บทที่ 120 จอมราชันย์เห็ดหลินจือ [1]
บทที่ 120 จอมราชันย์เห็ดหลินจือ [1]
แต่บริเวณรอบนอกของหลังเขาย่อมไม่มีสัตว์ป่าให้ล่า ต้องเข้าไปในป่าลึกสักหน่อยถึงจะมี
ไม่นาน เซียวหยวนหมิงก็พบไก่ป่าตัวหนึ่งเดินเตาะแตะดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ ตอนนี้มันกำลังจิกกินแมลงและใบหญ้าอ่อนๆ ใต้ต้นไม้ไม่ไกลจากพวกเขา
เซียวหยวนหมิงค่อยๆ หยิบลูกแก้วออกมา น้าวหนังสติ๊ก แล้วเล็งเป้า
ทันใดนั้นซูเจียวเจียวก็ได้ยินเสียง ‘ปึก!’ ลูกแก้วพุ่งเข้าชนหัวไก่ป่า ตัวไก่ยังไม่ทันส่งเสียงร้องก็กระพือปีกเฮือกสุดท้าย แล้วล้มลงแน่นิ่งไป ไม่รู้เป็นตายร้ายดี
“อาหมิงสุดยอดไปเลย!”
ซูเจียวเจียวมองเขาด้วยแววตาชื่นชม เปี่ยมไปด้วยความสุข
พอพูดจบ ซูเจียวเจียวก็วิ่งออกไปเก็บไก่ป่าตัวนั้นกลับมา
ไก่ป่าถูกหนังสติ๊กกระแทกหัว ลูกแก้วยังคงฝังอยู่ในหัว ตายสนิทแล้ว
บนใบหน้าของเซียวหยวนหมิงปรากฏรอยยิ้ม “เดี๋ยวตอนเย็นผมจะทำน้ำแกงไก่ให้พวกคุณกินนะ” เขายื่นมือรับไก่ป่า แล้วใส่ลงในตะกร้าสานที่สะพายหลังไว้
เซียวหยวนหมิงเดินลึกเข้าไปอีก ไม่นานก็เจอกระต่ายป่าอีกสองตัว พวกมันถูกเซียวหยวนหมิงยิงเข้าที่หัวแม่นยำอย่างไม่มีใครเทียบได้ ซูเจียวเจียวรู้สึกตื่นเต้นอยากลองเล่นหนังสติ๊กบ้าง
เซียวหยวนหมิงสอนซูเจียวเจียววิธีเล่นหนังสติ๊ก แต่น่าเสียดายที่ซูเจียวเจียวเล็งไม่แม่น แถมแรงก็ไม่พอ ทำให้ไก่ป่าตัวหนึ่งตกใจจนวิ่งหนีหายเข้าไปในพุ่มไม้ในพริบตา
ไก่ป่าตกใจไปแล้ว การจะหามันเจออีกครั้งคงเป็นเรื่องยาก
ซูเจียวเจียวจึงตัดสินใจเลิกพยายาม เธอยังคงรอให้เขาเป็นฝ่ายล่ามาให้กินดีกว่า
“เจียวเจียว คุณรอผมตรงนี้นะ เดี๋ยวผมจะไปจับมันกลับมาเอง” เซียวหยวนหมิงจ้องมองพุ่มไม้แห่งหนึ่งด้วยดวงตาสีดำเป็นประกาย เขาเพิ่งจะพบว่าไก่ป่าที่หนีไปเมื่อครู่กลับเดินเตาะแตะกลับมาอีกครั้งอย่างงงๆ
ซูเจียวเจียว "…"
พลังของคนนำโชคช่างน่าอัศจรรย์นัก
เซียวหยวนหมิงหยิบลูกแก้วใส่ลงในหนังสติ๊ก แล้วยกขึ้นเล็ง จากนั้นก็ค่อยๆ ย่องเข้าไปหาไก่ป่าตัวนั้น เมื่อระยะใกล้พอ เขาก็ยิงออกไป
เซียวหยวนหมิงยิงโดนเป้าหมายอย่างง่ายดาย แล้วเก็บไก่ป่าที่ตายแล้วกลับมา
เมื่อเห็นไก่ป่าสองตัวและกระต่ายป่าสองตัวในตะกร้า ซูเจียวเจียวก็ยกมุมปากขึ้นด้วยความสุขใจ คิดในใจว่านี่คงพอให้กินได้อีกนาน
“ไม่รู้ทำไม วันนี้โชคดีเป็นพิเศษ พวกเราเพิ่งจะขึ้นเขามาได้ไม่นาน ก็ล่าไก่ป่าได้สองตัว กระต่ายป่าได้สองตัวแล้ว” เซียวหยวนหมิงเองก็รู้สึกอารมณ์ดีไม่น้อย
เมื่อก่อนเขาก็ถือว่าโชคดีไม่น้อยเช่นกัน ทุกครั้งที่ขึ้นเขาไม่เคยกลับมือเปล่า มักจะได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ แต่ก็ต้องใช้แรงไม่น้อย ไม่เหมือนวันนี้ที่ราบรื่นและรวดเร็วขนาดนี้
