LNCrawler

บทที่ 123 จะมีการติดตั้งสายไฟแล้ว

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 123 จะมีการติดตั้งสายไฟแล้ว

        เมื่อเห็นทั้งสามเดินเคียงข้างกันมา เลขาธิการเจียงก็หยุดจักรยานอีกครั้ง แล้วสอบถามรายละเอียดของเรื่องราวให้ชัดเจนก่อนจะพยักหน้าตอบรับ “แต่ตอนนี้ผมต้องรีบไปประชุมที่คณะกรรมการ เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญมาก รอผมกลับมาก่อนแล้วค่อยคุยกัน”

       พูดจบ เลขาธิการเจียงก็ปั่นจักรยานจากไป

       หลี่เกินเซิงก็กลับบ้านเช่นกัน

       “ภรรยาของตงเซิง คุณกลับบ้านไปก่อนเถอะครับ ในเมื่อเลขาธิการเจียงและหัวหน้าหลี่ต่างก็เห็นด้วย เรื่องนี้น่าจะไม่มีปัญหาแล้ว” หลี่ต้าเฉวียนกำชับคำหนึ่ง แล้วก็กลับบ้านไป

       แต่พอกลับถึงบ้าน หลี่ต้าเฉวียนก็ถูกคุณแม่ของเขาหยิกหูทันที

       “โอ๊ย! เจ็บๆๆ!! แม่! หยิกหูผมทำไมละเนี่ย?” หลี่ต้าเฉวียนเจ็บจนหน้าบิดเบี้ยว ร้องเสียงดังลั่น

       “เจ้าลูกชายตัวแสบนี่ เพิ่งรู้ว่าจะต้องกลับบ้านงั้นหรือ? เลิกงานแล้วบ้านช่องไม่กลับ และยังไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเนี่ยนะ? ถ้าเกิดมีเรื่องนินทาเป็นขี้ปากของอะไรขึ้นมาอีก ฉันจะตีขาแกให้หัก คอยดูสิ!”

       ป้าหวังหยิกหูหลี่ต้าเฉวียนอย่างแรง จนแทบจะส่งเสียงคำรามออกมา

       หลี่ต้าเฉวียนรู้สึกว่าหูของเขาแทบจะดับ

       “แม่ครับ แม่ก็เกินไปแล้ว ผมแค่หวังดีอยากช่วยคนอื่นเท่านั้นเอง มันจะกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านเขาได้ยังไงเล่า” หลี่ต้าเฉวียนหลบพ้นกรงเล็บของป้าหวัง พร้อมกับลูบหูที่แดงก่ำของตนเอง

       “แกนี่มันไม่รู้อะไรเลย!” ป้าหวังโกรธจัด “ต่อไปแกอยู่ให้ห่างจากภรรยาของตงเซิงคนนั้นซะ”

       “คืนนั้นที่บ้านตระกูลเฉิงกับบ้านตระกูลหลี่ทะเลาะกัน แม่ยังให้ผมไปห้ามทัพเลย แล้วยังไปตามหัวหน้าหลี่กับเลขาธิการเจียงมาอีก ตอนนี้ทำไมกลับให้ผมอยู่ห่างจากพวกเขาแล้วล่ะ?” หลี่ต้าเฉวียนงงงันสับสนไปหมด ไม่เข้าใจว่าแม่ของเขาต้องการอะไรกันแน่

       ป้าหวังกล่าวว่า “สถานการณ์ตอนนั้นมันเหมือนกับตอนนี้เสียที่ไหน? นั่นคือการห้ามทัพ ตอนนี้แกไปใกล้ชิดสนิทสนมกับหล่อนเพียงลำพัง มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนอื่นเข้าใจผิด ยังไงซะต่อไปก็อยู่ห่างจากเขาหน่อย ได้ยินไหม?”

       “ได้ยินแล้วน่า” หลี่ต้าเฉวียนพึมพำเสียงเบา

       บ่ายวันรุ่งขึ้น เลขาธิการเจียงเดินทางกลับจากตัวอำเภอ และหลังจากปรึกษากับหลี่เกินเซิงแล้ว ก็ได้ปรึกษากับคนในกองผลิต และในที่สุดก็ตัดสินใจขายที่ดินแห้งผืนนั้นให้เฉิงติ้งผิงในราคา 20 หยวน อีกส่วนหนึ่งก็เพราะเห็นใจเธอที่เพิ่งเสียสามีไป และยังถูกแยกบ้านออกจากครอบครัวนั้น จึงไม่ได้เรียกค่าใช้จ่ายเพิ่ม ขอแค่ 20 หยวนเท่านั้น

