บทที่ 125 สลบไสล [2]
บทที่ 125 สลบไสล [2]
หมอประจำหมู่บ้านหัวเราะ “หนูน้อยคนนี้น่ารักและกตัญญูจริงๆ เด็กผู้หญิงนี่แหละที่อ่อนโยนกับใจที่สุด”
ซูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มบนใบหน้า “หยวนหยวนเป็นเด็กดีมากจริงๆ ค่ะ แถมยังน่ารักด้วย”
รู้สึกเหมือนการเป่าเพี้ยงๆ ของหลิวหยวนหยวนช่วยให้ความเจ็บปวดลดลงไปได้จริงๆ
พอหมอประจำหมู่บ้านพันแผลเสร็จ เซียวหยวนหมิงก็มาถึงพอดี
เขาดูเหมือนจะวิ่งมาอย่างรีบร้อน เหงื่อไหลท่วมศีรษะ ลำคอ และทั่วทั้งร่างกาย เสียงหอบหายใจของเขาหนักหน่วง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจับจ้องอยู่ที่ซูเจียวเจียวอย่างไม่ละสายตา
“เจียวเจียว คุณเป็นยังไงบ้าง? ล้มเจ็บหนักหรือเปล่า?”
เซียวหยวนหมิงเดินเข้าไปในห้องตรวจขนาดเล็ก ถามด้วยใบหน้ากังวล ขณะที่สายตาของเขามองไปยังมือของซูเจียวเจียวที่ถูกพันด้วยผ้าก๊อซ และพบว่าทั้งข้อมือและฝ่ามือของเธอถูกพันผ้าก๊อซไว้
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันทันที “ทำไมล้มจนเจ็บหนักขนาดนี้!”
“อาหมิง คุณมาได้ยังไงคะ?” ซูเจียวเจียวมองเขาอย่างประหลาดใจ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะมาที่นี่ในตอนนี้ เพราะยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลย
หญิงสาวเบิกตากลมโตชื้นน้ำมองเขา
หัวใจของเซียวหยวนหมิงเต้นแรง เขากุมมือที่บาดเจ็บของเธอเบาๆ “ล้มได้ยังไง?”
ซูเจียวเจียวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันแค่เดินไม่ระวังเอง คุณยังไม่เลิกงานไม่ใช่เหรอคะ? แล้วนี่รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”
เซียวหยวนหมิงตอบ “เมื่อกี้ผมกำลังแบกไม้ลงมา แล้วบังเอิญเจอพี่สาว เธอบอกว่าคุณมาที่นี่ ผมก็เลยรีบมาดู”
ดวงตาของเขาฉายแววลึกซึ้งขณะมองเธอ “ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? คุณบอกผมไม่ได้จริงๆ หรือ?”
ซูเจียวเจียวมองหมอประจำหมู่บ้านที่อยู่ข้างๆ แล้วยิ้ม “คุณกังวลอะไรขนาดนั้นเล่า ดูสิคะ ฉันไม่เป็นอะไรหรอก แค่เดินไม่ระวังจนลื่นล้มเอง”
เซียวหยวนหมิงเข้าใจความหมายของซูเจียวเจียวทันที เขาย่อตัวลงตรงหน้าซูเจียวเจียว “ผมจะแบกคุณกลับบ้าน”
ซูเจียวเจียวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ฉันแค่บาดเจ็บนิดหน่อยเองนะคะ”
“ขึ้นมา”
เสียงทุ้มต่ำเย็นชาของชายหนุ่มดังขึ้นในอากาศ แฝงความหมายที่ยากจะปฏิเสธได้
ซูเจียวเจียวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ทำได้เพียงคลานขึ้นไปบนหลังของเขาอย่างเชื่อฟัง
เซียวหยวนหมิงยืนขึ้น มองหนูน้อยที่อยู่ตรงเท้า “หยวนหยวน หนูเดินกลับเองได้ไหมครับ?”
