LNCrawler

บทที่ 134 ชุดคู่รัก [3]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 134 ชุดคู่รัก [3]

        อีกทั้งตลอดปีที่ผ่านมา พวกเธอก็ได้เห็นแล้วว่า เซียวหยวนหมิงเป็นคนที่รักภรรยามาก ถึงขั้นไม่ยอมให้ภรรยาต้องเจ็บช้ำน้ำใจแม้แต่น้อย เป็นสุดยอดสามีที่หาใดเปรียบ ไม่ว่าจะซักผ้า ทำอาหาร ตักปุ๋ยใส่ปุ๋ย ขึ้นเขาลงนา เขาล้วนทำได้หมด!

       ที่สำคัญคือตอนกลางคืนเขายังตั้งใจอ่านหนังสืออีกด้วย!

       นี่ไม่ดีกว่าสามีของพวกเธอที่กลับมาถึงบ้านก็เอาแต่ทำตัวเป็นคุณชายหรอกหรือ?

       เฮ้อ น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มีเครื่องย้อนเวลา!

       ซูเจียวเจียวไม่รู้ความคิดในใจของทุกคน เธอหัวเราะและตอบจางเหม่ยจวี๋ว่า “ใช่ค่ะ ชุดนี้ฉันลงมือตัดเอง ยังไม่เคยใส่มาก่อนเลย”

       จางเหม่ยจวี๋กล่าวว่า “มือคุณนี่ช่างวิเศษจริงๆ ทำอะไรก็ออกมาสวยหมด ฉันดูแล้วเสื้อผ้าที่คุณกับเซียวหยวนหมิงใส่ก็คล้ายๆ กันเลยนะ”

       ซูเจียวเจียวตอบว่า “นี่เรียกว่าชุดคู่รักค่ะ”

       เมื่อเศรษฐกิจเปิดกว้างแล้ว เธอจะเปิดห้องเสื้อ เมื่อถึงตอนนั้นจะได้กำไรมหาศาล ตอนนี้จะให้ความรู้พวกเธอบ้างก็ไม่เสียหาย บางทีอาจจะได้ลูกค้าเพิ่มอีกสองสามราย

       จางเหม่ยจวี๋ได้ยินดังนั้น ดวงตาก็พลันสว่างไสวขึ้นมาทันที “ฉันเข้าใจแล้วล่ะ! คือชุดที่สามีภรรยาจะใส่ด้วยกันใช่ไหมคะ เรียกว่า ‘ชุดคู่รัก’ ชื่อเพราะจังเลยค่ะ ยุวชนซูเก่งมากจริงๆ สมแล้วที่เป็นคนจากตัวเมืองมณฑล ความรู้เยอะ แถมยังทันสมัยอีกด้วย”

       พูดพลาง เธอเหลือบมองเสื้อผ้าของซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงด้วยความอิจฉา ก่อนจะหันไปมองลู่เหว่ยหมินที่อยู่ข้างๆ

       ลู่เหว่ยหมินยกมือลูบหัวอย่างเขินอาย ใบหน้าแดงก่ำเล็กน้อย “ถ้าคุณอยากใส่ชุดคู่รักเหมือนกัน รอพวกเรารวบรวมบัตรแลกผ้าได้ครบแล้ว เราไปซื้อผ้ามาตัดเย็บสักชุดหนึ่งดีไหม”

       คำพูดของเขาทำให้จางเหม่ยจวี๋ยิ้มออกมา “ตัดเย็บอะไรกัน ชุดพวกนี้แพงจะตาย ลูกชายเราโตเร็ว พวกเราไปซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่ให้เสี่ยวหู่จื่อสักสองชุดดีกว่าค่ะ”

       อิจฉาก็ส่วนอิจฉา แต่เธอก็รู้สถานะทางการเงินของตัวเอง จะตัดชุดหรือไม่ตัดก็ไม่เป็นไร สิ่งสำคัญคือคำพูดของสามีที่ทำให้เธอมีความสุข!

       เป็นการพิสูจน์ว่าสามีของเธอยังมีเธออยู่ในใจ

       คนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะอิจฉากัน แต่ก็รู้ว่าผ้าแพง แถมยังต้องมีบัตรแลกผ้าอีกด้วย

       ถ้าไม่มีบัตรแลกผ้า แม้มีเงินก็ยังซื้อผ้าไม่ได้เลย

       ในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ “ยุวชนซู คุณช่วยตัดชุดคู่รักให้ผมกับเม่ยเอ๋อร์ด้วยได้ไหม? ผมจะเอาธัญพืชมาแลก ไม่ทราบว่าพอจะได้หรือเปล่า?”

       ซูเจียวเจียวหันไปมอง ก็เห็นหลี่เอ้อร์โก่วและโจวเม่ยนั่งอยู่ตรงที่นั่งใกล้กับห้องคนขับ

       “เม่ยเอ๋อร์?”

