บทที่ 129 อย่าให้มีอีก
บทที่ 129 อย่าให้มีอีก
เพื่อเร่งความคืบหน้าในการตัดไม้ และเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางไปกลับ หลี่เกินเซิงและเลขาธิการเจียงจึงให้ทุกคนนำอาหารไปกินบนภูเขา
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อากาศร้อน การกินอาหารเย็นก็ไม่ใช่ปัญหา
ดังนั้นตั้งแต่เช้าที่ออกไป เขาก็ยังไม่ได้พบกับเจียวเจียวของเขาเลย คิดถึงเธอแทบขาดใจ
“เจียวเจียว ผมไปอาบน้ำก่อนนะ” เซียวหยวนหมิงมองเธอด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์
ซูเจียวเจียวยิ้มมุมปากอย่างขบขัน เมื่อเห็นแววตาอ้อนวอนของเขา “คนโง่เอ๊ย รีบไปอาบน้ำเถอะ ฉันเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้ในห้องน้ำแล้วค่ะ เสื้อผ้าของคุณก็วางไว้เรียบร้อยแล้ว มีกระติกน้ำร้อนอยู่ข้างใน ถ้าคิดว่าน้ำเย็นไปก็เติมเองนะคะ”
“ได้ครับ” เซียวหยวนหมิงพยักหน้า แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ
ซูเจียวเจียวทอดกายลงบนเก้าอี้หวายในลานบ้าน พลางโบกพัดคลายร้อน สายตาจับจ้องไปยังหมู่ดาวระยิบระยับที่ประดับท้องฟ้า ได้ยินเสียงกบและจักจั่นประสานเสียงขับกล่อมจากภายนอก จิตใจสงบราวกับผืนน้ำ
ดูเหมือนว่าชีวิตเช่นนี้ก็ไม่เลวเลย ใช้ชีวิตเรียบง่ายไปจนแก่ชราไปพร้อมกับคนที่รัก
ไม่มีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ในยุคหลัง และไม่มีความหรูหราฟุ้งเฟ้อที่ทำให้คนหลงระเริง…
ในยุคนี้ผู้คนต่างดำเนินชีวิตอย่างเชื่องช้า ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีวีแชต การส่งจดหมายฉบับหนึ่งต้องใช้เวลานานแสนนาน ความรักของคนหนึ่งต้องใช้ตลอดชีวิต การรอคอยคนหนึ่งก็ต้องใช้ตลอดชีวิต แต่นั่นคือความเรียบง่ายและความบริสุทธิ์ที่มีค่ายิ่ง
ขณะที่ซูเจียวเจียวกำลังคิดถึงเรื่องอื่น เสียงของเซียวหยวนหมิงก็ดังมาจากห้องน้ำ “เจียวเจียว ช่วยหยิบของให้ผมหน่อยสิ”
ซูเจียวเจียวลุกขึ้น เดินไปที่หน้าห้องน้ำแล้วถาม “คุณจะเอาอะไรคะ?”
“กางเกงใน”
“ได้ค่ะ” ซูเจียวเจียวเดินไปสองก้าว แล้วหยุดชะงักด้วยความสงสัย “ฉันจำได้ว่าหยิบกางเกงให้คุณแล้วนี่คะ!”
“ไม่ได้หยิบให้สักหน่อย”
“เป็นไปไม่ได้ ฉันหยิบแล้วจริงๆ นะ” เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “คุณทำตกพื้นเองหรือเปล่าคะ?”
“ไม่ครับ ไม่เชื่อคุณก็เข้ามาดูสิ”
ซูเจียวเจียวกำลังจะเดินจากไป ก็เห็นประตูห้องน้ำเปิดออกเล็กน้อย แล้วมือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจับข้อมือของเธอ แล้วดึงเธอเข้าไปในห้องน้ำ
แล้วประตูก็ถูกปิดลงเสียงดัง ‘ปัง!’
