LNCrawler

บทที่ 112 กินบุญเก่าอย่างผ่าเผย [6]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 112 กินบุญเก่าอย่างผ่าเผย [6]

        แม้แต่หัวหน้ากองผลิตหลี่เกินเซิงและเลขาธิการเจียง ทั้งสองครอบครัวก็เพียงแค่มีบ้านที่ใหญ่และแข็งแรงกว่าปกติเล็กน้อย มีเรือนสี่ประสานขนาดใหญ่สี่หลัง สร้างด้วยอิฐดิน แต่ก็ยังดีกว่าบ้านไม้หรือบ้านโคลนมากมายนัก

       แต่ก็ไม่มีใครสร้างบ้านด้วยอิฐปูนซีเมนต์เลย!

       บ้านช่างจางในหมู่บ้านก็ไม่ได้สร้างด้วยอิฐบล็อก แต่บ้านสร้างได้แข็งแรงมาก มีเครื่องเรือนในบ้านมากมาย ก็ถือว่าเป็นครอบครัวที่ฐานะดีมากแล้ว

       “เซียวหยวนหมิง นายเอาอิฐปูนซีเมนต์มามากมายขนาดนี้... จะสร้างบ้านเหรอ?”

       จู่ๆ หน้าบ้านเซียวหยวนหมิงก็เต็มไปด้วยชาวบ้าน ทุกคนต่างมุงดูเข้าไปในลานบ้าน

       เซียวหยวนหมิงตอบว่า “เปล่าหรอกครับ แค่ตั้งใจจะปูซีเมนต์ในลานบ้านและห้องครัวเท่านั้น”

       เขาพลางสั่งคนให้นำทราย ปูนซีเมนต์ และอิฐไปวางไว้ที่มุมลานบ้าน จะได้ไม่เกะกะ

       มีคนอิจฉาจึงเอ่ยปากถามว่า “ซื้ออิฐแดง ปูนซีเมนต์ และทรายมามากมายขนาดนี้ ต้องใช้บัตรอุตสาหกรรมเยอะเลยนะสิ นายมีบัตรเยอะขนาดนั้นเชียวเหรอ?”

       คนที่ถามไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นเฉินซิ่วฮวานั่นเอง

       แม้คนอื่นจะไม่ได้ถาม แต่สายตาที่จ้องมองมาก็บ่งบอกถึงความคิดในใจของพวกเขาได้อย่างชัดเจน

       ดูสิ ปูนซีเมนต์หลายสิบถุงที่กองอยู่ตรงมุม ทรายกองใหญ่ และอิฐแดงที่วางเรียงกันเป็นตั้งๆ มีใครบ้างที่จะไม่อิจฉาตาร้อน?

       อิฐเหล่านี้เป็นอิฐแดงที่เพิ่งผลิตใหม่ๆ ได้ยินมาว่าเมืองใหญ่ๆ ในตอนนี้ก็ใช้ก้อนอิฐแดงแบบนี้สร้างบ้านกันแล้ว!

       เซียวหยวนหมิงตอบอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า “ผมไม่มีบัตรหรอกครับ”

       เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีว่ามีลับลมคมใน!

       ไม่มีบัตรก็กล้าซื้อของพวกนี้!

       ต้องเป็นของที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้องแน่นอน!

       พวกเขาจะต้องไปแจ้งความ!

       ในชั่วพริบตา เสียงของเซียวหยวนหมิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง “แต่ภรรยาของผมมีบัตรนี่ครับ!”

       น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นเจือด้วยความภาคภูมิใจอย่างชัดเจน

       ทุกคนได้ยินแล้วต่างก็อารมณ์เสีย

       ให้ตายสิ!

       เซียวหยวนหมิงพึ่งใบบุญของเมียได้อย่างผ่าเผยขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย!

       แต่เซียวหยวนหมิงคนนี้ก็โชคดีจริงๆ เขาไม่ได้แต่งงานกับภรรยา แต่ได้แต่งงานกับต้นไม้เงินต้นทองกลับบ้านมาต่างหากเล่า!

       เซียวหยวนหมิงเดิมทีเป็นคนที่ยากจนข้นแค้นที่สุดในกองผลิตฉางซิง แต่ตอนนี้กลับพลิกผันกลายเป็นคนรวยที่สุดในหมู่บ้านไปแล้ว ทำให้ทุกคนอิจฉาจนน้ำลายไหลไปตามๆ กัน!

