LNCrawler

บทที่ 113 กินบุญเก่าอย่างผ่าเผย [7]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 113 กินบุญเก่าอย่างผ่าเผย [7]

        เฉินซิ่วฮวากำลังจะพยักหน้าพลางตอบรับ “ก็ใช่น่ะสิ”

       แต่แล้วก็มีเสียงหัวเราะคิกคักของป้าลู่ดังขึ้น “หวังเหวินเม่ย เธออย่าพูดอย่างนั้นสิ เฉินซิ่วฮวาจะมาดูถูกค่าแรงแค่นิดหน่อยแบบนี้ได้ยังไง เธอไม่ได้ยินที่หล่อนเย้ยหยันเซียวหยวนหมิงเมื่อกี้เหรอ! หล่อนเป็นคนมีศักดิ์ศรี ไม่เห็นค่าสิ่งเหล่านี้หรอก”

       ป้าหวังถอนหายใจ “จริงด้วยสิ ฉันลืมไปเลย หล่อนมองไม่เห็นค่า หล่อนสูงส่ง หล่อนมีเงิน”

       เฉินซิ่วฮวาถึงกับ...

       เมื่อเห็นทั้งสองคนประสานเสียงเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนั้น เฉินซิ่วฮวาก็โกรธแทบตาย

       เธอมองป้าหวังกับป้าลู่อย่างเจ็บแค้น ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

       ป้าหวังกับป้าลู่มองหน้ากันแล้วยิ้ม

       ซูเจียวเจียวอดขำไม่ได้ ป้าหวังกับป้าลู่ฝีปากกล้าไม่เบาเลย

       นอกจากป้าหวังกับป้าลู่แล้ว เซียวหยวนหมิงยังจ้างช่างก่ออิฐสองคน บวกกับตัวเขาเอง รวมเป็นห้าคน การเทพื้นปูน สร้างห้องอาบน้ำ และห้องส้วม ก็เพียงพอแล้ว

       นอกจากนี้ เซียวหยวนซินกับซูเจียวเจียวยังสามารถช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ และทำอาหารให้ทุกคนได้อีกด้วย

       เป็นไปตามแผนทุกอย่าง

       เมื่อเข้าไปในครัว ซูเจียวเจียวก็พบว่ามีถุงกระสอบหนังงูวางอยู่บนพื้นครัว ภายในบรรจุผักเต็มถุง ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู ไข่ไก่ ปลาตัวใหญ่สองตัว ที่เหลือก็เป็นผักสารพัดชนิด

       ซูเจียวเจียวคิดว่าผักอาจจะไม่พอสำหรับเลี้ยงคนงาน แต่ไม่คิดว่าอาหมิงจะซื้อกลับมาให้ครบถ้วน

       “อาหมิง คุณนี่ละเอียดรอบคอบจริงๆ เรื่องที่ฉันไม่ทันคิด คุณก็คิดถึงแล้ว”

       ซูเจียวเจียวหันกลับไปยิ้มหวานให้ชายหนุ่มด้านหลัง และเอ่ยชมอย่างไม่ขาดปาก

       เซียวหยวนหมิงหัวเราะพลางตอบ “ผมแค่นึกขึ้นได้ก็เลยถือโอกาสซื้อกลับมาสักหน่อย ถึงจะไม่เชิญคนงาน พวกเราก็กินเองได้อยู่แล้ว”

       เขาเดินเข้ามาโอบเอวซูเจียวเจียวพลางกล่าว “ภรรยาของผมคนนี้แหละฉลาด จะตัดเสื้อผ้าก็ทำได้ จะออกแบบบ้านก็ทำได้ แถมยังเป็นครูได้อีก”

       นี่ไม่ใช่แค่เรื่องนั้น ภายใต้การชี้แนะของเจียวเจียว ความรู้ของเขาก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

       แต่ก็ยังไม่พอ

       เจียวเจียวเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ส่วนเขาเรียนจบแค่ชั้นมัธยมต้น

       หากต้องการไปถึงระดับความรู้ของเจียวเจียวละก็ เขาต้องตั้งใจเรียนให้หนักขึ้น เพราะในขณะที่เขากำลังเรียน เจียวเจียวก็กำลังอ่านหนังสือและเรียนรู้ตลอดเวลา เขาจะต้องไม่ถูกเจียวเจียวทิ้งห่างมากเกินไป...

