LNCrawler

บทที่ 124 สลบไสล [1]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 124 สลบไสล [1]

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่เป็นเดือนหก อากาศเริ่มร้อนขึ้นทุกที

       ทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น เซียวหยวนหมิงกลับมาจากการทำงานก็เหงื่อท่วมตัว

       ซูเจียวเจียวคิดใคร่ครวญถึงการขึ้นเขาไปเก็บหญ้าเฉาก๊วย เพื่อนำมาทำเฉาก๊วยดับกระหายคลายร้อนให้เซียวหยวนหมิงบ้าง เพราะในสภาพอากาศเช่นนี้ การทำงานช่างเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งนัก

       ซูเจียวเจียวทำงานเสร็จแต่เช้าในตอนเช้า พอตกบ่ายก็สะพายตะกร้าเล็กๆ ขึ้นเขาไป

       ในยุคนี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักหญ้าเฉาก๊วย แม้รู้จักก็ไม่รู้ว่าจะนำไปทำอะไร ด้วยเหตุนี้ หญ้าเฉาก๊วยจึงขึ้นอยู่ทั่วภูเขา ทุกหนแห่ง

       ซูเจียวเจียวเก็บมาได้หนึ่งตะกร้าใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว พอดีกับน้ำผึ้งในรังผึ้งที่อาหมิงเคยเก็บมาครั้งก่อนยังไม่หมด เธอบีบน้ำผึ้งใส่ขวด ส่วนรังผึ้งก็กินหมดแล้ว

       ขณะที่ซูเจียวเจียวเก็บหญ้าเฉาก๊วยเสร็จ กำลังเตรียมตัวลงจากเขา โจวเม่ยก็เดินเข้ามา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มจางๆ “ซูเจียวเจียว เธอเก็บใบไม้พวกนี้ไปทำอะไรเยอะแยะ มันมีประโยชน์อะไรหรือ?”

       ชีวิตของซูเจียวเจียวนับวันยิ่งดีขึ้น โจวเม่ยจึงรู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง แต่กลับแสร้งทำเป็นยิ้มแบบเพื่อนสนิท

       ในความทรงจำของเธอ ซูเจียวเจียวมีชีวิตที่ดีเช่นนี้แล้ว ยังจำเป็นต้องขึ้นเขามาเก็บใบไม้ชนิดนี้โดยเฉพาะอีกหรือ?

       คงเป็นเพราะใบไม้ชนิดนี้มีประโยชน์กระมัง มิฉะนั้นซูเจียวเจียวคงไม่มาเก็บ!

       ความระมัดระวังผุดขึ้นในใจของซูเจียวเจียว แต่เธอกลับไม่แสดงออกทางสีหน้า “ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก แค่เก็บกลับไปเลี้ยงไก่น่ะ”

       ที่บ้านตอนนี้เลี้ยงลูกไก่อยู่สองตัว ซึ่งจับมาจากบ้านป้าลู่เมื่อสองวันก่อน

       ไก่ที่บ้านเธอฟักไข่ออกมาได้ลูกไก่หกตัว จึงแบ่งให้เธอสองตัว

       เนื่องจากตอนนี้ยังเป็นระบบรวมศูนย์ ทุกครัวเรือนสามารถเลี้ยงไก่ได้คนละสองตัวตามจำนวนสมาชิก

       ปีนี้ที่บ้านฆ่าไก่ไปแล้วสองตัว ตอนนี้ต้องฟักลูกไก่ใหม่ เมื่อเลี้ยงให้โตขึ้นอีกหน่อย ไก่ตัวใหญ่ก็สามารถฆ่าได้อีก แบบนี้ก็จะไม่กลัวว่าจะไม่มีเนื้อกิน ที่บ้านก็พอจะเสริมสารอาหารได้บ้าง ไม่ถึงกับไม่มีเนื้อกินตลอดทั้งปี

       โจวเม่ยหรี่ตาลงด้วยความสงสัย เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำพูดของซูเจียวเจียว ถ้าจะเลี้ยงลูกไก่ จะต้องพิถีพิถันถึงขนาดขึ้นเขามาเก็บใบไม้ให้ลูกไก่กินเลยหรือ ลูกไก่จะกินใบไม้แบบนี้ได้อย่างไร?

       ซูเจียวเจียวต้องโกหกแน่ๆ!