       เฉินซิ่วฮวาอิจฉาจนใบหน้าบิดเบี้ยว นึกถึงลูกสะใภ้ของตนที่เอาแต่กิน แถมยังคิดจะเอาของกลับไปให้บ้านพ่อแม่ตัวเองอีก ยิ่งทำให้เธออารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก

       เธอถอนหายใจอย่างเย้ยหยัน “แค่กินใบบุญของเมีย ยังกล้าเชิดหน้าชูตาอีก!”

       เซียวหยวนหมิงที่กำลังจะออกไปขนของ ได้ยินคำพูดของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะตอบกลับไปว่า “แต่ใบบุญพวกนี้ไม่ใช่ใครก็กินได้หรอกครับ อย่างน้อยก็คุณคนหนึ่งแหละที่ไม่มีวาสนา”

       “แกมันหน้าไม่อาย ผู้ชายตัวโตๆ จะเกาะเมียกินอย่างผึ่งผายแบบนี้ได้ยังไง!” เฉินซิ่วฮวาโกรธจนตะโกนเสียงดัง ลืมตัวไปเลย

       ในชั่วขณะนั้น สายตาที่ทุกคนมองเซียวหยวนหมิงต่างก็แฝงไปด้วยความขบขันบ้าง อิจฉาบ้าง สารพัดอารมณ์

       “อาหมิงเป็นสามีของฉัน ฉันเต็มใจจะเลี้ยงดูเขา เต็มใจจะใช้เงินเพื่อเขา แล้วมีปัญหาตรงไหนคะ? มันไปหนักหัวคุณ เดือดร้อนอะไรคุณคะ?” ซูเจียวเจียวเดินออกมาจากลานบ้าน ได้ยินคำพูดของเฉินซิ่วฮวา ก็โต้กลับไปอย่างไม่เกรงใจ

       “อาหมิงของฉันเป็นมือหนึ่งเรื่องการทำงานในกองผลิตฉางซิงเลยนะคะ งานสกปรกงานหนักอะไรก็เขาคนเดียวทั้งนั้น เมื่อก่อนตอนที่ฉันยังไม่ได้เป็นช่างตัดเสื้อ อาหมิงก็เลี้ยงดูฉันมา ไม่เคยปล่อยให้ฉันลำบากเลยสักนิด เขาทำงานสิบสองถึงสิบสามแต้มคะแนนงานทุกวัน”

       “ตอนนี้ฉันหาเงินได้แล้ว ก็สามารถแบ่งเบาภาระครอบครัวให้เขาได้ ฉันมีความสุขมากและเต็มใจที่จะทำมัน หากคุณอิจฉาตาร้อนนักละก็ ก็กลับไปทำให้สามีและลูกชายของป้าขยันขันแข็งขึ้นบ้างสิคะ เผื่อวันไหนจะเกาะในบ้านกินได้บ้าง แต่ดูสภาพคุณแล้ว ชาตินี้คงยากค่ะ”

       สุดท้ายสายตาที่ซูเจียวเจียวมองเฉินซิ่วฮวาด้วยความดูถูกและสมเพช ทำให้เฉินซิ่วฮวาทั้งอับอายและโมโห “หล่อนมันคนปากสุนัข! คนใจดำ! หล่อนแช่งฉันให้ไม่มีชีวิตที่ดีใช่ไหม?”

       ซูเจียวเจียวแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ฉันก็แค่พูดจาเสียดสีกับพวกไร้คุณธรรมเท่านั้นเองค่ะ”

       ป้าหวังและป้าลู่ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้เคียงก็วิ่งออกมาดูความวุ่นวาย เมื่อได้ยินบทสนทนานี้ ต่างก็พากันช่วยซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงพูด

       ป้าหวังกล่าวว่า “เฉินซิ่วฮวา หล่อนนี่มันเห็นแก่ตัวจริงๆ เลยนะ ใครจะเกาะใครกินก็แล้วอย่างไร เขาไม่ได้กินข้าวสารบ้านหล่อนสักหน่อย จะไปสาระแนเรื่องของคนอื่นทำไมนักหนา!”

       ป้าลู่เสริมว่า “เซียวหยวนหมิงเก่งกว่าลูกชายบ้านหล่อนตั้งเยอะ เขาเคยล่าหมูป่าได้สองตัว แถมยังเข้าป่าล่าไก่ป่ากระต่ายป่ากลับมาให้ครอบครัวได้กินอยู่บ่อยๆ ส่วนลูกชายบ้านหล่อนน่ะล่าอะไรได้บ้าง? ทำตัวเลียนแบบเซียวหยวนหมิงเข้าป่าไป สุดท้ายแม้แต่เงากระต่ายก็ยังไม่เห็นเลย”