       ซูเจียวเจียวหันกลับมา ใช้สองมือประคองใบหน้าของเขาแล้วจุมพิตลงบนริมฝีปากเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม “อาหมิงของฉันก็ฉลาดเหมือนกัน จะประยุกต์ใช้สิ่งต่างๆ ก็ทำได้ เรื่องหลายเรื่องก็เรียนรู้ได้เองโดยไม่มีครู แถมยังทำงานเก่งและยังรักภรรยาอีกด้วย”

       “คุณเป็นภรรยาของผม ผมก็ต้องรักคุณเป็นธรรมดา ผู้ชายที่ไม่รักภรรยาไม่ใช่ผู้ชายที่ดีหรอกนะ”

       การที่ภรรยาของตนเองชื่นชมและยอมรับ เป็นเรื่องที่ทำให้มีความสุขอย่างยิ่ง

       ทั้งสองคนตัวติดกันอยู่ในครัว เซียวหยวนซินที่เพิ่งจะเดินเข้ามาเห็นเข้าก็นึกอยากจะถอยออกไป แต่ก็ถอยไม่ได้แล้ว เพราะซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงเห็นเธอแล้ว

       ซูเจียวเจียวรีบดิ้นออกจากอ้อมกอดของเซียวหยวนหมิง

       เซียวหยวนซินหัวเราะ “พวกเธอสองคนอยู่ด้วยกันทุกวันยังไม่เบื่ออีกเหรอ”

       เสียงเล็กๆ ใสซื่อของหลิวหยวนหยวนดังขึ้นทันที "แม่จ๋า น้าชายกับน้าสะใภ้เขารักกันไม่มีเบื่อหรอก หนูชอบมองเวลาน้าชายกับน้าสะใภ้อยู่ด้วยกันนะคะ"

       ซูเจียวเจียวอดหัวเราะไม่ได้ เธอยื่นมือไปลูบแก้มเล็กๆ ขาวเนียนนุ่มของหลิวหยวนหยวนเบาๆ “หยวนหยวนพูดถูกต้องแล้วล่ะ ถูกใจน้าสะใภ้สุดๆ เลย”

       ดวงตาโตของหลิวหยวนหยวนเป็นประกาย “หนูโตขึ้นอยากจะเก่งเหมือนน้าสะใภ้ค่ะ”

       “ดีเลย หยวนหยวนของน้าสะใภ้เก่งที่สุดเลยนะรู้ไหม” ซูเจียวเจียวรู้สึกชอบหยวนหยวนน้อยมากขึ้นทุกที

       หลิวหยวนหยวนยังอวดของมีค่าเหมือนจะนำเสนอสมบัติชิ้นหนึ่ง “น้าสะใภ้คะ การบ้านที่น้าสะใภ้ให้หนู หนูเขียนเสร็จหมดแล้วค่ะ เลขก็ทำเสร็จแล้วด้วย”

       “ดีมากจ้ะ เดี๋ยวน้าไปตรวจให้นะ” ซูเจียวเจียวจูงหลิวหยวนหยวนออกจากครัว แล้วไปตรวจการบ้านให้หยวนหยวนบนโต๊ะแปดเซียนในห้องโถง

       ปีนี้หยวนหยวนอายุสี่ขวบครึ่งแล้ว หรือเรียกตามอายุตามปฏิทินจันทรคติก็ได้ห้าขวบแล้ว

       ซูเจียวเจียวสอนเด็กน้อยแค่การเขียนตัวอักษรง่ายๆ เช่น พยัญชนะจีน และคำง่ายๆ อย่างฟ้า ดิน คน เธอ ฉัน เขา ส่วนเลขก็เป็นการบวกเลขและลบเลขไม่เกินสิบ

       หยวนหยวนเขียนทุกตัวอย่างตั้งใจ แม้ตัวหนังสือจะโย้เย้ไปบ้าง แต่สำหรับเด็กห้าขวบอย่างหยวนหยวนก็ถือว่าดีมากแล้ว ส่วนการบวกเลขและลบเลขไม่เกินสิบก็ถูกทุกข้อ

       “หยวนหยวนเก่งมาก น้าจะให้ลูกอมนมกระต่ายขาวสองเม็ดเป็นรางวัลนะคะ” ซูเจียวเจียวหยิบลูกอมนมสองเม็ดให้เด็กน้อย

       หลิวหยวนหยวนกอดซูเจียวเจียว แล้วใช้ศีรษะคลอเคลียอย่างน่ารัก “น้าสะใภ้ใจดีจังเลยค่ะ หยวนหยวนรักน้าสะใภ้ที่สุดเลยค่ะ น้าสะใภ้คะ หนูอยากไปเล่นกับเสี่ยวหู่จื่อ ลู่ลู่ และเมิ่งเมิ่งค่ะ”

       “ได้สิ เล่นกันระวังด้วยนะ อย่าหกล้มล่ะ แล้วก็จำไว้ว่าเวลาไปเล่นที่บ้านคนอื่นต้องมีมารยาทนะ ห้ามจับของของคนอื่นตามอำเภอใจนะคะ” ซูเจียวเจียวกำชับพร้อมรอยยิ้ม

       หลิวหยวนหยวนพยักหน้าหงึกหงักตอบรับ “น้าสะใภ้สบายใจได้เลยค่ะ หนูจะไม่จับอะไรมั่วซั่ว และจะเป็นเด็กดีค่ะ งั้นหนูไปแล้วนะคะ!”

