บทที่ 121 จอมราชันย์เห็ดหลินจือ [2]
บทที่ 121 จอมราชันย์เห็ดหลินจือ [2]
เช่นนี้ก็จะไม่เป็นที่สะดุดตาผู้อื่น อีกทั้งยังช่วยป้องกันมิให้ผู้ใดอิจฉาริษยาจนตาแดงก่ำ
เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตอันมีค่าเช่นนี้ได้ ซูเจียวเจียวก็หมดอารมณ์ล่าสัตว์ อยากกลับบ้านแต่เพียงอย่างเดียว
แม้จะมีโชคลาภดุจปลากระโดดข้ามประตูมังกรทองที่บันดาลให้เธอได้พบจอมราชันย์เห็ดหลินจือในพริบตา แต่ก็ไม่อาจคาดหวังว่าโสมและเห็ดหลินจือจะผุดขึ้นทุกหนแห่งให้เธอเก็บเกี่ยว
โชคลาภไม่ได้ปรากฏขึ้นบ่อยๆ หากเป็นเช่นนั้น เธอจะลงแรงทำงานไปไย เพียงรอคอยโชคลาภหล่นจากฟากฟ้าก็พอแล้ว
โชคลาภดุจปลากระโดดข้ามประตูมังกรทองย่อมต้องเป็นโชคดีที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันในห้วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
ดังนั้น ด้วยผลผลิตอันมหาศาลเช่นนี้ เธอก็รู้สึกพึงพอใจยิ่งแล้ว
ทั้งสองจูงมือกันเดินกลับ แต่ระหว่างทาง เซียวหยวนหมิงพลันเหลือบไปเห็นรังผึ้งป่าบนต้นไม้ต้นหนึ่ง
“เจียวเจียว ผมจะไปเก็บน้ำผึ้งมาให้คุณกินนะ” เซียวหยวนหมิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
ซูเจียวเจียวมองตามสายตาของเขา ก็เห็นรังผึ้งป่าขนาดใหญ่เกาะอยู่บนกิ่งไม้สูง เมื่อนึกถึงรสหวานฉ่ำของน้ำผึ้ง เธอก็อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากราวกับหิวโหยยิ่งนัก
น้ำผึ้งป่านั้นรสชาติหอมหวานล้ำค่า มากด้วยคุณประโยชน์ ในยุคสมัยต่อมา หาโอกาสลิ้มลองได้ยากยิ่ง
“คุณระวังตัวด้วยนะคะ”
ซูเจียวเจียวกำชับเบาๆ
“อืม”
เซียวหยวนหมิงวางตะกร้าสานที่สะพายหลังลงข้างๆ แล้วให้ซูเจียวเจียวหลบไปไกลๆ จากนั้นเขาก็หยิบกล่องไม้ขีดไฟออกมาจากอกเสื้อ แล้วเก็บกิ่งไม้แห้งมากองไว้ใต้รังผึ้งป่า แล้วจุดไฟเผา
เขาไม่ได้จุดไฟกองใหญ่นัก จุดเพียงให้เกิดประกายไฟ ไม่นานควันดำก็ลอยขึ้นมาจากกองไม้ พุ่งตรงไปยังรังผึ้งป่าที่อยู่ด้านบน
ผึ้งทั้งหมดที่อยู่ภายในต่างบินหนีออกมาจากรังด้วยความตื่นตระหนกจากควันหนาทึบ
เซียวหยวนหมิงฉวยโอกาสที่ผึ้งบินหนีไปหมดแล้ว รีบปีนขึ้นต้นไม้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะตะครุบเอารังผึ้งป่าทั้งรังลงมาได้
เมื่อได้รังผึ้งป่าแล้ว เซียวหยวนหมิงก็รีบใช้เสื้อเชิ้ตที่ถอดออกมาห่อไว้ จากนั้นก็ลากซูเจียวเจียวรีบวิ่งหนีไป
โชคดีที่เขาถอดเสื้อเชิ้ตแล้วยังมีเสื้อกล้ามสีเทาอยู่ข้างใน ไม่อย่างนั้นคงต้องเปลือยท่อนบนแล้ว
หลังจากวิ่งไปได้สักระยะ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผึ้งไล่ตามมาแล้ว เซียวหยวนหมิงจึงหยุดพัก และวางรังผึ้งที่ห่อไว้ลงในตะกร้าสาน
ในขณะนั้นเอง หลี่ต้าเฉวียนก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ข้างๆ เสื้อผ้าของเขาเต็มไปด้วยเศษหญ้าและใบไม้แห้ง ทั้งหัวก็มีกิ่งไม้แห้งเสียบอยู่สภาพยับเยินสุดขีด
แต่ใบหน้าของเขากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้น “พี่อาหมิง พี่สะใภ้ พวกคุณทายซิว่า วันนี้ผมล่าของดีได้เท่าไร?”