หลิวหยวนหยวนยิ้มกว้าง เผยฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ “คุณน้าชายแบกน้าสะใภ้กลับไปเถอะค่ะ หนูเดินเองได้ น้าสะใภ้บาดเจ็บ ต้องมีคนดูแลนะ”
เซียวหยวนหมิงยิ้ม “หยวนหยวนของเรานี่น่ารักจริงๆ”
เซียวหยวนหมิงแบกซูเจียวเจียวเดินไปตามทางเล็กๆ ในชนบท โดยมีหลิวหยวนหยวนเดินตามต้อยๆ อยู่ข้างหลัง
“เจียวเจียว ตอนนี้คุณบอกผมได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เซียวหยวนหมิงเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ จึงเอ่ยปากถาม
ซูเจียวเจียวโอบรอบคอเขา วางศีรษะลงบนไหล่ของเขาเบาๆ แล้วเล่าเรื่องที่เธอเจอโจวเม่ยให้เขาฟัง
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเซียวหยวนหมิงก็พลันมืดครึ้มลง ในที่ที่ซูเจียวเจียวมองไม่เห็น ดวงตาของเขามีประกายเย็นชาปรากฏขึ้น ที่แท้ก็โจวเม่ยอีกแล้ว
ซูเจียวเจียวเห็นเขาเงียบไม่พูดอะไร และไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เธอก็เลยเอ่ยขึ้น “ถึงฉันจะเจ็บมือ แต่โจวเม่ยเจ็บหนักกว่าฉันเยอะ เธอตกลงไปที่เนินลาดข้างล่าง แถมยังอยากให้ฉันช่วยดึงขึ้นมาอีก ฝันไปเถอะ ฉันไม่มีทางดึงโจวเม่ยขึ้นมาหรอกค่ะ แต่ฉันบอกแล้วว่าจะไปตามคนมาช่วยเธอ ฉันจะรอให้มืดก่อนแล้วค่อยไปตามคนมาช่วย”
เซียวหยวนหมิงตอบ “เรื่องนี้คุณไม่ต้องกังวลหรอก เดี๋ยวผมจะไปตามคนมาช่วยเธอเอง”
ซูเจียวเจียวพยักหน้า “ได้ค่ะ คุณไปก็ได้”
เมื่อถึงบ้าน เซียวหยวนหมิงให้ซูเจียวเจียวพักผ่อนให้เต็มที่ และไม่ต้องไปเก็บใบเฉาก๊วยอีกแล้ว
ถึงแม้เฉาก๊วยจะอร่อย แต่เทียบกับความปลอดภัยของเจียวเจียวแล้ว มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด
“เข้าใจแล้วค่ะ”
เซียวหยวนหมิงกำชับหลิวหยวนหยวนอีกครั้ง “หยวนหยวน น้าฝากลูกดูแลน้าสะใภ้ด้วยนะ จำไว้ว่าอย่าให้น้าสะใภ้เดินไปซนที่ไหน แล้วก็อย่าให้มือโดนน้ำนะรู้ไหม?”
หลิวหยวนหยวนพยักหน้าอย่างจริงจัง “คุณน้าสบายใจได้เลยค่ะ! หนูจะดูแลน้าสะใภ้อย่างดีแน่นอน จะไม่ให้น้าสะใภ้ไปเดินซนที่ไหนเลย แล้วก็จะไม่ให้มือโดนน้ำเด็ดขาดด้วยค่ะ”
พูดพลางมือเล็กๆ ก็จับมืออีกข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บของซูเจียวเจียว “น้าสะใภ้คะ ถ้าอยากดื่มน้ำก็บอกหนูนะคะ หนูจะรินให้เอง แล้วน้าสะใภ้ต้องเป็นเด็กดีนะคะ อย่าเดินซนไปไหนมาไหน เพราะไม่อย่างนั้นน้าสะใภ้จะไม่ใช่เด็กดีแล้วนะ”
ซูเจียวเจียวมองคนตัวเล็กกับคนตัวโตตรงหน้า ก็อดหัวเราะไม่ได้ “จ้าๆ เข้าใจแล้ว ฉันจะไม่เดินซนไปไหนแล้ว สบายใจได้หรือยังเอ่ย?”
เซียวหยวนหมิงพยักหน้า แล้วหันหลังเดินจากไป
…
“มีใครอยู่ไหมคะ? ช่วยด้วย!”
โจวเม่ยร้องจนเสียงแหบแห้ง ร้องไห้สะอึกสะอื้นพร้อมกับสาปแช่งซูเจียวเจียวอย่างเกรี้ยวกราด
ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อไหลท่วมหน้าผาก ทั้งร้อนทั้งเจ็บปวดผสมปนเปกัน ทำให้เธอทรมานเกินจะทานทน
ทั้งหมดเป็นเพราะซูเจียวเจียว นางสารเลวนั่น!