       เฉิงติ้งผิงดีใจเป็นอย่างยิ่ง กล่าวขอบคุณซ้ำๆ และชำระเงินพร้อมจัดการเอกสารในทันที

       นางเฉิงทราบเรื่องแล้วก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง ราคา 20 หยวนนั้นถูกมากจริงๆ เป็นราคาที่ยุติธรรมมากๆ

       เช้าวันรุ่งขึ้น นางเฉิงและนายเฉิงก็เริ่มหาคนมาวางรากฐานและเตรียมดิน

       ซูเจียวเจียวในที่สุดก็ทราบข่าวนี้จากเซียวหยวนหมิง ทีแรกเธอตั้งใจจะไปเยี่ยมเฉิงติ้งผิงเพื่อตอบแทนน้ำใจอยู่แล้ว แต่เพราะที่บ้านขาดลำไยอบแห้ง เธอจึงจำต้องผัดผ่อนไปหลายวัน

       ซูเจียวเจียวตั้งใจจะไปที่ตัวอำเภอเพื่อรับพัสดุ และถือโอกาสแวะซื้อลำไยแห้งหนึ่งถุงจากสหกรณ์กลับมา

       ตอนนี้ที่บ้านยังคงส่งพัสดุมาให้เธออยู่ ซูเจียวเจียวตั้งใจจะรอจนกว่าปี 1977 ที่จะมีการฟื้นฟูระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอกับอาหมิงสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยกันแล้ว ค่อยบอกพ่อแม่เรื่องที่เธอแต่งงาน

       เมื่อกลับถึงบ้าน ซูเจียวเจียวก็เลือกไข่ 20 ฟองออกมาจากตะกร้าใส่ไข่ แล้วหยิบน้ำตาลทรายแดงหนึ่งถุงหนักหนึ่งชั่งจากห้องออกมา

       เมื่อนำสิ่งเหล่านี้ใส่ตะกร้าเล็กๆ จนหมดแล้ว ซูเจียวเจียวก็ถือตะกร้าเดินไปยังบ้านของเฉิงติ้งผิง

       เมื่อวานคนเหล่านั้นนำของมาให้เธอมากมาย เธอก็ย่อมต้องตอบแทนเป็นธรรมดา

       เมื่อซูเจียวเจียวมาถึงบ้านของเฉิงติ้งผิง ก็พบว่ามีคนประมาณหกถึงเจ็ดคนกำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งบนที่ดินข้างๆ พวกเขากำลังขุดดิน ปรับพื้นที่ และขนย้ายหินและอิฐ

       นายเฉิงและนางเฉิง ตลอดจนพี่น้องของเฉิงติ้งฉินก็กำลังยุ่งอยู่ด้วย แม้แต่หลี่ต้าเฉวียนก็มาช่วยงาน

       ส่วนเฉิงติ้งผิงนั่งอยู่บนม้านั่งเล็กๆ ในลานบ้าน ซักผ้าด้วยกระดานซักผ้า

       “ป้าเฉิงคะ พวกคุณกำลังขุดรากฐานอยู่เหรอคะ?” ซูเจียวเจียวถามด้วยความสงสัย

       นางเฉิงได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นซูเจียวเจียว ใบหน้าของเธอก็ยิ้มแย้มขึ้นมาทันที “ยุวชนซู เธอมาทำอะไรที่นี่? ใช่แล้วล่ะ พวกเรากำลังขุดรากฐาน เลขาธิการเจียงบอกว่าที่ดินผืนนี้ไม่มีประโยชน์ กองผลิตก็เลยขายให้ผิงผิงบ้านเรา คิดว่าช่วงนี้งานไม่ค่อยเยอะ ก็เลยอยากรีบสร้างบ้านหลังนี้ให้เสร็จน่ะ”

       แม้ว่ากองผลิตจะให้ยืมบ้านอยู่ แต่บ้านหลังนั้นก็เก่าทรุดโทรมเกินไป พอฝนตกก็มีน้ำรั่ว ห้องครัวก็ดูอันตราย บ้านแบบนี้อยู่แล้วไม่ปลอดภัย

       “อืม... สร้างบ้านใหม่น่าจะดีกว่าค่ะ” ซูเจียวเจียวพยักหน้าเห็นด้วย

       เฉิงติ้งผิงไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง จึงจำเป็นต้องมีบ้านจริงๆ

       บ้านคือรากฐานของการใช้ชีวิต การไม่มีบ้านก็เหมือนกับผักชีไร้ราก ที่ลอยตามน้ำอย่างเหน็ดเหนื่อย

       และตอนนี้เฉิงติ้งผิงก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง

       การสร้างบ้านดินในชนบทสมัยนั้น ใช้เงิน 40 ถึง 50 หยวนก็เพียงพอแล้ว

       หากจะสร้างบ้านคอนกรีตเสริมเหล็กและอิฐแดง ก็จะต้องใช้เงินอย่างน้อย 300 ถึง 400 หยวน

