จะกลับไป?

       เจียวเจียวรู้มานานแล้วว่า สักวันหนึ่งเธอต้องกลับเมือง เพื่อให้เขาสามารถก้าวตามเธอได้ เธอจึงให้เขาอ่านหนังสือมาตลอด…

       ดังนั้น เจียวเจียวตั้งใจจะพาเขากลับเมืองด้วย!

       เจียวเจียวไม่เคยคิดจะทิ้งเขาเลยสักนิด!

       เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซียวหยวนหมิงก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย หลายครั้งที่ตื่นขึ้นกลางดึก เขามักจะกลัวว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝันที่สวยงาม เขามักจะกลัวว่าเจียวเจียวจะจากไป จะกลับไปที่ตัวเมืองมณฑล…

       ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถทำให้เจียวเจียวผิดหวังได้!

       ในขณะที่เซียวหยวนหมิงกำลังครุ่นคิด ฮั่วเจี้ยนจงก็จ้องมองเขาโดยไม่พูดอะไร หวังว่าเขาจะเข้าใจ

       แล้วฮั่วเจี้ยนจงก็หยิบเกี๊ยวจากมือเซียวหยวนหมิงไปกินทันที

       อืม รสชาติอร่อยจริงๆ!

       มีทั้งไส้กะหล่ำปลีหมู และไส้กุยช่ายไข่

       อร่อยไม่แพ้ร้านอาหารรัฐสวัสดิการเลย!

       วันนี้มีบุญปากจริงๆ!

       อืม แต่เกี๊ยวนี่ห่อได้หน้าขี้เหร่พิลึก!

       เมื่อเซียวหยวนหมิงคิดออก เขาก็พบว่าฮั่วเจี้ยนจงกินเกี๊ยวไปครึ่งชามแล้ว

       แววตาของเซียวหยวนหมิงมืดลงเล็กน้อย เขายกศีรษะขึ้นจ้องมองฮั่วเจี้ยนจงแล้วกล่าวว่า “คำเตือนของคุณ ผมจำไว้แล้วครับ”

       หลังจากซูเจียวเจียวส่งเกี๊ยวให้เว่ยหงปิงเสร็จ เธอก็เห็นเซียวหยวนหมิงกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับฮั่วเจี้ยนจง เธอเดินเข้าไปหา “อาหมิง พวกคุณคุยอะไรกันหรือคะ?”

       เซียวหยวนหมิงได้สติกลับคืนมา มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน “เขาบอกว่าเกี๊ยวที่คุณห่ออร่อยมาก”

       ฮั่วเจี้ยนจงทานไปก็พร่ำชมไม่หยุดปาก “อร่อยมาก! รสชาติสุดยอดจริงๆ! เปิดร้านได้เลย! แต่เกี๊ยวห่อได้ขี้เหร่ไปหน่อย ถ้าอยากเปิดร้านละก็ คงต้องฝึกห่อเกี๊ยวให้เก่งกว่านี้”

       ซูเจียวเจียวอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “เกี๊ยวชามนี้เป็นของอาหมิงที่ห่อเองค่ะ จะเห็นได้ว่าอาหมิงใส่ใจคุณมากเลยนะคะ”

       ฮั่วเจี้ยนจง "…"

       เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าเซียวหยวนหมิงจงใจหรือเปล่า

       ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงกำลังมองหาเยว่เผิงไห่

       แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ

       “เจียวเจียว เธอคงลืมไปแล้วมั้ง? เยว่เผิงไห่กับจางหงอวี้แต่งงานกันแล้ว ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่บ้านพักยุวชนแล้วนะ” จ้าวอวี้เฟินเตือน


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^