LNCrawler

บทที่ 126 เลือดกำเดาไหล

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 126 เลือดกำเดาไหล

        หลี่ต้าเฉวียนมองหลี่เอ้อร์โก่วด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยาม “หลี่เอ้อร์โก่ว บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่านายกำลังคิดเรื่องไม่ดีอะไรอยู่”

       หลี่เอ้อร์โก่วเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นคนขี้เกียจตัวพ่อ แต่ตอนนี้กลับอยากจะไปช่วยคนด้วยกัน เขาจะเชื่อได้อย่างไร หลี่เอ้อร์โก่วเป็นคนดีขนาดนั้นเชียว

       หลี่เอ้อร์โก่วรีบเชิดอกขึ้น พลางทำท่าทางราวกับเป็นผู้ผดุงคุณธรรม “หลี่ต้าเฉวียน นายดูถูกใครน่ะ ฉันหลี่ฟู่กุ้ยได้กลับตัวกลับใจเป็นคนใหม่แล้ว และอีกอย่าง ตอนนี้ฉันชื่อหลี่ฟู่กุ้ยต่างหาก! หลี่ฟู่กุ้ย!”

       “หึ!” หลี่ต้าเฉวียนพ่นลมหายใจอย่างดูแคลน

       เซียวหยวนหมิงกล่าว “ตอนนี้การช่วยคนสำคัญกว่า รีบไปกันเถอะ!”

       หลี่เอ้อร์โก่วเห็นว่าพวกเขาเดินไปกันหมดแล้ว จึงรีบทิ้งไม้ในมือและตามไปทันที

       ในบรรดายุวชนหญิงของหมู่บ้าน นอกจากซูเจียวเจียวแล้ว ก็มีโจวเม่ยที่สวยที่สุด

       อย่างไรเสีย เขาไม่มีทางยอมทิ้งโจวเม่ยไว้เบื้องหลังเป็นอันขาด!

       อันที่จริง หลังจากได้เห็นเซียวหยวนหมิงแต่งงานกับซูเจียวเจียวแล้ว ชีวิตของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะริษยาและอิจฉาในใจ เขาเองก็อยากแต่งงานกับยุวชนหญิงสักคนมาเป็นภรรยา

       เขาไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดจะจีบโจวเม่ย แต่โจวเม่ยไม่เคยสนใจเขาเลยต่างหาก หากเธออารมณ์ดีก็จะสนใจเขาบ้าง หากอารมณ์ไม่ดีก็จะไม่ชายตามองเขาเลย

       ตอนนี้มีโอกาสดีเช่นนี้ เขาย่อมต้องตามไปด้วยอยู่แล้ว

       ในใจเขายิ่งรู้สึกโชคดีที่เมื่อครู่เขาได้ตามไปขนไม้ลงจากเขา จึงได้รับโอกาสดีเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นเซียวหยวนหมิงก็จะเรียกแค่หลี่ต้าเฉวียนไปคนเดียว ซึ่งก็จะทำให้หลี่ต้าเฉวียนได้ประโยชน์ไปทั้งหมดไม่ใช่หรือ

       หากหลี่ต้าเฉวียนแสดงความสามารถต่อหน้าโจวเม่ยได้ดี จนโจวเม่ยหลงรักหลี่ต้าเฉวียนแล้ว เขาก็จะไม่มีโอกาสเลยใช่ไหม

       เซียวหยวนหมิงมองออกถึงความคิดของหลี่เอ้อร์โก่ว ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงเดินนำไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ

       เมื่อถึงบริเวณเนินลาด หลี่เอ้อร์โก่วก็รีบปีนลงไปอย่างกระตือรือร้น พลางตะโกนไปด้วย “ยุวชนโจว ยุวชนโจว…”

       ส่วนหลี่ต้าเฉวียนก็ชะโงกหน้าลงไปมอง “ทำไมไม่เห็นยุวชนโจวเลย หรือว่าเธอปีนขึ้นมาเองแล้วก็จากไปแล้ว”

       เซียวหยวนหมิงส่ายหน้าอย่างจริงจัง “ไม่รู้สิ อาจจะปีนขึ้นมาเองแล้วจากไปแล้วก็ได้ งั้นเรากลับกันเถอะ”

       หลี่เอ้อร์โก่วเห็นดังนั้นก็รีบตะโกน “พวกนายอย่าเพิ่งไปนะ ถ้าเกิดยุวชนโจวกลิ้งลงไปข้างล่างจะทำยังไง อย่างน้อยก็ลงไปช่วยกันหาหน่อยสิ”