       นางเฉิงเช็ดดินบนมือออก แล้วต้อนรับซูเจียวเจียวเข้าไปในลานบ้านที่อยู่ข้างๆ

       เฉิงติ้งผิงกำลังซักผ้า เมื่อเห็นซูเจียวเจียวเดินมา เธอก็รีบเช็ดฟองสบู่บนมือ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหาซูเจียวเจียว ยิ้มพลางกล่าวว่า “ยุวชนซู”

       ซูเจียวเจียวส่งตะกร้าในมือให้เธอ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม “ไม่ใช่ของดีอะไรหรอกค่ะ แค่น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ คุณรับไว้เถอะนะ”

       เฉิงติ้งผิงมองลำไยแห้งหนึ่งถุง น้ำตาลทรายแดงหนึ่งห่อ และไข่ที่อยู่ด้านล่าง รีบโบกมือ “ของพวกนี้มีค่าเกินไปค่ะ ฉันรับไว้ไม่ได้!”

       อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง ลำไยแห้งนี่เป็นของดีนะ! ในชนบทหาไม่ค่อยเจอ ที่สหกรณ์ขายตั้งหลายหยวนต่อถุงเลยนะ!

       ส่วนน้ำตาลทรายแดงถุงนี้ ดูแล้วก็รู้ว่าหนักหนึ่งชั่ง น้ำตาลทรายแดงสมัยนี้ก็มีค่า มีแต่ตอนคลอดลูกกับตอนอยู่ไฟเท่านั้นถึงจะได้กิน

       ซูเจียวเจียวกล่าวว่า “ร่างกายของคุณอ่อนแอเกินไป หากไม่บำรุงให้มากพอละก็ เกรงว่าตอนคลอดจะลำบากเอาได้”

       พูดพลางเธอก็ยื่นตะกร้าให้ในมือของนางเฉิง “เมื่อวานฉันก็รับของจากบ้านคุณมาแล้ว การตอบแทนซึ่งกันและกันนี่แหละคือมิตรภาพ”

       “งั้นก็ได้ค่ะ งั้นฉันก็จะรับไว้แทนผิงผิงนะคะ” นางเฉิงกล่าวด้วยความรู้สึกขอบคุณเล็กน้อย

       ลำไยและน้ำตาลทรายแดงเหล่านี้ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตร

       อาหารร้อนเหล่านี้ช่วยขับน้ำคาวปลา

       ไม่คิดเลยว่าซูเจียวเจียวจะมอบของเหล่านี้ให้โดยไม่ลังเลเลย

       ยุวชนซูเป็นคนดีจริงๆ!

       น้ำใจครั้งนี้ เธอจะจำไว้ไม่ลืม

       เฉิงติ้งผิงตาแดงก่ำ มองซูเจียวเจียวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ

       หลังจากมอบของเสร็จ ซูเจียวเจียวก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นนานนัก รอให้นางเฉิงเก็บของเรียบร้อย แล้วนำตะกร้าออกมาคืนให้เธอ เธอก็พูดคุยกันเล็กน้อย แล้วก็กลับบ้านไป

       วันเวลาผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ วันนี้หมู่บ้านในที่สุดก็ได้ข่าวดี นั่นคือในหมู่บ้านจะมีการติดตั้งสายไฟแล้ว

       เมื่อติดตั้งสายไฟแล้ว ต่อไปทุกบ้านก็จะใช้ไฟฟ้าได้

       เพราะต้องติดตั้งสายไฟ หมู่บ้านจึงต้องระดมคนมาช่วยกันขุดหลุมฝังเสาไฟฟ้า รวมถึงขึ้นเขาไปตัดต้นไม้เพื่อนำมาใช้เป็นเสาไฟฟ้า

       เซียวหยวนหมิงและลู่เหว่ยหมินต่างก็ไปช่วย ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านที่มีเรี่ยวแรงต่างก็ขึ้นเขาไปตัดไม้

       จากสถานีจ่ายไฟของอำเภอมายังหมู่บ้านนั้น มีระยะทางเกือบ 30 ลี้ ซึ่งต้องใช้เสาไฟฟ้าจำนวนมากตลอดเส้นทาง และไม่ใช่ไม้ชนิดใดก็ได้ ต้องเป็นไม้ที่มีความสูงตั้งแต่ 4 ถึง 5 เมตรขึ้นไป และต้องตรงด้วย

       ไม้ชนิดนี้โดยทั่วไปมีขนาดค่อนข้างใหญ่ การตัดจึงเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานมาก เป็นงานที่หนักหนาสาหัสอย่างแท้จริง


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^