ซูเจียวเจียวมองไปที่มือของเขาแล้วหัวเราะ “โอ้ นายนี่โชคดีจริงๆ! ไก่ป่าสองตัว แถมยังมีงูลายดอกตัวใหญ่ตัวหนึ่งอีก คืนนี้นายจะได้ทำน้ำแกงมังกรหงส์แล้วนะ”
“น้ำแกงมังกรหงส์คืออะไรหรือ?”
หลี่ต้าเฉวียนก็สะพายตะกร้าสานเช่นกัน มีเคียวเหน็บอยู่ที่เอว และมีหนังสติ๊กเหน็บอยู่ที่เอวเช่นกัน ตอนนี้มือซ้ายของเขาถือไก่ป่าสองตัว ส่วนมือขวาถืองูที่ถูกตีตายตัวหนึ่ง
เซียวหยวนหมิงอธิบายให้เขาฟัง “มังกรคืองู หงส์คือไก่ คนโบราณชอบเรียกงูว่ามังกรน้อย และเปรียบไก่เป็นหงส์นะสิ”
“อ๋อ เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว! เป็นอย่างนี้นี่เอง งั้นคืนนี้ก็ทำน้ำแกงมังกรหงส์กินดีกว่า” หลี่ต้าเฉวียนยิ้มกว้างอย่างมีความสุข “ไม่คิดเลยว่าพี่อาหมิงจะรู้เรื่องเยอะขนาดนี้”
เซียวหยวนหมิงจ้องมองเขา “น้ำแกงมังกรหงส์มีสรรพคุณบำรุงกำลังดีเยี่ยม แต่จงระวังด้วยว่าหากกินมากเกินไปจนธาตุไฟกำเริบ แล้วหาที่ระบายออกไม่ได้”
หลี่ต้าเฉวียนงุนงงเล็กน้อย “หมายความว่าอะไรครับ? ผมไม่ได้ธาตุไฟขึ้นนะ แถมช่วงนี้ผมยังรู้สึกเหมือนร่างกายมันอ่อนแอเพลียๆ ทุกวันเลยด้วย”
เซียวหยวนหมิงกระตุกมุมปากเล็กน้อย แต่ไม่ได้อธิบายต่อ เขาปล่อยให้หลี่ต้าเฉวียนงงต่อไป ดีกว่าให้เขาถามไม่หยุด เมื่อถึงเวลาที่เขาธาตุไฟขึ้น เขาก็จะเข้าใจเอง
หลี่ต้าเฉวียนวางสัตว์ป่าที่ถืออยู่ในมือลง แล้วปลดตะกร้าสานที่สะพายหลังออก จากนั้นก็หยิบไข่นกสิบฟองออกมาประดุจกำลังนำเสนอสมบัติ “พี่อาหมิง ดูสิ ผมได้ไข่นกมาด้วย เอาไปต้มให้พี่สะใภ้กินสักสองสามฟองสิ”
จะทำอย่างไรได้ ไข่นกมันเล็กเกินไป แถมที่บ้านเขาก็มีคนเยอะเกินไป เขาจึงให้ได้แค่สี่ฟอง ส่วนอีกหกฟองที่เหลือต้องนำกลับบ้านแล้ว
เซียวหยวนหมิงไม่ปฏิเสธ รับไข่นกไว้ “ได้สิ”
จากนั้นเขาก็แบ่งรังผึ้งที่เพิ่งได้มาให้หลี่ต้าเฉวียนครึ่งหนึ่ง “นี่ของนาย”
“สุดยอดเลยครับพี่อาหมิง คุณยังไปได้รังผึ้งมาอีกด้วย” หลี่ต้าเฉวียนไม่กล้ากิน จึงเก็บรังผึ้งไว้ในตะกร้าสาน เพื่อเตรียมนำกลับบ้านไปให้แม่ของเขาได้ชิมรสชาติ
ทั้งสามคนจึงออกเดินทางกลับบ้าน
เมื่อเข้าสู่หมู่บ้าน ทั้งสามก็แยกย้ายกันไป
เพราะหลี่ต้าเฉวียนบอกว่าจะนำไก่ป่าตัวหนึ่งไปเป็นของขวัญตอบแทนบ้านเฉิงติ้งผิง วันนี้เมื่อเช้าเธอเอาของมาให้ที่บ้านมากมายเพื่อขอบคุณเขาที่เชิญเลขาธิการเจียงและหลี่เกินเซิงมาช่วยแยกบ้านและแย่งชิงเงินบำนาญ ไม่เช่นนั้นเงินนี้ก็จะตกไปอยู่ในมือของนายหลี่และหลี่ซูอิง
ซูเจียวเจียวกล่าวว่า “ภรรยาตงเซิงเป็นคนรู้จักบุญคุณ เช้านี้เธอก็เอาของมาให้บ้านฉัน พรุ่งนี้ฉันจะเตรียมของตอบแทนหล่อนเช่นกัน”
ในเมื่อหลี่ต้าเฉวียนให้ไก่ป่า เธอก็จะให้ของอย่างอื่นไปแทนแล้วกัน
หลังจากแยกจากกัน เซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวก็เดินตรงกลับบ้าน ส่วนหลี่ต้าเฉวียนก็ไปบ้านของเฉิงติ้งผิง