       “หลี่เอ้อร์โก่ว ยุวชนโจวต้องไม่อยู่ข้างล่างนี้แน่ๆ นายตะโกนตั้งนานก็ไม่มีใครตอบกลับเลย” หลี่ต้าเฉวียนกล่าว

       เซียวหยวนหมิงกล่าว “ถ้านายหาตรงนี้ ฉันกับต้าเฉวียนจะกลับไปแบกไม้ก่อนดีไหม”

       หลี่เอ้อร์โก่วกลอกตาไปมา พลางจ้องมองรองเท้าหนังสำหรับผู้หญิงที่ตกอยู่บนพื้น และใช้ร่างกายบังรองเท้าไว้ จากนั้นก็ตะโกนขึ้นไปหาเซียวหยวนหมิงและหลี่ต้าเฉวียนที่อยู่ข้างบนว่า “ได้สิ งั้นพวกนายสองคนกลับไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะหาคนต่อ”

       เมื่อมองเห็นเงาร่างของเซียวหยวนหมิงและหลี่ต้าเฉวียนที่เดินจากไป หลี่เอ้อร์โก่วก็รีบก้มลงหยิบรองเท้าบนพื้นขึ้นมาดูอย่างละเอียด รองเท้าคู่นี้ต้องเป็นของโจวเม่ยที่ทำหล่นไว้แน่ๆ!

       ในเมื่อรองเท้าของโจวเม่ยยังอยู่ที่นี่ โจวเม่ยก็ต้องตกลงไปข้างล่างไม่ผิดแน่!

       ถ้าเขาปีนลงไปแล้วเจอโจวเม่ยคนเดียวละก็ เธอต้องประทับใจในตัวเขามากแน่ๆ!

       บางทีด้วยความซาบซึ้ง เธออาจจะยอมมอบกายให้เขาเลยก็ได้!

       หลี่เอ้อร์โก่วคิดยิ่งก็ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข เขาออกแรงค้นหาไปทั่ว และในที่สุดก็เห็นร่องรอยการล้มในพุ่มไม้ด้านล่าง และดูเหมือนว่าจะมีร่างหนึ่งนอนอยู่ข้างใน

       “ยุวชนโจว!”

       หลี่เอ้อร์โก่วแสดงสีหน้าตื่นเต้น เขาปีนลงไปอย่างรวดเร็ว และก็พบโจวเม่ยที่สลบไปในพุ่มไม้จริงๆ

       โจวเม่ยมีใบหน้าซีดเผือด ดวงตาปิดสนิท ผมเปียเส้นหนึ่งหลุดลุ่ยและกระจายไปบนใบหน้า ภายใต้ขนตายาวงอน ดวงตาคู่หนึ่งปิดสนิท ดูน่าสงสารราวกับดอกไม้อ่อนแอที่ถูกย่ำยี ทำให้หัวใจของหลี่เอ้อร์โก่วเต้นรัวเร็ว

       โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสายตาของหลี่เอ้อร์โก่วตกลงบนหน้าอกของโจวเม่ย เขาก็ยิ่งหายใจถี่ขึ้น

       เพราะเสื้อบริเวณหน้าอกของโจวเม่ยขาดจากการที่เธอร่วงลงมาถูกกิ่งไม้ ทำให้เผยให้เห็นผิวสีขาวบริสุทธิ์บริเวณหน้าอก

       หลี่เอ้อร์โก่วไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน เขาอดทนไม่ไหว รู้สึกร้อนที่จมูกราวกับมีของเหลวกำลังไหลออกมา

       เขาเอื้อมมือไปแตะจมูก จึงพบว่าเป็นเลือดกำเดา

       หลี่เอ้อร์โก่วใช้มือป้ายเลือดกำเดาเช็ดออกอย่างลวกๆ แต่สายตาของเขาก็ยังคงจ้องมองไปที่ผิวสีขาวบริสุทธิ์นั้นอย่างไม่ละสายตา

       ไหนๆ ยุวชนโจวสลบไปแล้ว ถ้าเขาเผลอแตะต้องเธอสักหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกใช่ไหม

       เพราะเขาก็กำลังจะช่วยเธอไม่ใช่หรือ

       ดังนั้นเมื่อหลี่เอ้อร์โก่วอุ้มโจวเม่ยขึ้นมา มือของเขาก็ ‘บังเอิญ’ ไปแตะต้องบริเวณที่อ่อนนุ่มนั้นหลายครั้ง

       เมื่อเห็นว่าโจวเม่ยยังไม่มีท่าทีที่จะฟื้น เขาจึงใช้มือข้างหนึ่งจับไปที่บริเวณนั้นโดยตรง