       ซูเจียวเจียวมองหลี่เอ้อร์โก่วและโจวเม่ยด้วยความประหลาดใจ เขาเรียกได้สนิทสนมขนาดนี้ แถมตอนนี้ทั้งสองคนยังนั่งติดกันอีกด้วย หรือว่าจะมีเรื่องอะไรกันนะ?

       หลี่เอ้อร์โก่วเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุข ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดี

       “ได้สิคะ คุณเอาผ้ามาให้ฉันก็พอ ชุดหนึ่งใช้ข้าวสารสามสิบจิน สองชุดก็หกสิบจิน” ซูเจียวเจียวบอกราคาออกไปทันที

       ตอนนี้ข้าวสารหนึ่งจินราคาหนึ่งเหมาสี่เฟิน สองจินครึ่งก็สี่หยวนสองเหมา ห้าจินก็แปดหยวนสี่เหมา

       แลกกับข้าวสารก็ไม่ขาดทุน แถมยังประหยัดปัญหาในการซื้อธัญพืชอีกด้วย ซื้อจากตัวอำเภอก็ต้องแบกกลับบ้านอีก

       ถึงอย่างไรก็ต้องกินข้าวทุกวันอยู่แล้ว

       ป้าหวังและป้าลู่ที่อยู่ข้างบ้านก็มาให้เธอช่วยตัดเสื้อผ้า โดยใช้ธัญพืชแลกเช่นกัน แบบนี้ก็ไม่ถือเป็นการค้ากำไรเกินควร

       “ทำไมถึงได้แพงขนาดนี้? ผมได้ยินมาว่าป้าลู่กับป้าหวังให้คุณช่วยตัดเสื้อผ้าแค่สิบห้าจินเอง! ทำไมมาถึงผมถึงได้สามสิบจินต่อชุดเลยล่ะ!” หลี่เอ้อร์โก่วตกใจเล็กน้อย

       ซูเจียวเจียวหัวเราะ “เสื้อผ้าที่ป้าหวังกับป้าลู่สั่งทำเป็นแบบเรียบง่าย ราคาก็เลยถูกลง แต่ชุดคู่รักอย่างที่ฉันกับอาหมิงใส่เป็นแบบใหม่ที่ฉันเพิ่งคิดค้นขึ้นมา ราคาก็เลยแพงกว่าเยอะค่ะ”

       หลี่เอ้อร์โก่วเบะปาก “คุณนี่คิดราคาแพงเกินไปหน่อยนะ”

       ซูเจียวเจียวกล่าวว่า “ถ้าคุณไม่เคยตัดเสื้อผ้า คุณก็จะไม่รู้หรอกว่ามันยากแค่ไหน ยิ่งกว่านั้นชุดคู่รักนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวมใส่แล้วสวยงามดูมั่นใจ แถมยังเดินไปที่ไหนใครๆ ก็รู้ว่าพวกคุณเป็นคู่รักกันอีกด้วย”

       “แบบนี้สิดี!” หลี่เอ้อร์โก่วหัวเราะอย่างตื่นเต้น แล้วหันไปพูดกับโจวเม่ยด้วยความตื่นเต้น “เม่ยเอ๋อร์ เมื่อกี้ผมเห็นคุณเอาแต่จ้องเสื้อผ้าของยุวชนซู คงชอบมากเลยใช่ไหม? พวกเรามาทำชุดคู่รักด้วยกันดีไหม?”

       โจวเม่ยหน้าบึ้งไม่พูดอะไร เธอเหลือบมองซูเจียวเจียวอย่างเย็นชา ก่อนจะหันหน้าหนีไป ไม่สนใจคำพูดของหลี่เอ้อร์โก่วเลยสักนิด

       หลี่เอ้อร์โก่วก็ไม่โกรธ คิดว่าเธอคงเขินอาย เขาหันไปมองซูเจียวเจียวแล้วพูดว่า “ตกลง! หกสิบจินก็หกสิบจิน! วันนี้ผมจะไปซื้อผ้ามาเลย!”

       ซูเจียวเจียวไม่สนใจว่าโจวเม่ยจะโกรธหรือไม่พอใจ อดีตเคยมีเรื่องบาดหมางกันแล้วยังไง?

       คนที่ไม่ทำเงินคือคนโง่

       เซียวหยวนหมิงรู้ว่าซูเจียวเจียวกำลังหลอกหลี่เอ้อร์โก่วโดยตั้งใจ เขาก็ไม่ชอบหลี่เอ้อร์โก่วและโจวเม่ยเช่นกัน

       จางเหม่ยจวี๋เห็นพวกเขาแล้วก็ประหลาดใจ “หลี่เอ้อร์โก่ว นายทำได้ยังไง! นี่ไล่จีบยุวชนโจวสำเร็จแล้วเหรอ?!”