       มองซูเจียวเจียวที่เดินอยู่ข้างหน้า แล้วมองไปที่ทางภูเขาที่คดเคี้ยวและลาดชันข้างๆ โจวเม่ยก็แข็งใจ ตั้งใจเดินไปข้างหน้า ต้องการจะชนซูเจียวเจียวให้ตกลงไป

       ซูเจียวเจียวระมัดระวังอยู่แล้ว พอเธอชนเข้ามา ก็รีบหลบไปด้านข้าง

       ทางภูเขาแคบ ด้านหนึ่งติดกับภูเขา อีกด้านหนึ่งเป็นทางลาดลงไป

       ซูเจียวเจียวหลบไปทางด้านที่ติดกับภูเขาได้อย่างหวุดหวิด แต่ฝ่ามือกลับไปถูกหินแหลมคมและกิ่งไม้แห้งบาดจนเลือดอาบ

       โจวเม่ยทำร้ายผู้อื่นไม่สำเร็จ เกือบจะพลัดตกลงไปในทางลาดเองเสียแล้ว

       ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เธอกอดขาซูเจียวเจียวไว้ “ซูเจียวเจียว รีบดึงฉันขึ้นไป ฉันกำลังจะตกลงไปแล้ว”

       ซูเจียวเจียวเตะเข้าที่มือของเธอ “เธออยากจะฆ่าฉัน แล้วยังคิดให้ฉันดึงเธอขึ้นไปอีกหรือ ช่างคิดได้นะ!”

       โจวเม่ยเจ็บปวดจึงปล่อยมือออก เพราะแรงเฉื่อยจากร่างกายที่ไถลลงไปช่วงหนึ่ง ทำให้โจวเม่ยร้องโหยหวนด้วยความตกใจ โชคดีที่บนเขานี้เต็มไปด้วยต้นไม้ โจวเม่ยชนเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่ง จึงหยุดการไถลลงมาได้

       โจวเม่ยปีนลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล จึงพบว่าเสื้อผ้าของเธอขาดเป็นรอย มือและเท้าก็ถูกบาดจนเป็นแผล เลือดซึมออกมาจากผิวหนัง เธอเจ็บจนเหงื่อเย็นซึมออกมา

       โจวเม่ยเดินไปสองสามก้าว แล้วพบว่าขาของเธอน่าจะพลิก เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “อ๊า! ขาฉัน!”

       ซูเจียวเจียวเก็บตะกร้าที่ถูกชนจนล้มลงบนพื้น ใบเฉาก๊วยที่เธอเก็บมาก็กระจัดกระจายไปหมด

       ซูเจียวเจียวเก็บใบเฉาก๊วยกลับคืนมา ใส่ตะกร้าเรียบร้อย แล้วก็เดินลงจากเขาไป

       โจวเม่ยพลันร้อนใจ “ซูเจียวเจียว ฉันยังไม่ขึ้นไปเลย รีบดึงฉันขึ้นไปสิ!”

       ซูเจียวเจียวหยุดเท้า ราวกับเพิ่งจะเห็นโจวเม่ยที่กลิ้งตกลงไปในทางลาด “อ๊ะ โจวเม่ย เธอตกลงไปตรงนั้นได้อย่างไร?”

       ผมเปียที่โจวเม่ยถักไว้ก่อนหน้านี้ก็หลุดลุ่ยยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว ผมของเธอมีกิ่งไม้แห้งและเศษใบไม้เน่าติดอยู่ หน้าผากมีรอยแดง มีเลือดสีแดงสดไหลออกมาเล็กน้อย

       ใบหน้าของโจวเม่ยขาวซีดราวกับกระดาษ นัยน์ตาเบิกโพลง สภาพดูไม่ได้ ทั้งยังเจ็บปวดแสนสาหัส

       เธอร้องตะโกน “ขาฉันน่าจะบาดเจ็บถึงกระดูกจนขยับไม่ได้แล้ว เธอรีบดึงฉันขึ้นไปเถอะนะ!”

       ซูเจียวเจียวมองลงไปข้างล่าง แล้วโบกมือปฏิเสธรัวๆ ด้วยท่าทางหวาดกลัว “ไม่ได้ ไม่ได้ มันสูงเกินไป! ฉันกลัวความสูง! เธอรออยู่ที่นั่นนะ ฉันจะกลับไปตามคนมาดึงเธอขึ้นไป”

       “นี่ อย่าไปนะ...”

       ซูเจียวเจียวไม่สนใจเสียงตะโกนของโจวเม่ยที่อยู่ข้างล่าง ถือตะกร้าเดินจากไป

       ดึงโจวเม่ยขึ้นไปงั้นหรือ?

       ฝันไปเถอะ!

       เมื่อครู่เธอยังคิดจะชนฉันเลย ถ้าไม่ใช่เพราะฉันระมัดระวัง เธออาจจะชนฉันจนตกลงไปก็ได้!

       ถึงตอนนั้นคนที่หัวแตกเลือดอาบก็จะเป็นฉันเอง!