ซูเจียวเจียวกล่าวว่า “พออารมณ์ดี ครอบครัวราบรื่น โชคลาภก็จะตามมา”
“นั่นก็เพราะผมมีคุณ คุณคือคนที่นำโชคมาให้ผม” เซียวหยวนหมิงจับมือเธอแล้วยิ้มร่า
เซียวหยวนหมิงเห็นว่ายังเช้าอยู่ จึงบอกว่าจะไปเก็บสมุนไพรเพิ่ม ซูเจียวเจียวไม่มีข้อโต้แย้ง เธอเดินตามหลังเขาไป พร้อมทั้งถามว่าเขาจะเก็บสมุนไพรอะไร แล้วเธอก็ช่วยเก็บ
ซูเจียวเจียวจ้องมองในป่า มือถือไม้เท้า เดินไปพลางใช้ไม้เท้าตีพุ่มไม้ไปพลาง
ทันใดนั้นซูเจียวเจียวก็เท้าพลิก ล้มลงไปนอนคว่ำกับพื้นอย่างหมดสภาพ
ซูเจียวเจียวกระตุกมุมปากด้วยความหงุดหงิด โชคดีที่ไม่เจ็บนัก เธอกำลังจะลุกขึ้นก็พลันเห็นพุ่มไม้เบื้องหน้ามีเห็ดสีดำน้ำตาลขนาดใหญ่คล้ายหูช้าง นี่มันเห็ดหลินจือไม่ใช่หรือ?
“อาหมิง อาหมิง! มานี่เร็วเข้า!”
ซูเจียวเจียวตะโกนด้วยความตื่นเต้น เธอไม่ยอมลุกขึ้น ยังคงจ้องมองเห็ดหลินจือเบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
เซียวหยวนหมิงได้ยินเสียงร้องของซูเจียวเจียวก็รีบวิ่งเข้ามาทันที คิดว่าซูเจียวเจียวเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่พอเห็นซูเจียวเจียวนอนคว่ำอยู่กับพื้นก็ยิ่งเป็นห่วง เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปหา อยากจะช่วยพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น
“เจียวเจียว คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
ซูเจียวเจียวกลับคว้ามือที่เขายื่นมาช่วย แล้วชี้ไปยังสิ่งของเบื้องหน้าอย่างตื่นเต้น “อาหมิงดูสิ นี่เห็ดหลินจือใช่ไหม?”
เซียวหยวนหมิงมองตามสายตาของเธอ นี่มันเห็ดหลินจือจริงๆ ด้วย!
แถมไม่ใช่แค่ดอกเดียว!
มีหลายดอกเลย!
ที่สำคัญคือเห็ดหลินจือเหล่านี้มีขนาดใหญ่มาก!
ดอกที่ใหญ่ที่สุดก็ขนาดเท่าชามน้ำแกงแล้ว!
นี่คงเป็นจอมราชันย์เห็ดหลินจือเป็นแน่!
ดูจากอายุแล้ว อย่างน้อยก็นับพันปี!
ส่วนอีกสามดอกที่เหลือก็ไม่เล็กนัก ขนาดเท่าชามใหญ่! อย่างน้อยก็น่าจะมีอายุห้าร้อยถึงหกร้อยปี!
“เห็ดหลินจือจริงๆ ด้วย เจียวเจียว คุณนี่โชคดีจริงๆ ล้มแล้วดันมาเจอจอมราชันย์เห็ดหลินจือเข้าแบบนี้” เซียวหยวนหมิงหัวเราะ ยกมุมปากขึ้นอย่างขบขัน ไม่รู้ว่าภรรยาเขาโชคดีปานใด จะบอกว่าน่าอัศจรรย์ก็คงไม่เกินเลย
ไม่แปลกใจที่ทุกคนต่างบอกว่า ภรรยาของเขาคือดาวนำโชค เป็นขวัญใจ
เรื่องนี้เป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
หากภรรยาของเขาไม่ใช่ดาวนำโชคละก็ คราวที่แล้วพวกเขาคงไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยใช่ไหม? แถมโสมร้อยปีในครั้งนั้นก็เป็นภรรยาของเขาที่พบเห็น รวมถึงจอมราชันย์เห็ดหลินจือในครั้งนี้ด้วย!
