LNCrawler

บทที่ 128 ฉันจัดการเอง

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 128 ฉันจัดการเอง

        ไม่ว่าหลี่ต้าเฉวียนจะชื่นชอบใครจริงหรือไม่ แต่เรื่องที่จับต้นชนปลายไม่ได้เช่นนี้ หากยังไม่มีการเอ่ยปากออกมา ก็ไม่สมควรจะกล่าวถึง เพราะมันเป็นการทำลายชื่อเสียงของคนผู้นั้น จนอาจถูกคำครหาจากชาวบ้านสาดซัดจนจมดินได้

       บ้างก็ว่าเจ้าลิงผอมเพิ่งจากไป ภรรยาของตงเซิงก็เริ่มล่อลวงชายอื่นเสียแล้ว

       ยุคสมัยนี้ไม่ได้เป็นมิตรต่อสตรีเท่าไรนัก พอเกิดเรื่องอะไรขึ้น ก็มักจะโทษว่าเป็นความผิดของสตรีทั้งสิ้น บ้างก็ว่าสตรีเหล่านี้ยั่วยวนชาย บ้างก็ว่าทนความโดดเดี่ยวไม่ได้ แต่ไม่เคยมีใครนึกถึงเลยว่ามือข้างเดียวปรบมือไม่ดัง

       จางเหม่ยจวี๋หัวเราะคิกคัก “จริงแล้วๆ ซูเจียวเจียวคิดรอบคอบยิ่งนัก เป็นฉันเองที่พูดจาเหลวไหลไปหน่อย”

       หลังจากนั้นก็เปลี่ยนหัวข้อการสนทนา เป็นเรื่องที่ว่าเมื่อไรจะต่อสายไฟฟ้าเสร็จเสียที หากต่อเสร็จแล้ว ทุกคนก็จะมีไฟฟ้าใช้กันแล้ว

       ซูเจียวเจียวเองก็เฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อ เวลานี้การติดตั้งสายไฟก็เป็นไปตามที่เคยเป็นในชาติที่แล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

       เนื่องจากซูเจียวเจียวบาดเจ็บที่มือ เซียวหยวนซินจึงไม่ยอมให้เธอทำงานในบ้านเลย เรื่องทำอาหารและซักผ้า เธอจัดการเองทั้งหมด

       เซียวหยวนหมิงเองก็ปรนเปรอเธอเหมือนลูกรัก พี่น้องคู่นี้ดีกับเธออย่างหมดใจจริงๆ

        

       ซูเจียวเจียวจึงรับผิดชอบในการสอนหลิวหยวนหยวนอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ เพื่อให้เธอมีพื้นฐานความรู้แน่นตั้งแต่เด็ก พอขึ้นชั้นประถมหนึ่งจะได้ไม่ลำบาก

       หลิวหยวนหยวนเองก็ตั้งใจเรียน เขียนตัวอักษรได้เรียบร้อยสะอาดตา เหมือนใบหน้าเล็กๆ ที่ขาวสะอาดของเธอ มองแล้วก็ชวนให้หลงรัก

       ป้าหวังและป้าลู่ที่มักมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ ต่างก็พากันอิจฉา พวกเธอพากันชมว่าหลิวหยวนหยวนเป็นเด็กดี เฉลียวฉลาด ก่อนจะเข้าโรงเรียนก็สามารถเขียนตัวอักษรได้สวยงามถึงเพียงนี้ ไม่เหมือนหลานๆ ของพวกเธอที่เขียนตัวอักษรได้คดเคี้ยวไม่ต่างจากไก่เขี่ย

       หลังจากชมหลิวหยวนหยวนแล้วก็พากันชมซูเจียวเจียว ชมว่าเธอสอนได้ดี ยุวชนที่มีความรู้ก็เป็นผู้มีการศึกษาจริงๆ แม้แต่เด็กที่เธอสอนก็ยังเป็นเด็กดี ไม่เหมือนพวกเธอที่อ่านหนังสือไม่ออกแม้แต่สองตัวอักษร อยากจะสอนก็สอนไม่ได้

       ซูเจียวเจียวไม่ได้เสนอว่าจะให้หลานๆ ของพวกเธอมาให้เธอช่วยสอนการบ้านอะไร เพราะการสอนหนังสือเด็กไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งกว่านั้น อีกหนึ่งปีก็จะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เธอต้องจัดสรรเวลาทุกวินาทีให้ดี และเธอก็ต้องติวให้อาหมิงด้วย

       ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ เธอได้สอนอาหมิงให้เรียนจบหลักสูตร ม.4 ทั้งหมดแล้ว

       ปีนี้เธอเตรียมสอนอาหมิงให้เรียนหลักสูตร ม.5 ทั้งหมด เพื่อให้เรียนจบภายในสามเดือนก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนอีกสามเดือนที่เหลือก็จะใช้สำหรับทบทวนความรู้ทั้งหมดที่เรียนมา

       แม้เธอจะรู้ว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมาเปิดเป็นทางการอีกครั้งในเดือนธันวาคม ปี 1977 และเธอก็เคยเข้าร่วมการสอบครั้งนั้นมาแล้ว แต่ก็เป็นเวลานานเกินไปแล้ว โจทย์หลายข้อเธอก็จำไม่ได้แล้ว สามารถจำได้แค่บางข้อที่ประทับใจเป็นพิเศษ

       อย่างเช่นโจทย์เขียนเรียงความ เธอยังจำได้ดี

       ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท เธอก็ต้องตั้งใจเรียนให้ดี

       ยิ่งไปกว่านั้น ความรู้ที่ได้มาก็เป็นของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น หากได้เข้ามหาวิทยาลัย ได้ไปเมืองหลวง สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้ความรู้ทั้งสิ้น

       หากทำอย่างขอไปที สิ่งที่หลอกลวงก็คือตัวเองเท่านั้น

       ดังนั้นทุกครั้งที่ป้าหวังและป้าลู่พูดคุยหยอกล้อ เธอจึงไม่ได้ตอบอะไร โชคดีที่ป้าหวังและป้าลู่เป็นคนฉลาดและรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรพูด ซึ่งทำให้ซูเจียวเจียวค่อนข้างพอใจ

       ในฐานะเพื่อนบ้าน เธอหวังว่าจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายก่อนที่จะจากไป ในทางกลับกัน เวลาที่เธอและเซียวหยวนซินยุ่งๆ หลิวหยวนหยวนก็จะวิ่งมาเล่นที่บ้านพวกเธอ ป้าหวังและป้าลู่ก็จะช่วยดูแลบ้าง

       แน่นอนว่าซูเจียวเจียวก็ดีกับพวกเธอเช่นกัน บางครั้งเธอก็จะให้ลูกอมหรือขนมปังกรอบชิ้นเล็กๆ แก่ไห่จื่อ ลู่ลู่ และเสี่ยวหู่จื่อ

       จางเหม่ยจวี๋พูดคุยอยู่พักหนึ่ง แล้วก็กลับบ้านไป

       เซียวหยวนซินเตรียมทำอาหารเย็น ซูเจียวเจียวบอกให้เธอตุ๋นไก่ป่าที่เลี้ยงไว้ในลานบ้าน ตอนนั้นอาหมิงล่ามาได้สองตัว กินไปแล้วหนึ่งตัว ตอนนี้เหลืออีกหนึ่งตัว

       “พี่หยวนซิน คืนนี้ตุ๋นไก่ป่าให้อาหมิงบำรุงกำลังหน่อยนะคะ ออกแรงมากขนาดนี้ ไม่บำรุงร่างกายไม่ได้แล้ว นี่มันเป็นการสูญเสียพลังงานภายใน อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลงได้นะ”

       เซียวหยวนซินรู้ว่าซูเจียวเจียวเป็นคนที่รักน้องชายของเธอ จึงยิ้มและพยักหน้า “ได้เลย ฉันจะไปตุ๋นเดี๋ยวนี้ พออาหมิงเลิกงานกลับมา ก็คงจะพอดีกิน”

       เซียวหยวนซินทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ก่อไฟต้มน้ำอย่างคล่องแคล่ว เมื่อน้ำเดือดแล้วก็ไปฆ่าไก่ จากนั้นก็ลวกขนไก่ด้วยน้ำร้อน ไม่นานก็จัดการทำความสะอาดเรียบร้อย

       ซูเจียวเจียวคว้าพุทราจีนกำมือหนึ่งออกมาจากในบ้าน รวมถึงดอกเห็ดหลินจือที่เล็กที่สุดหนึ่งดอก และรากตังกุยเล็กๆ หนึ่งราก

       แม้จะบอกว่าเป็นเห็ดหลินจือดอกเล็กที่สุด แต่เห็ดหลินจือดอกนี้ก็ใหญ่เท่าชามข้าวแล้ว