ซูเจียวเจียวถูกดันชิดกำแพง เธอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่ลึกซึ้งและแฝงรอยยิ้ม ดวงตาสีดำเป็นประกายของเขาอบอวลไปด้วยไอน้ำ แต่ลึกเข้าไปในดวงตานั้นกลับแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ชวนหลงใหล
ผมสั้นยุ่งเหยิงเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำที่ร่วงหล่นไม่ขาดสาย หยาดน้ำใสไหลลงมาตามหน้าผากที่เกลี้ยงเกลา ผ่านสันจมูกที่โด่งเป็นคม แล้วไหลลงมาตามคางที่งดงามสมบูรณ์แบบ ผ่านลูกกระเดือกที่นูนเด่นอย่างมีเสน่ห์ ก่อนจะหายไปในอกที่ผอมเพรียวแต่แข็งแกร่งของเขา
ซูเจียวเจียวกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว รู้สึกปากแห้งผากไปหมด
ข้างล่างคือเรียวขาแกร่งที่ยาวตรง
“นี่คุณ!”
ใบหน้าของซูเจียวเจียวแดงก่ำทันที เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองลงไปข้างล่าง ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจนัก
เซียวหยวนหมิงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วดันหญิงสาวชิดกำแพง “คุณคือภรรยาของผมนะ”
เขามีรูปร่างสูงใหญ่ ในห้องน้ำแคบๆ แห่งนี้ กลับยิ่งส่งให้บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยแรงกดดัน เปี่ยมไปด้วยอำนาจและเสน่ห์ ยิ่งทำให้พื้นที่จำกัดนี้ดูอึดอัดคับแคบลงไปอีก
ซูเจียวเจียวเอื้อมมือไปบีบแก้มของเขา แล้วกระซิบข้างหูเขาเบาๆ ว่า “คุณนี่ใจกล้าขึ้นทุกวันจริงๆ ไม่รู้หรือไงว่าพี่สาวกำลังทำอาหารอยู่ในครัว? ถ้าเธอออกมาเห็นเข้า คุณไม่อายบ้างหรือไง?”
…
ในครัว เซียวหยวนซินเห็นว่าน้ำแกงไก่ใกล้จะเสร็จแล้ว จึงเดินไปที่ลานบ้านเพื่อเรียกซูเจียวเจียวมากินข้าว แต่กลับไม่เห็นใครเลย มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ลอดออกมาจากห้องน้ำ
“อาหมิง เห็นเจียวเจียวไหม?”
เซียวหยวนซินเดินเข้ามาใกล้แล้วถาม
ซูเจียวเจียวรู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาจากอก มันเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
เธอตกใจจนไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมาเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้ ไม่อย่างนั้นคงได้อับอายขายหน้าแน่
เซียวหยวนหมิงตะโกนออกไปข้างนอกอย่างหน้าไม่อายว่า “เหมือนเมื่อครู่ได้ยินเจียวเจียวบอกว่า จะไปดูที่ดินส่วนตัวน่ะครับ”
ข้างนอกมีเสียงบ่นพึมพำของเซียวหยวนซินด้วยความสงสัย “ดึกป่านนี้แล้ว เจียวเจียวจะไปที่ดินส่วนตัวทำไมกันนะ?”
แล้วเซียวหยวนซินก็ตะโกนอีกครั้ง “อาหมิง อาบน้ำเสร็จแล้วก็ยกกับข้าวไปที่ห้องโถงเลยนะ เดี๋ยวฉันจะไปตามเจียวเจียว แล้วแวะไปรับหยวนหยวนที่บ้านป้าหวังข้างๆ ด้วย”
“ทราบแล้วครับ” เซียวหยวนหมิงตอบรับเสียงดัง แต่ดวงตากลับจับจ้องไปยังซูเจียวเจียวที่หน้าแดงก่ำพิงกำแพงอยู่ไม่กะพริบ
“พี่สาวผมไปแล้ว”
ซูเจียวเจียว "…"
“คุณหลอกพี่สาวแบบนี้คิดดีแล้วจริงๆ เหรอคะ ระวังเธอตีคุณตายนะ!”
“พี่สาวผมไม่กล้าหรอก” เซียวหยวนหมิงหัวเราะเบาๆ
ครู่ต่อมาซูเจียวเจียวก็ออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้ากระสับกระส่าย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในลานบ้าน เธอจึงถอนหายใจโล่งอก
แต่แขนของเธอปวดจะแย่อยู่แล้ว
ตาบ้านี่ ยิ่งนานวันยิ่งร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ …
เธอชักจะรับมือไม่ไหวแล้วนะ!