ถ้าไม่ใช่เพราะซูเจียวเจียวละก็ เธอจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร!
เธอตะโกนมาตั้งนานแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาคนเลย!
บ้าเอ๊ย!
คนแถวนี้ตายกันหมดแล้วหรือไง?
อีกทั้งที่นี่ยังกันดารยิ่งกว่าที่ใด ไก่ยังไม่ออกไข่ นกก็ไม่ถ่ายมูล เธอจะไม่ย่างกรายมาที่นี่อีกเป็นอันขาด!
นอกจากนี้ ซูเจียวเจียวน่ะเหรอ หล่อนมันคนใจร้ายชัดๆ!
ฉันก็แค่ถามไปไม่กี่คำเอง เธอก็ไม่ยอมบอก แถมยังทำให้ฉันล้มลงมาอีก!
ซูเจียวเจียวไปนานขนาดนี้แล้วยังไม่กลับมา แสดงว่าต้องไม่ได้ไปตามคนแน่!
เธอจงใจแกล้งฉัน!
จงใจไม่ตามคนมาช่วยฉัน!
โจวเม่ยพยายามปีนขึ้นไปเอง ทว่าเพราะขาของเธอเจ็บเกินไปก็เลยปีนไม่ขึ้น ถ้าไม่เจ็บขาละก็ เธอคงปีนขึ้นไปได้สบายๆ ตั้งนานแล้ว
ในขณะนั้น โจวเม่ยเหมือนได้ยินเสียง ‘ฟ่อๆ’
เธอมองกลับไป ก็เห็นงูตัวหนึ่งกำลังเลื้อยเข้ามาหา พร้อมกับแลบลิ้นยาวๆ ออกมา
“กรี้ดดดดด! งู!”
โจวเม่ยกรีดร้องเสียงดัง เธอตกใจจนใบหน้าซีดเผือดกว่าเดิม สองขาก็ถอยหลังไปเรื่อยๆ “อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา ฮือๆๆ … มีใครอยู่ไหม มีใครอยู่ไหมคะ… ช่วยด้วย!”
โจวเม่ยไม่ทันระวังจึงหกล้มไปด้านหลัง ร่างทั้งร่างกลิ้งลงไปด้านล่าง จนหายลับไปในพงหญ้า
หลังจากที่โจวเม่ยกลิ้งตกลงไปแล้ว ร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากหลังต้นไม้ นั่นคือเซียวหยวนหมิง
เซียวหยวนหมิงก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว คว้าคองูตัวนั้นขึ้นมา แล้วมองพงหญ้าด้านล่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
แค่งูทางมะพร้าวที่ไม่มีพิษ ก็ตกใจขนาดนี้แล้ว
เซียวหยวนหมิงกลับไปที่ถนนสายหลัก และพบกับหลี่เอ้อร์โก่วและหลี่ต้าเฉวียนที่เพิ่งแบกไม้ลงมาพอดี
หลี่ต้าเฉวียนถาม “พี่อาหมิง เมื่อกี้ไปไหนมา ทำไมไปนานจัง?”
เซียวหยวนหมิงตอบ “ผมเจอเจียวเจียว เธอบอกว่ายุวชนโจวตกลงไปที่เนินลาดด้านล่าง ให้มาตามคนช่วยดึงเธอขึ้นมา”
พอได้ยินว่าเป็นโจวเม่ย หลี่ต้าเฉวียนก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นชีวิตคน เขาก็เลยถาม “ที่ไหนล่ะ? พี่นำทางไปเลย”
ทว่าหลี่เอ้อร์โก่วที่อยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้นก็รีบทิ้งไม้ลงทันที “เซียวหยวนหมิง ยุวชนโจวตกลงไปที่ไหน? ผมจะไปช่วยด้วย!”
เซียวหยวนหมิงทอดสายตาไปยังหลี่เอ้อร์โก่วอย่างมีความนัย “ได้สิ นายไปกับเราเถอะ เพิ่มอีกคนก็เพิ่มแรงอีกหนึ่ง”
ได้ยินดังนั้น หลี่เอ้อร์โก่วก็เผยสีหน้ายินดี เขาไม่คิดเลยว่าเซียวหยวนหมิงจะพูดง่ายขนาดนี้ แถมยังตอบรับเขาอีกด้วย!
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^