       ซูเจียวเจียวตัดเห็ดหลินจือออกเล็กน้อย ส่วนที่เหลือก็เก็บกลับเข้าบ้านไป

       เธอเอาเห็ดหลินจือที่ตัดออกมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นแผ่นบางๆ แล้วเอาตังกุยเล็กๆ รากนั้นล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนๆ เช่นกัน

       ตังกุยรากเล็กๆ นี้เป็นสมุนไพรที่อาหมิงเคยเก็บไว้เมื่อก่อน ตากแห้งแล้วเก็บไว้

       สมุนไพรที่อาหมิงเก็บมา บางส่วนเขาก็เก็บไว้บำรุงร่างกายตัวเอง ส่วนที่เหลือก็เอาไปขาย

       ซูเจียวเจียวล้างพุทราจีนให้สะอาดแล้วใส่ลงในชามที่สะอาด แล้วจึงพูดกับเซียวหยวนซินว่า “พี่หยวนซินคะ เวลาตุ๋นไก่ ก็ใส่เห็ดหลินจือ ตังกุย และพุทราจีนลงไปด้วยนะคะ”

       เซียวหยวนซินได้ยินดังนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ “น้ำแกงไก่ป่าตุ๋นเห็ดหลินจือ มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่จะทำแบบนี้ได้ แต่น้ำแกงที่ตุ๋นแบบนี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากจริงๆ มีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจและจิตใจ เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานหนักเกินไป อาหมิงมีเธอรักก็ดีแบบนี้”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะ “พี่หยวนซินกับอาหมิงก็รักฉันเช่นกัน พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันค่ะ”

       เมื่อฟ้าเริ่มมืด เซียวหยวนหมิงก็เลิกงานกลับมา เหงื่อท่วมตัว แต่ทันทีที่ถึงหน้าลานบ้าน เขาก็ได้กลิ่นน้ำแกงไก่หอมกรุ่นปนกลิ่นยาจางๆ ที่ทำให้จิตใจสดชื่น

       ซูเจียวเจียวรอเขาอยู่ที่หน้าลานบ้านแล้ว “อาหมิง กลับมาแล้วเหรอคะ วันนี้ทำไมเลิกงานช้าจัง?”

       พูดไป ซูเจียวเจียวก็เดินเข้าไปหา ใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยเช็ดเหงื่อบนใบหน้าให้เขา

       “อย่าเลย ตอนนี้ผมสกปรกอยู่ ให้ผมจัดการเองดีกว่า”

       เซียวหยวนหมิงรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหน้าลวกๆ ด้วยตัวเอง เพราะเพิ่งทำงานกลับมา ตัวเต็มไปด้วยเหงื่อไคลและฝุ่นละออง ทั้งสกปรกและเหม็น เขากลัวว่าจะทำให้เธอรังเกียจ

       หลังจากเช็ดหน้าแล้ว เขาจึงพูดว่า “ไม้ดีๆ แถวนี้ถูกตัดไปเกือบหมดแล้ว วันนี้ไปหลังเขาที่ลึกกว่าเดิม ไปกลับก็เสียเวลาไปไม่น้อย”

       ซูเจียวเจียวได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกสงสารจับใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เรื่องงานหนักแบบนี้เธอทำไม่ไหวจริงๆ ยิ่งต้องแบกท่อนไม้ใหญ่ๆ หนักๆ เธอยิ่งทำไม่ไหว

       ท่อนไม้ใหญ่ๆ ที่พวกเขาตัด แต่ละท่อนหนักหลายสิบกิโลกรัม แถมยังต้องแบกจากป่าลึกลงมาจากเขา แล้วแบกกลับไปที่หมู่บ้าน คิดแล้วก็เหนื่อยแทน

       สิ่งที่เธอทำได้คือดูแลเรื่องหลังบ้าน ให้เขากลับมาบ้านแล้วได้กินข้าวที่อุ่นๆ หอมๆ ได้ใส่เสื้อผ้าที่สะอาด และได้นอนหลับสบายในยามค่ำคืน

       “น้ำแกงไก่ต้องตุ๋นอีกสักพักค่ะ อาหมิงอาบน้ำก่อนไหม?” ซูเจียวเจียวถาม

       “ดีครับ” เซียวหยวนหมิงมองภรรยาที่อ่อนโยนตรงหน้า ก็อยากจะเข้าไปกอดเธอเหลือเกิน วันนี้ทั้งวันไม่ได้เจอเธอเลย คิดถึงเหลือเกิน…


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^