LNCrawler

บทที่ 12 ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว!

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 12 ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว!

       ทันทีที่ทั้งสองเดินไปถึง ก็เห็นหลี่ตงเหลียนถือถังพลาสติกสีแดงใบหนึ่งเดินเข้ามา ในมือของเธอยังมีชามใบเล็ก เธอยิ้มแย้มเดินเข้ามาหาเซียวหยวนหมิง

       “หยวนหมิง เมื่อกี้คุณไปไหนมาคะ ฉันหาคุณตั้งนานไม่เจอเลย นี่คือน้ำถั่วเขียวที่ฉันต้มเองกับมือเลยนะคะ แช่น้ำเย็นเจี๊ยบเลย รับรองคลายร้อนดับกระหายได้แน่นอนค่ะ”

       เซียวหยวนหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้ยื่นมือไปรับ แต่เหลือบมองซูเจียวเจียวที่อยู่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้โกรธ เขาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

       “ไม่เอา...”

       ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปฏิเสธ ซูเจียวเจียวก็คว้าชามในมือของหลี่ตงเหลียนมาดื่มอึกใหญ่ทันที

       ซูเจียวเจียวตาเป็นประกาย

       น้ำถั่วเขียวแช่เย็นนี่อร่อยจริงๆ!

       เธอยิ้มแล้วยื่นส่วนที่เหลือครึ่งหนึ่งให้เซียวหยวนหมิง “อร่อยดีนะคะ คุณลองดื่มดูสิ”

       สีหน้าเย็นชาของเซียวหยวนหมิงจึงจางหายไปเล็กน้อย เขามองซูเจียวเจียวด้วยสีหน้าอ่อนโยน แล้วส่ายหน้า “ผมไม่หิวน้ำหรอก คุณดื่มเถอะ”

       พร้อมกันนั้น เขาก็แอบจดจำไว้ในใจว่าเจียวเจียวชอบดื่มน้ำถั่วเขียวแช่เย็น

       สีหน้าของหลี่ตงเหลียนดำคล้ำราวกับก้นหม้อ เธอจ้องมองซูเจียวเจียวอย่างโกรธแค้น นางสุนัขจิ้งจอกหน้าไม่อาย! แย่งหยวนหมิงไปแล้วยังไม่พอ ยังมาแย่งน้ำถั่วเขียวที่เธอเตรียมไว้ให้หยวนหมิงอีก!

       รู้ไหมว่าน้ำถั่วเขียวถ้วยนี้ เธอต้มตั้งนานเลยนะ!

       ยังอุตส่าห์แบกมาจากบ้านตั้งไกล จนมือแทบจะเคล็ดแล้ว!

       “สหายตงเหลียน น้ำถั่วเขียวของคุณนี่อร่อยจริงๆ เลยนะ ยังเหลืออีกไหมคะ?” ซูเจียวเจียวมองเธอด้วยรอยยิ้ม

       อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่า ที่จู่ๆ หลี่ตงเหลียนมาส่งน้ำถั่วเขียวหมายความว่าอย่างไร ก็แค่คิดจะใช้โอกาสนี้เข้าใกล้หยวนหมิงเท่านั้นเองไม่ใช่หรือ?

       ตอนนี้หยวนหมิงเป็นสามีของเธอนะ!

       ในชาตินี้ เธอจะไม่มีวันปล่อยให้หลี่ตงเหลียนมีโอกาสเข้าใกล้หยวนหมิงเด็ดขาด!

       “ไม่เหลือแล้วค่ะ”

       หลี่ตงเหลียนกลอกตาใส่เธออย่างไม่พอใจ

       เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเธอตั้งใจต้มให้หยวนหมิงโดยเฉพาะ เธอจึงต้มเยอะหน่อย ทุกคนจะได้ดื่มคนละชามเล็กๆ

       แต่เมื่อกี้ตอนที่เธอแบกมา เธอมองไม่เห็นเซียวหยวนหมิง น้ำถั่วเขียวก็ถูกแบ่งจนเกือบหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ชามสุดท้าย ซูเจียวเจียวดันมาดื่มจนหมดอีก!

       น่าแค้นใจนัก!