       ซูเจียวเจียวลงจากเขา กลับไปที่หมู่บ้าน แต่ไม่ได้ไปช่วยโจวเม่ยหาคน ปล่อยให้เธออยู่ที่นั่นอีกสักพัก เมื่อครู่ฟังจากเสียงร้องของโจวเม่ยแล้ว ดูท่าจะไม่มีบาดแผลร้ายแรงอะไรมากนัก อย่างมากก็คงเป็นแผลเล็กๆ น้อยๆ

       รอให้ใกล้ค่ำค่อยไปช่วยเธอหาคน ดูสิว่าคราวหน้าเธอยังจะกล้าทำร้ายผู้อื่นอีกหรือไม่!

       ซูเจียวเจียวกลับถึงบ้าน เซียวหยวนซินเห็นมือของเธอเต็มไปด้วยเลือด หลายแห่งมีรอยถลอก จึงรีบร้อนพูดว่า “เป็นอะไรไป ทำไมถึงล้มจนเจ็บหนักขนาดนี้ ไป ฉันจะพาเธอไปหาหมอประจำหมู่บ้าน”

       “ไม่มีอะไรหรอก แค่ถลอกนิดหน่อย ดูเหมือนเลือดออกเยอะ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอะไรมาก” ซูเจียวเจียววางตะกร้าลงแล้วพูด

       “บาดเจ็บขนาดนี้แล้วจะบอกว่าไม่มีอะไรได้อย่างไร มันต้องไปหาหมอ ถ้าแผลติดเชื้อเป็นหนองขึ้นมาก็ยุ่งเลยนะ ไป เราไปตอนนี้เลย” เซียวหยวนซินสั่งหลิวหยวนหยวนให้เล่นอยู่ในห้อง อย่าออกมา ส่วนเธอจะไปเป็นเพื่อนซูเจียวเจียวไปหาหมอ

       ซูเจียวเจียวกล่าวว่า “บาดแผลเล็กน้อยแค่นี้ ฉันไปหาหมอเองได้ พี่อยู่บ้านดูแลหยวนหยวนเถอะ”

       หลิวหยวนหยวนกล่าวว่า “แม่คะ หนูไปเป็นเพื่อนน้าสะใภ้ก็ได้ค่ะ หนูรู้ว่าบ้านหมออยู่ไหน ครั้งก่อนหนูเคยไปมาแล้ว”

       ซูเจียวเจียวอดหัวเราะไม่ได้ “ดีเลย งั้นให้หยวนหยวนไปเป็นเพื่อนน้าก็แล้วกัน”

       “น้าสะใภ้คะ หนูจะประคองน้าสะใภ้ไป น้าสะใภ้ระวังด้วยนะคะ” หลิวหยวนหยวนประคองซูเจียวเจียว ทำให้ซูเจียวเจียวอดหัวเราะทั้งน้ำตาไม่ได้

       “น้าสะใภ้เธอแค่เจ็บมือ ไม่ได้ขาหัก ฉันเดินเองได้”

       “น้าสะใภ้บาดเจ็บ ก็คือคนป่วย หนูต้องดูแลคนป่วย อีกอย่างน้าสะใภ้ดีกับหนู หนูก็ต้องดีกับน้าสะใภ้ด้วยสิ”

       เสียงเล็กๆ ของหลิวหยวนหยวนเต็มไปด้วยความแน่วแน่

       ซูเจียวเจียวจึงตามใจเธอ แม้จะบอกว่าประคอง แต่จริงๆ แล้วคือเธอต่างหากที่จูงมือหลิวหยวนหยวนไป

       ทั้งสองคนมาถึงบ้านหมอประจำหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

       หลังจากฆ่าเชื้อและทายาแล้ว ก็พันแผลด้วยผ้าก๊อซ

       ตอนฆ่าเชื้อเจ็บจริงๆ น้ำยาฆ่าเชื้อไปโดนแผลที่ถลอก เจ็บจนตาของซูเจียวเจียวแดงก่ำ

       จากนั้นซูเจียวเจียวก็เพิ่งรู้ว่า ไม่ใช่แค่ฝ่ามือของเธอที่ถลอก แต่แม้แต่ข้อมือก็มีรอยถลอกค่อนข้างใหญ่สองแห่ง

       เพราะก่อนหน้านี้มีฝุ่นและดินติดอยู่ เลือดแข็งตัวแล้ว เธอคิดว่าแผลไม่ลึก แต่พอทำความสะอาดแล้วถึงได้รู้ว่าแผลไม่เล็กเลย

       “น้าสะใภ้อดทนไว้นะคะ เดี๋ยวหนูเป่าเพี้ยงๆ ก็หายเจ็บแล้วค่ะ” หลิวหยวนหยวนยืนอยู่หน้าซูเจียวเจียว ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แล้วก็เป่าเบาๆ ที่แผลที่ฆ่าเชื้อแล้วของเธอ


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^