       โจวเม่ยค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา แต่สมองของเธอยังคงมึนงงและไม่รู้สึกตัวดี เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ทำให้หลี่เอ้อร์โก่วตกใจจนรีบปล่อยมือและทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ด้วยท่าทางที่แสดงความรู้สึกผิดที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา

       “ยุวชน… ยุวชนโจว คุณ คุณ คุณฟื้นแล้วหรือ”

       ด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัว หลี่เอ้อร์โก่วถึงกับพูดติดอ่าง

       โจวเม่ยยังคงมองเห็นภาพไม่ชัดนัก แต่ก็ยังจำได้ว่าชายตรงหน้าคือหลี่เอ้อร์โก่ว

       เธอเอื้อมมือไปหาเขาด้วยเสียงแหบพร่า “ช่วย… ช่วยฉันด้วยค่ะ…”

       หลี่เอ้อร์โก่วเห็นว่าเธอฟื้นแล้ว และเพียงขอให้เขาช่วยเท่านั้น ไม่ได้พูดถึงเรื่องเมื่อครู่ เขาก็โล่งใจอย่างมาก ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

       หลี่เอ้อร์โก่วสงบจิตใจลง แล้วรีบพยักหน้า “เข้าใจแล้วๆๆ ผมจะช่วยคุณขึ้นไปเดี๋ยวนี้”

       หลี่เอ้อร์โก่วต้องการจะอุ้มโจวเม่ยขึ้นมา แต่เขารู้สึกว่ามันหนักมาก แม้ว่าเขาจะทำงานทุกวัน แต่ก็ไม่ได้ทำงานหนักมากนัก ดังนั้นแรงของเขาก็เลยไม่เยอะเท่าไร เขาใช้แรงทั้งหมดอุ้มหญิงสาวขึ้นมาอย่างยากลำบาก และอุ้มเธอไว้แน่นในอ้อมแขน

       หลี่เอ้อร์โก่วรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก โชคดีที่ครั้งนี้เขาฉลาดที่แอบบังรองเท้าของโจวเม่ยไว้ ไม่อย่างนั้นถ้ามีเซียวหยวนหมิงและหลี่ต้าเฉวียนอยู่ด้วยละก็ เรื่องดีๆ แบบวันนี้จะมาถึงเขาได้อย่างไรกัน

       เซียวหยวนหมิงแต่งงานกับซูเจียวเจียวไปแล้ว ส่วนหลี่ต้าเฉวียนก็เป็นพี่น้องที่ดีของเซียวหยวนหมิง เขาต้องอยากให้หลี่ต้าเฉวียนแต่งงานกับโจวเม่ยแน่ๆ

       แต่ละคนได้แต่งงานกับยุวชนหญิงเป็นภรรยา เหอะ... ช่างคิด ช่างฝัน ช่างเพ้อเจ้อกันเสียเหลือเกิน

       โจวเม่ยยังคงมึนหัวอยู่ ตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของหลี่เอ้อร์โก่ว ยิ่งทำให้เธอรู้สึกอยากอาเจียนมากขึ้นไปอีก

       กลิ่นเหงื่อและกลิ่นตัวของหลี่เอ้อร์โก่วทำให้เธอแทบจะอาเจียนออกมา แต่ตอนนี้เธอไม่มีแรง ขาก็เจ็บ จึงทำได้แค่ทนสูดกลิ่นเหม็นฉุนนี้ต่อไป

       แต่หลี่เอ้อร์โก่วต้องอุ้มเธอไปด้วยและปีนขึ้นไปด้วย จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกายได้

       โจวเม่ยรู้สึกรังเกียจอย่างที่สุด แต่ก็ไม่มีทางเลือก ตอนนี้ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว ใครจะรู้ว่าจะมีอะไรออกมาจากบนภูเขาในตอนกลางคืนบ้าง…

       ก่อนหน้านี้โจวเม่ยเพิ่งจะเจออสรพิษตัวหนึ่ง จึงตกใจล้มลงจนสลบไป

       ในที่สุดหลี่เอ้อร์โก่วก็ใช้แรงทั้งหมดลากโจวเม่ยขึ้นมาบนทางบนภูเขาได้สำเร็จ หลี่เอ้อร์โก่วเหนื่อยจนทรุดลงบนพื้นราวกับสุนัขบ้านตัวหนึ่ง หอบหายใจอย่างหนัก

       โจวเม่ยถูกลากขึ้นมา สภาพของเธอก็ไม่ได้ดีไปกว่าหลี่เอ้อร์โก่วมากนัก หรืออาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^