       “จริงด้วยๆ เซียวหยวนหมิงทำงานได้วันละสิบสองสิบสามแต้มคะแนนงาน แต่ลูกชายของแหล้อนทำงานได้วันละเจ็ดแต้มแปดแต้มก็มากที่สุดแล้ว”

       “คนเราน่ะมีความถนัดต่างกัน เซียวหยวนหมิงเป็นคนทำงานเก่งเรื่องงานบ้านงานนอก ส่วนซูเจียวเจียวเป็นยุวชน เป็นคนมีความรู้ มีฝีมือ นี่แหละที่เรียกว่าการเติมเต็มซึ่งกันและกัน”

       ป้าลู่และป้าหวังต่างก็ช่วยกันพูด ทำให้เฉินซิ่วฮวาโกรธจนอกแทบแตก ใบหน้าบิดเบี้ยวไปหมด

       ซูเจียวเจียวหันไปพูดกับทั้งสองคนว่า “ป้าหวัง ป้าลู่คะ ที่บ้านฉันจะปูซีเมนต์สองวันนี้ ถ้าป้าๆ ว่าง ก็ช่วยมาเป็นลูกมือที่บ้านฉันหน่อยนะคะ ค่าแรงวันละหกเหมา รวมอาหารกลางวันและอาหารเย็นด้วย ป้าๆ ว่าไงบ้างคะ?”

       ป้าลู่และป้าหวังได้ยินแล้วก็ตาโต ค่าแรงวันละหกเหมา แถมยังรวมอาหารสองมื้ออีก! นี่มันคุ้มเกินคุ้มไปแล้ว!

       แต่ทั้งสองคนก็ไม่ใช่คนหน้าเงิน

       ป้าหวังกล่าวว่า “ช่วยเป็นลูกมือให้พวกเธอไม่มีปัญหาหรอก พอดีช่วงนี้งานหลายอย่างก็ทำเสร็จแล้ว เราเป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่ต้องจ่ายค่าแรงหรอกนะ แค่รวมอาหารก็พอแล้ว”

       “ใช่แล้วๆ รวมอาหารก็พอ ไม่ต้องให้เงินหรอกนะ” ป้าลู่ก็กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

       ปกติยุวชนซูก็ไม่ใช่คนขี้เหนียว มีของดีของอร่อยอะไรก็จะแบ่งให้บ้านพวกเขาเสมอ ช่วยทำงานแค่นี้จะเป็นอะไรไป?

       เมื่อคืนยุวชนซูก็เพิ่งจะทำเกี๊ยวชามใหญ่มาให้เลย!

       ข้างในมีไส้หมูผักกาดขาวและไข่กุยช่าย อัดแน่นเต็มคำ

       เกี๊ยวชามใหญ่ขนาดนี้ ที่ร้านอาหารรัฐสวัสดิการอย่างน้อยก็ต้องขายเจ็ดเหมาเลยนะ!

       เฉินซิ่วฮวาที่กำลังจะเดินจากไป ได้ยินซูเจียวเจียวจะจ้างลูกมือ แถมยังให้ค่าแรงและรวมอาหารสองมื้อ ก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ถ้ารู้แบบนี้เมื่อกี้จะไม่เถียงกับเซียวหยวนหมิงสองสามคำนั้นเลย ไม่อย่างนั้นก็จะได้ช่วยเป็นลูกมือ แถมยังได้เงินหกเหมา และได้กินข้าวอีกสองมื้อ!

       เธอได้ยินมาว่าบ้านซูเจียวเจียวจะกินข้าวขาวทุกวัน แถมยังกินเนื้อทุกสามวันสองวัน และกินไข่บ่อยๆ บางครั้งเซียวหยวนหมิงก็ยังล่าสัตว์ป่ามาได้อีกด้วย อาหารการกินดีกว่าที่อื่นกินตอนตรุษจีนเสียอีก!

       ถ้าจ้างคนมาทำงาน อาหารการกินคงไม่แย่หรอกกระมัง?

       ตอนนี้เฉินซิ่วฮวาเสียใจจนไส้บิดหน้าเขียว เธออยากจะถามซูเจียวเจียวว่ายังต้องการคนอีกไหม แต่ก็พูดไม่ออก มีคนมากมายมองอยู่แบบนี้ จะไม่โดนหัวเราะเยาะตายหรอกเหรอ!

       แต่เธออิจฉาจนตาร้อนจริงๆ

       ป้าหวังเหมือนจะมองออกความคิดของเฉินซิ่วฮวา ก็อดหัวเราะไม่ได้ “เฉินซิ่วฮวา หล่อนยืนมองอะไรอยู่ตรงนั้น? หรือหล่อนก็อยากมาเป็นลูกมือเหมือนกัน?”


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^