“จอมราชันย์เห็ดหลินจือ?” ซูเจียวเจียวถามอย่างสงสัย
เซียวหยวนหมิงพยักหน้า “ใช่แล้ว คุณดูสิ เห็ดหลินจือดอกนี้ใหญ่มาก ขนาดเท่าชามน้ำแกง อายุของมันอย่างน้อยก็นับพันปีแล้ว”
“พันปี?!”
ซูเจียวเจียวตกใจจนอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
คุณพระช่วย!
จอมราชันย์เห็ดหลินจืออายุพันปี แบบนี้ไม่กลายเป็นเซียนไปแล้วหรือ!
“ใช่ ส่วนดอกอื่นๆ ก็มีอายุห้าร้อยถึงหกร้อยปี” เซียวหยวนหมิงมองภรรยาของเขาที่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเป็นประกาย เขายิ้มอย่างขบขันแล้วยื่นมือไปบีบแก้มของเธอ “ภรรยา คุณนี่โชคดีจริงๆ”
ไม่คิดเลยว่าเจียวเจียวจะมีมุมที่น่ารักและอ่อนโยนเช่นนี้
“เร็วเข้า! พวกเราเก็บพวกมันกลับบ้านกันเถอะ!” ซูเจียวเจียวกลับมามีสติอีกครั้ง ทั้งตัวตื่นเต้นแทบคลั่ง
รวยแล้ว รวยเละแล้ว!
พลังของคนนำโชคไม่ได้มีไว้ประดับบารมีจริงๆ!
เซียวหยวนหมิงเก็บเห็ดหลินจืออย่างระมัดระวัง
ซูเจียวเจียวจ้องมองเห็ดหลินจือในมือของเขาด้วยแววตาเป็นประกาย แล้วถามว่า “เห็ดหลินจือพวกนี้จะขายได้สักเท่าไรนะ?”
“แม้ว่าเห็ดหลินจือจะไม่ได้มีสรรพคุณเท่าโสม แต่ก็เป็นสมุนไพรที่มีคุณค่ามาก เห็ดหลินจือธรรมดาหนึ่งชั่งสามารถขายได้ราคา 30 ถึง 100 หยวน”
พูดไป เซียวหยวนหมิงก็ชั่งน้ำหนักจอมราชันย์เห็ดหลินจือในมือ “จอมราชันย์เห็ดหลินจือดอกที่ใหญ่ที่สุดน่าจะมีน้ำหนักประมาณสี่ชั่งกว่า ส่วนดอกอื่นๆ ก็สองถึงสามชั่ง ราคาของเห็ดหลินจือพวกนี้สูงกว่าโสมร้อยปีที่เคยได้มามากนัก ในตัวอำเภอเล็กๆ แห่งนี้คงไม่มีใครจ่ายราคาที่สูงขนาดนั้นได้ หากนำไปขายถูกๆ ก็จะน่าเสียดาย พวกเราควรเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยหาโอกาสที่เหมาะสมในอนาคตเพื่อนำไปขาย”
ซูเจียวเจียวมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย “ฉันก็คิดแบบนั้นเลยค่ะ! อาหมิง คุณนี่ฉลาดจริงๆ เลย!”
เห็นไหมเล่า ไม่ต้องให้เธอเตือนเลย ชายหนุ่มของเธอก็คิดการณ์ไกลไว้แล้ว
สมแล้วที่เป็นคุณเซียวผู้มากความสามารถในโลกธุรกิจในอนาคต แม้ปกติจะดูเงียบขรึม แต่เรื่องธุรกิจเขากลับเก่งกาจไม่เบา!
เซียวหยวนหมิงถูกซูเจียวเจียวชมเช่นนั้น ใบหน้าของชายฉกรรจ์ก็แดงระเรื่อเล็กน้อย ทำไมถึงรู้สึกเหมือนภรรยาของเขากำลังชมเด็กน้อยอย่างนั้นเล่า?
แต่ถึงกระนั้น การถูกภรรยาของตัวเองชมก็ทำให้เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
เซียวหยวนหมิงปูหญ้าแห้งลงในตะกร้า แล้ววางเห็ดหลินจือที่เก็บได้ลงไป จากนั้นก็คลุมด้วยใบไม้อีกชั้นหนึ่งจนมองไม่เห็น
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^