       ในครัว เซียวหยวนซินมองซูเจียวเจียวดูแลหลิวหยวนหยวนอย่างอ่อนโยนและใส่ใจเหมือนลูกในไส้ เธออดถอนหายใจด้วยความรู้สึกหลากหลายไม่ได้ ระหว่างเด็ดผัก เธอก็หันไปกล่าวกับเซียวหยวนหมิงว่า "คงเพราะพ่อแม่จากไปแล้วยังคุ้มครอง ถึงได้ส่งมอบภรรยาที่ดีให้นาย และน้องสะใภ้ที่น่าเอ็นดูให้ฉันละมั้ง"

       ความรู้สึกในใจของเซียวหยวนหมิงก็ไม่น้อยไปกว่าเซียวหยวนซินเลย เมื่อปีที่แล้วตอนที่เจียวเจียวตกลงจะแต่งงานกับเขา เขารู้สึกเหมือนได้ยินผิดไป ทั้งยังกลัวว่าเจียวเจียวจะหลอกลวงและหยอกล้อเขา

       ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง!

       เจียวเจียวไม่เพียงแต่เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อเขาเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากด้วย!

       หลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้ว เซียวหยวนหมิง ซูเจียวเจียว และเซียวหยวนซิน ก็ปรึกษาหารือกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเริ่มลงมือก่อสร้างในวันพรุ่งนี้

       เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ลานบ้านตระกูลเซียวก็เริ่มวุ่นวาย ซูเจียวเจียวกำลังเตรียมอาหารเช้า ส่วนเซียวหยวนซินและเซียวหยวนหมิงช่วยกันเก็บกวาดขยะในลานบ้าน จากนั้นก็เริ่มสร้างห้องอิฐเล็กๆ สองห้องที่เชื่อมต่อกันที่มุมตะวันออกเฉียงเหนือของลานบ้าน

       หลังอาหารเช้า ช่างก่ออิฐทั้งสองคนก็มาถึง ป้าหวังกับป้าลู่ก็มาช่วยด้วย เพราะต้องทำงานและกลัวว่าปูนซีเมนต์ ทราย หรืออื่นๆ จะเลอะเสื้อผ้า ทุกคนจึงสวมเสื้อผ้าเก่าสำหรับทำงานโดยเฉพาะ

       ในช่วงเช้าวันนั้น ฐานรากของบ้านอิฐเล็กๆ สองหลังก็ถูกสร้างเสร็จเรียบร้อย สาเหตุที่ใช้เวลาทั้งช่วงเช้าก็เพราะเซียวหยวนหมิงต้องการให้มันแข็งแรงเป็นพิเศษ

       ตอนเที่ยง ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนซินช่วยกันทำอาหารในครัว ต้องทำกับข้าวอย่างน้อยแปดจานสำหรับทุกคนที่จะกิน แต่ละจานก็ต้องมีปริมาณมากด้วย

       เนื้อนึ่งผงข้าวพูนจานใหญ่ รองก้นจานด้วยพริกและมะเขือยาว

       ซูเจียวเจียวเป็นคนใต้ สมัยก่อนชอบกินเนื้อนึ่งผงข้าว หรือหมูสามชั้นตุ๋นบ๊วยเค็มที่แม่ทำ ครั้งนี้จึงทำเนื้อนึ่งผงข้าว โดยใช้หมูสามชั้นนึ่งกับผงข้าว

       จากนั้นก็เป็นปลาทอดพริกแกง เต้าหู้พะโล้ ผัดพริกหมู ผัดแครอทหมู ผัดแตงกวา ถั่วแขกผัด และสุดท้ายเป็นแกงจืดไข่ใส่มะเขือเทศ

       ถั่วแขก แครอท และมะเขือเทศ เป็นของที่ป้าหวังและป้าลู่นำมาจากบ้านของพวกเธอ โดยบอกว่าผักที่ปลูกเองมีเยอะเลยเด็ดมาให้บ้าง

       ผักของชาวบ้านในยุคนี้ก็มีแต่ปลูกกินกันแต่พอดี เพราะที่ดินส่วนตัวมีจำกัด แต่ซูเจียวเจียวรู้ดีว่านี่คือความปรารถนาดีของพวกเธอจึงไม่ได้ปฏิเสธ


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^