       สายตาหลายคู่จับจ้องไปที่หลี่เอ้อร์โก่วอย่างอิจฉา

       หลี่เอ้อร์โก่วเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ เมื่อก่อนทุกคนต่างอิจฉาเซียวหยวนหมิง แต่ต่อไปนี้ทุกคนจะต้องอิจฉาเขาจนตายไปเลย

       ท้ายที่สุดแล้ว ในกองผลิตมีเพียงเขาและเซียวหยวนหมิงเท่านั้นที่ได้แต่งยุวชนสาวสวยเป็นภรรยา

       “ผมเก่งขนาดนี้ดีขนาดนี้ ยุวชนโจวจะไม่ชอบผมได้ยังไงกัน จริงไหม?” ขณะพูด หลี่เอ้อร์โก่วก็ยื่นมือไปจับมือโจวเม่ย

       โจวเม่ยดึงมือกลับ

       หลี่เอ้อร์โก่วหัวเราะ “เห็นไหมว่าเธอเขินอายแค่ไหน”

       จางเหม่ยจวี๋กล่าว “ยินดีด้วยนะ! ไม่คิดว่าหลี่เอ้อร์โก่วอย่างนายจะได้แต่งงานกับยุวชนโจวเป็นภรรยาเลย เมื่อก่อนฉันคงมองนายผิดไปแล้ว”

       “ผมบอกแล้วไงว่าผมเปลี่ยนชื่อแล้ว ผมชื่อหลี่ฟู่กุ้ย ไม่ใช่หลี่เอ้อร์โก่ว ใครเรียกผมว่าหลี่เอ้อร์โก่วอีก ผมจะโกรธจริงๆ แล้วนะ” หลี่เอ้อร์โก่วรีบแก้ตัวทันที ภรรยาในอนาคตของเขานั่งอยู่ข้างๆ จะให้ใครมาเรียกเขาว่าหลี่เอ้อร์โก่วเหมือนเมื่อก่อนได้ยังไงกัน ชื่อนี้มันฟังดูแย่จะตายไป

       “จ้าๆ หลี่ฟู่กุ้ยก็หลี่ฟู่กุ้ย”

       คนอื่นๆ ก็พากันแสดงความยินดีกับหลี่เอ้อร์โก่ว

       หลี่เอ้อร์โก่วใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มไม่หยุด ปากของเขาฉีกกว้างจนเกือบถึงหู

       จางเหม่ยจวี๋เป็นคนช่างพูดคุย เธอถามต่อ “ฤกษ์แต่งงานกำหนดแล้วหรือยังล่ะ? จะแต่งกันวันไหน?”

       “กำหนดเรียบร้อยแล้ว เป็นอีกสามวันข้างหน้า วันนี้ผมเลยพาเม่ยเอ๋อร์ไปตลาดนัดเพื่อซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ทุกคนอย่าลืมมาร่วมงานแต่งงานที่บ้านผมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วยนะ” หลี่เอ้อร์โก่วหัวเราะอย่างเป็นกันเอง

       ขณะที่หลายคนกำลังพูดคุยกัน ตาเฒ่าห้าก็มาถึงพอดี เขาใช้ผ้าขนหนูที่พาดคอไว้เช็ดเหงื่อบนศีรษะ “คนมาครบหรือยังครับ? ยังมีใครจะไปตัวอำเภออีกไหม? ถ้าไม่มี ผมจะออกเดินทางแล้วนะ”

       เขากำลังจะไปขนสินค้าที่ตัวอำเภอ รถแทรกเตอร์เป็นของกองผลิต การไปขนสินค้าครั้งนี้ก็สามารถรับคนไปได้ด้วยเพื่อหารายได้ แต่เงินจำนวนนี้เขาก็ไม่สามารถเก็บไว้เองได้ทั้งหมด ต้องมอบส่วนหนึ่งให้กับกองผลิต ส่วนที่เหลือก็เก็บเข้ากระเป๋าตัวเองได้

       คนละหนึ่งเหมาสิบกว่าคนก็ได้เงินมาหนึ่งหยวนกว่าๆ แล้ว

       “ครบแล้วค่ะ ครบแล้ว ผู้เฒ่าห้าออกเดินทางได้เลยค่ะ” จางเหม่ยจวี๋เร่งเร้า

       ตาเฒ่าห้าเข้าไปนั่งในห้องคนขับแล้วออกรถ รถสั่นสะเทือนไปมาในตอนเริ่มต้น บนถนนลูกรังก็ขับได้ไม่เร็วเท่าไรนัก

       “รอผมด้วย! รอผมด้วยครับ เฒ่าห้า!”

       อยู่ๆ ก็มีคนวิ่งมาจากที่ไกลๆ ด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ และวิ่งตามมาทันในเวลาอันรวดเร็ว


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^