       ซูเจียวเจียวไม่ได้โกรธ กลับยิ้มแย้มแย่งชามมาป้อนเซียวหยวนหมิงถึงปาก ตอนแรกเซียวหยวนหมิงไม่ยอมดื่ม เขาอยากจะเก็บไว้ให้ซูเจียวเจียวดื่มให้พอ

       เธอตัวบอบบางขนาดนี้ แถมยังตากแดดมาตั้งนาน ควรจะดื่มน้ำถั่วเขียวคลายร้อนบ้าง

       อย่างไรเสียเขาก็หนังหนา ไม่ดื่มก็ไม่เป็นไร

       ภายใต้การบังคับของซูเจียวเจียว เซียวหยวนหมิงจึงต้องอ้าปากดื่มจากชามที่ซูเจียวเจียวป้อนให้ เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่านั่นเป็นจุดที่ซูเจียวเจียวดื่มไปแล้วพอดี

       เมื่อคิดถึงริมฝีปากนุ่มนวลของหญิงสาว หูของเขาก็แดงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

       ซูเจียวเจียวไม่ได้สังเกตความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของเขา เธอรับชามมาดื่มเองอีกอึกหนึ่ง แล้วก็ป้อนเซียวหยวนหมิงอีกอึกหนึ่ง สองคนผลัดกันดื่มแบบนี้จนหมดน้ำถั่วเขียวหนึ่งชาม

       หลี่ตงเหลียนโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมอย่างรุนแรง เธอมาเพื่อส่งน้ำถั่วเขียวให้เซียวหยวนหมิง หวังจะเอาใจเซียวหยวนหมิง แต่กลับถูกคู่รักสาดความหวานใส่หน้าเสียอย่างนั้น!

       ซูเจียวเจียวไม่สนใจใบหน้าที่ซีดเผือดและแข็งทื่อของหลี่ตงเหลียน เธอยิ้มแล้วคืนชามให้หลี่ตงเหลียน “หลี่ตงเหลียน คุณนี่ใจดีจริงๆ เลยนะ อุตส่าห์ต้มน้ำถั่วเขียวมาเยอะขนาดนี้”

       หลี่ตงเหลียนรู้สึกเหมือนหัวใจจะวาย

       เหมือนมีก้อนลมจุกอยู่ในอก หายใจไม่ออก ตอนนี้เธออึดอัดแทบจะตายอยู่แล้ว!

       เธอได้ยินเพียงซูเจียวเจียวหัวเราะแล้วถามว่า “พรุ่งนี้ยังจะเอามาส่งอีกไหมคะ?”

       หลี่ตงเหลียนไม่อยากให้เซียวหยวนหมิงจับพิรุธได้ เธอจึงบีบรอยยิ้มออกมา “พรุ่งนี้ไม่ได้แล้วค่ะ พรุ่งนี้ฉันต้องกลับตัวอำเภอแล้ว”

       ซูเจียวเจียวแสดงสีหน้าเสียดาย “โถ น่าเสียดายจังเลยนะคะ”

       หลี่ตงเหลียนถือชาม แล้วหันหลังเดินจากไป

       เมื่อมองดูเงาร่างของหลี่ตงเหลียนที่เดินจากไปแล้ว ซูเจียวเจียวก็ละสายตาอย่างอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย มีโอกาสโกยผลประโยชน์ก็ต้องรีบโกยไม่ใช่หรือ?

       แถมยังได้แกล้งหลี่ตงเหลียนไปในตัวด้วย ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัวแท้ๆ!

       เซียวหยวนหมิงวางของลง กำชับซูเจียวเจียวว่าอย่าวิ่งเล่นไปซนที่ไหนอีก แล้วเขาก็เดินกลับไปที่ทุ่งข้าวสาลีเพื่อเก็บเกี่ยวข้าวสาลีต่อ

       หนึ่งชั่วโมงต่อมา เซียวหยวนหมิงเก็บเกี่ยวข้าวสาลีในไร่ทั้งหมดเสร็จแล้ว เขาก็เลิกงาน

       เขาเป็นคนแรกที่ได้เลิกงาน

       ซูเจียวเจียวมองดูท้องฟ้า ตอนนี้ท้องฟ้ายังค่อนข้างสว่าง น่าจะประมาณห้าโมงครึ่ง ส่วนคนอื่นๆ ในทุ่งข้าวสาลียังเหลืออีกหลายงานที่ยังไม่เสร็จ

       เมื่อมองดูชายหนุ่มที่เดินตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว มุมปากของซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะโค้งขึ้นเล็กน้อย

       ไม่เสียทีที่เป็นผู้ชายของเธอ ทำงานเก่งจริงๆ เลย!