ไม่นานหลังจากนั้น เซียวหยวนหมิงก็แต่งตัวเรียบร้อย ดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่าออกมาจากห้องน้ำเช่นกัน มือหนึ่งหิ้วถังเปล่า อีกมือถือตะเกียงน้ำมันก๊าด
“เอ๊ะ เจียวเจียวกลับมาตั้งแต่เมื่อไร? เมื่อครู่ฉันไปตามหาเธอทั่วที่ดินส่วนตัวแล้ว แต่ไม่เห็นเลย”
เซียวหยวนซินจูงหลิวหยวนหยวนกลับมา เมื่อเห็นซูเจียวเจียวยืนอยู่ในลานบ้าน เธอก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
โชคดีที่ลานบ้านกว้างมาก และเธอก็ยืนหันหลังให้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าด ดังนั้นเซียวหยวนซินจึงมองไม่เห็นใบหน้าที่แดงก่ำของซูเจียวเจียว
ซูเจียวเจียวตอบอย่างกระสับกระส่ายว่า “ฉันกำลังจะไปที่ดินส่วนตัวค่ะ แต่เดินไปครึ่งทางแล้วพบว่าทางมืดเกินไป ก็เลยกลับมาก่อน”
เซียวหยวนซิน “แล้วทำไมฉันถึงไม่เจอคุณระหว่างทางล่ะเนี่ย?”
“ฉันเดินอ้อมไปอีกทางหนึ่งค่ะ” ซูเจียวเจียวกลัวว่าเซียวหยวนซินจะถามต่อ จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “พี่หยวนซินคะ น้ำแกงไก่เสร็จแล้ว พวกเรากินข้าวได้แล้วใช่ไหม? เดี๋ยวฉันจะยกกับข้าวออกไปเองค่ะ”
โชคดีที่เซียวหยวนซินไม่ถามต่อ “มือเธอยังเจ็บอยู่เลย ให้ฉันยกกับข้าวเองดีกว่า”
พูดจบ เซียวหยวนซินก็เดินเข้าครัวไปยกกับข้าว
ซูเจียวเจียวมองมือซ้ายที่บาดเจ็บและถูกพันผ้าไว้ แล้วมองมือขวาที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จ ซึ่งตอนนี้ปวดเมื่อยไปหมด เธอช่างลำบากเหลือเกิน…
ไม่นานนัก อาหารก็วางอยู่บนโต๊ะทั้งหมด ซูเจียวเจียว เซียวหยวนหมิง เซียวหยวนซิน และหลิวหยวนหยวนสี่คนนั่งประจำที่
หลิวหยวนหยวนร้องด้วยความยินดี “โห! น้ำแกงไก่วันนี้หอมจังเลยค่ะ!”
ซูเจียวเจียวกล่าวว่า “เพราะน้ำแกงไก่วันนี้ใส่เห็ดหลินจือลงไปด้วยนะ” เธอหันไปมองเซียวหยวนหมิง แล้วพูดต่อ “ฉันเห็นว่ามีเห็ดหลินจือห้าดอก เลยกะว่าจะเก็บไว้ทานเองหนึ่งดอก ที่เหลือก็เก็บไว้ค่ะ”
“คุณจัดการได้เลย ไม่ต้องถามผมก็ได้” แววตาของเซียวหยวนหมิงอ่อนโยน ราวกับเป็นคนละคนกับเขาที่ดุดันแข็งกร้าวเมื่อครู่
ระหว่างที่พูด เขาก็ตักน้ำแกงไก่ชามใหญ่มาวางตรงหน้าซูเจียวเจียว ซึ่งมีน่องไก่ชิ้นใหญ่อยู่ด้วย “เจียวเจียว คุณทำงานหนักแล้ว กินเยอะๆ นะ”
ซูเจียวเจียวมุมปากกระตุก
เซียวหยวนหมิงคีบน่องไก่อีกชิ้นให้หลิวหยวนหยวน
เซียวหยวนหมิงและเซียวหยวนซินต่างก็ได้รับปีกไก่คนละชิ้นเช่นเคย และต่างก็ตักน้ำแกงไก่และเนื้อไก่ชามใหญ่คนละชาม
น้ำแกงไก่ที่ใส่เห็ดหลินจือ ตังกุย และพุทราจีน แต่ปริมาณที่ใส่ไม่มากนัก มีกลิ่นหอมของยาจางๆ แต่ก็ไม่ฉุน อร่อยล้ำเกินบรรยาย
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^