พอดีตอนนี้บ้านเฉิงติ้งผิงอยู่ท้ายหมู่บ้าน ออกจากหลังเขาแล้วก็ไม่ไกลนัก ก็จะถึงบ้านของเฉิงติ้งผิงแล้ว
ในลานบ้าน เฉิงติ้งผิงกำลังเก็บเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอน วันนี้แดดจัด ตากแดดมาทั้งวันจนแห้งสนิทแล้ว เมื่อสัมผัสแล้วรู้สึกนุ่มนิ่มสบายมือ
มือที่ถือเสื้อผ้ามีมากเกินไป ทำให้เสื้อผ้าสองชุดหล่นลงพื้น เฉิงติ้งผิงกำลังจะก้มลงเก็บ ทว่ากลับมีมือคู่หนึ่งเร็วกว่าเธอมาก เก็บเสื้อผ้าสองชุดที่หล่นลงพื้นขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว แล้วยื่นส่งให้เธอ
“นี่ครับ”
เฉิงติ้งผิงเงยหน้าขึ้น ก็เห็นหลี่ต้าเฉวียนที่กำลังยิ้มเจื่อนๆ
“ขอบคุณค่ะ”
“น้องสะใภ้ คุณเกรงใจไปแล้วครับ เอ่อ… นี่ไก่ป่าตัวนี้ให้คุณ ผมเพิ่งล่ามาจากบนเขา ที่บ้านผมไม่มีอะไรดีๆ จะให้ หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจไก่ป่าตัวเดียวนะครับ”
หลี่ต้าเฉวียนเคยพบเฉิงติ้งผิงมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยพูดคุยกันมากนัก
ในความทรงจำ เขาเพียงแค่จำได้ว่าผู้หญิงคนนี้ดูสง่างาม มีเสน่ห์แบบหญิงสาวชาวบ้าน แต่ผอมมาก แถมยังเป็นคนเงียบๆ ไม่ชอบพูดคุย จึงไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น
ตอนนี้เมื่อเดินเข้ามาใกล้ เขาก็พบว่าเธอยังผอมกว่าที่คิดเสียอีก
เฉิงติ้งผิงได้ยินดังนั้นก็ตกใจ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณเอาไปกินเองเถอะ”
ที่เธอเอาของไปให้ ก็เพื่อเป็นการขอบคุณเท่านั้น จะให้หลี่ต้าเฉวียนเอาไก่ป่ามาให้ได้อย่างไร!
อีกอย่างในยุคนี้ไก่กับเนื้อเป็นของหายากมาก บางบ้านทั้งปีแทบจะไม่ได้กินเนื้อสัตว์เลย เขาให้ไก่มาทั้งตัวแบบนี้ เธอรับไม่ได้หรอก! และก็ไม่ควรรับด้วย!
“รับไปเถอะครับ ดูคุณผอมแห้งแรงน้อยขนาดนี้ คุณควรบำรุงร่างกายให้ดี ไม่เช่นนั้นเด็กในท้องของคุณจะขาดสารอาหารนะ” หลี่ต้าเฉวียนโยนไก่ป่าลงไปในลานบ้านของเธอ แล้วเดินจากไป
เฉิงติ้งผิงมองแผ่นหลังของหลี่ต้าเฉวียนที่เดินจากไป ก็รู้สึกอบอุ่นใจเล็กน้อย
คนแปลกหน้าที่ไม่ค่อยได้พบปะกัน ยังดีกว่าพ่อแม่สามีของเธอเสียอีก…
…
เมื่อถึงบ้าน เซียวหยวนหมิงก็จัดเก็บของให้เข้าที่ เห็ดหลินจือถูกเก็บไว้ ส่วนไก่ป่าและกระต่ายป่าถูกนำไปที่ห้องครัว เพื่อเตรียมทำความสะอาด ไก่ตัวหนึ่งจะนำไปตุ๋น ส่วนที่เหลือจะนำไปหมักเกลือแล้วเก็บไว้
เพราะมีมากเกินกว่าจะกินหมดในคราวเดียว แถมอากาศก็เริ่มร้อนขึ้นแล้ว หากเก็บไว้นานเกินไปก็จะเสียได้ง่าย
ในตอนเย็น เซียวหยวนหมิงได้ตุ๋นน้ำแกงไก่ป่าสมุนไพร โดยใส่เห็ดแห้งสองดอกที่เขาเก็บมาจากบนเขาแล้วนำมาตากแห้งลงไปด้วย เมื่อใส่ลงไปในน้ำแกงก็ทำให้มีรสชาติกลมกล่อมน่าลิ้มลอง
ซูเจียวเจียวซดน้ำแกงไปถึงสองชามเต็มๆ และกินเนื้อไก่ไปอีกหนึ่งชามเต็มๆ …
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^