       “ไปกันเถอะครับ”

       เซียวหยวนหมิงเดินมาถึงหน้าซูเจียวเจียว เห็นเธอจ้องมองเขาไม่กะพริบตา ใบหน้าของเขาก็แดงระเรื่อเล็กน้อย แต่โชคดีที่ผิวของเขาค่อนข้างคล้ำ จึงมองไม่ค่อยเห็นเท่าไร

       “อื้อ”

       ซูเจียวเจียวลุกขึ้นยืน ตบฝุ่นที่ก้นกางเกง แล้วหยิบปลาบนพื้นขึ้นมา เดินกลับบ้านกับเซียวหยวนหมิง

       เมื่อกลับถึงบ้าน ซูเจียวเจียวหากระจาดมาใส่หอยขม ก่อนจะนำไปล้างที่ริมแม่น้ำให้สะอาดก่อน แล้วจึงนำมาเลี้ยงในอ่างไม้

       หอยขมที่เพิ่งเก็บมายังกินไม่ได้ทันที เพราะข้างในยังมีทรายและดินอยู่มาก ต้องเลี้ยงไว้สองสามวันเพื่อให้หอยขมคายดินและทรายออกมาจนหมด ถึงจะกินได้โดยไม่ติดฟัน

       เซียวหยวนหมิงกำลังเตรียมปลาอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นซูเจียวเจียววุ่นวายอยู่กับการทำโน่นทำนี่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองเป็นครั้งคราวด้วยความสงสัย

       ซูเจียวเจียวเห็นสายตาที่เขาแอบมองมาเป็นระยะ จึงอธิบายให้เขาฟังว่าหอยขมผัดแล้วอร่อยมาก

       เซียวหยวนหมิงพยักหน้าพร้อมส่งเสียง ‘อืม’  รับรู้ถึงความหมายนั้น

       เขาไม่กล้าพูดมาก และไม่กล้าถามมาก เพราะเกรงว่าเจียวเจียวจะคิดว่าเขาเป็นคนบ้านนอก ไม่รู้อะไรเลย

       เพราะเมื่อก่อนเขาเคยถามคำถามบางอย่างกับเจียวเจียว เจียวเจียวมักจะบ่นว่าเขาโง่ หรือไม่ก็ว่าเขาเป็นคนบ้านนอก ไม่มีความรู้

       แม้ว่าเจียวเจียวคนปัจจุบันจะดูแตกต่างจากเมื่อก่อนเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าถ้าเขาถามไป เจียวเจียวจะยังเกลียดและดูถูกเขาเหมือนเมื่อก่อนหรือไม่...

       ซูเจียวเจียวเห็นเขามีท่าทีไม่ค่อยสนใจ จึงเบ้ปาก ไม่พูดอะไรอีก

       เธอรู้ว่าเซียวหยวนหมิงเป็นคนขี้อาย

       ปกติแล้วเขาเป็นคนพูดน้อยมาก นานๆ ทีถึงจะพูดออกมาได้สักคำ

       แต่เขากลับทำงานละเอียดและคล่องแคล่ว

       ช่างเถอะ ยังไงซะก็ยังมีเวลาอีกเยอะ เดี๋ยวค่อยๆ ชวนเขาคุยให้มากขึ้น จะได้ไม่เก็บกดจนเป็นโรค!

       ในชาติที่แล้ว เซียวหยวนหมิงแม้ว่าจะไปทำธุรกิจแล้วร่ำรวยมาก แต่ร่างกายเขาก็มีปัญหามากมาย เป็นประเภทที่ไม่มีโรคร้ายแรง แต่ก็ป่วยเล็กๆ น้อยๆ อยู่ตลอด

       สาเหตุหนึ่งคือเขาทำงานหนักมานานจนร่างกายเหนื่อยล้า อีกสาเหตุหนึ่งคือขาดสารอาหารมานาน ทำให้ร่างกายทรุดโทรมอย่างมาก และอีกสาเหตุหนึ่งคือความเครียดที่สะสมอยู่ในใจ

       ต่อไปต้องหาวิธีทำอาหารอร่อยๆ ที่มีประโยชน์มาบำรุงร่างกายให้อาหมิงบ้างแล้ว

       เมื่อซูเจียวเจียวจัดการงานเสร็จ เซียวหยวนหมิงก็เตรียมปลาเสร็จพอดี

       คนหนึ่งก่อไฟ อีกคนทำอาหาร

       ซูเจียวเจียวเคี่ยวน้ำแกงปลาหม้อใหญ่ ใส่ต้นหอม ขิง และผักกาดเขียวเล็กน้อย เพราะที่บ้านมีแค่ผักกาดเขียวเท่านั้น

       น้ำแกงปลาถูกเคี่ยวจนเป็นสีขาวขุ่น กลิ่นหอมของปลากระจายไปทั่วห้องครัว

       ทั้งสองคนกินข้าวไปสองชามใหญ่ๆ กับน้ำแกงปลาหนึ่งหม้อ เนื้อปลาและน้ำแกงก็หมดเกลี้ยง

       เซียวหยวนหมิงอาสาล้างหม้อล้างชาม ส่วนซูเจียวเจียวก็นั่งพักผ่อนอยู่ในสวน

       ไม่นานนัก เซียวหยวนหมิงก็เดินเข้ามา ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ผมตักน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว คุณไปอาบน้ำได้เลยนะ”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^