บทที่ 135 เที่ยวตลาดนัด [1]
บทที่ 135 เที่ยวตลาดนัด [1]
“หลี่ต้าเฉวียน!” ลู่เหว่ยหมินตะโกนเรียก “นายมาช้าเกินไปแล้ว วิ่งเร็วหน่อยสิ!”
หลี่ต้าเฉวียนเร่งฝีเท้า คว้าหมับเข้าที่ท้ายรถแทรกเตอร์ เซียวหยวนหมิงจับมือเขาไว้แล้วดึงขึ้นมาบนรถอย่างออกแรง
หลี่ต้าเฉวียนหอบหายใจเฮือกใหญ่
ลู่เหว่ยหมินถามอย่างงุนงง “เมื่อเช้านี้ฉันผ่านหน้าบ้านนาย ได้ยินแม่นายบอกว่านายออกไปตลาดนัดตั้งแต่เช้าแล้ว ทำไมถึงมาสายป่านนี้เล่า?”
หลี่ต้าเฉวียนยิ้มเจื่อนๆ “ระหว่างทางมีเรื่องบางอย่างทำให้ล่าช้าไปนิดหน่อยน่ะ”
ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้น ลู่เหว่ยหมินก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ ใครบ้างจะไม่มีเรื่องส่วนตัวกันเล่า?
ยิ่งเซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวก็ยิ่งไม่ซักไซ้ตามอำเภอใจ
ถนนที่ซ่อมแซมแล้วเรียบเสมอกัน ยิ่งตอนที่ฝนไม่ตกก็ยิ่งขับง่าย ไม่ขรุขระเหมือนเมื่อก่อน
เซียวหยวนหมิงล้วงขนมลูกอมกระต่ายขาวเม็ดใหญ่สองเม็ดออกมาจากกระเป๋าสะพายหลัง ค่อยๆ แกะห่ออย่างประณีต แล้วป้อนเข้าปากซูเจียวเจียว
กลิ่นนมเข้มข้นและความหวานหอมละลายในปาก ซูเจียวเจียวยิ้มตอบอย่างมีความสุข
คนอื่นๆ มองมาด้วยความอิจฉา
นั่นขนมลูกอมกระต่ายขาวเชียวนะ!
เซียวหยวนหมิงยังแกะป้อนให้กินอีกด้วย ให้ตายสิ... ไม่คิดเลยว่าเซียวหยวนหมิงที่ตัวสูงใหญ่ขนาดนี้ จะเป็นคนละเอียดอ่อนและเอาใจใส่ขนาดนี้
เซียวหยวนหมิงป้อนอีกเม็ดให้กับเสี่ยวหู่จื่อ
เสี่ยวหู่จื่อวัยสองขวบกล่าวขอบคุณเซียวหยวนหมิงอย่างมีความสุข เสียงยังพูดไม่ค่อยชัดนัก “ขอบคุณค่ะ น้าหมิง”
จางเหม่ยจวี๋พูดว่า “เสี่ยวหู่จื่อที่บ้านฉันเอาแต่กินขนมของคุณ ฉันเกรงใจจริงๆ เลย เพราะขนมนี่แพงมาก”
ซูเจียวเจียวยิ้ม “ก็แค่ขนมเองค่ะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ขนมหนึ่งเม็ดสองเม็ดรวมกันแล้วก็หลายเม็ดนะคะ” จางเหม่ยจวี๋กล่าว “เมื่อวานนี้คุณหยวนหมิงก็เอาซาลาเปาและหมั่นโถวขึ้นไปบนเขา แถมยังแบ่งให้เหว่ยหมินกินซาลาเปากับหมั่นโถวคนละลูกอีกด้วย พวกฉันเอาแต่กินของคุณ แต่ไม่มีอะไรให้คุณกินตอบแทนเลย”
“เราเป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ครั้งที่แล้วเหว่ยหมินที่บ้านคุณยังจับปลาตัวหนึ่งมาให้ที่บ้านฉันเลย ปลานั่นหนักตั้งสามชั่งเลยนะคะ” ซูเจียวเจียวกล่าว
สภาพครอบครัวของบ้านลู่ตอนนี้สู้บ้านเธอไม่ได้จริงๆ อาหารการกินก็ย่อมเทียบไม่ได้ แต่ป้าลู่กับลู่เหว่ยหมินเป็นคนดี ถ้าเธอและอาหมิงมีเรื่องอะไร พวกเขาก็จะช่วยอย่างเต็มใจโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ดังนั้นให้ขนมอาหารไปบ้างก็ไม่เป็นไร
บางครั้งลู่เหว่ยหมินจับปลาได้ หรือจับปลาไหลได้ ก็มักจะเอามาให้บ้าง
โจวเม่ยที่นั่งอยู่ข้างหน้าเห็นซูเจียวเจียวสนิทสนมกับคนในกองผลิตดี ก็อดอิจฉาไม่ได้ จึงเบือนหน้าหนีไป
รถแทรกเตอร์แล่นสั่นสะเทือนอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงตัวอำเภอ
เนื่องจากทุกคนจะไปตลาดนัด เมื่อลงจากรถแล้ว ทุกคนก็มุ่งหน้าไปทางเดียวกัน แต่หลี่เอ้อร์โก่วกลับพาโจวเม่ยไปยังทิศทางของร้านสหกรณ์
ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นตอนเช้า แต่ตลาดนัดกลับคึกคักที่สุด มีทั้งคนขายปลา คนขายผัก คนขายไม้กวาด คนขายขนมถังหูลู่ คนขายเต้าหู้ และคนขายตะกร้าไม้ไผ่ที่สานด้วยมือ คนขายตะเกียบที่เหลาเอง และคนขายลูกหมู ลูกเจี๊ยบ
พูดง่ายๆ คือมีทุกอย่างให้เลือกสรร ละลานตาไปหมด
แทบทุกแผงลอยเต็มไปด้วยผู้คน
แต่ช่วงเวลานี้ไม่มีการขายสินค้าอุตสาหกรรมเพราะไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีร้านขายเสื้อผ้าเพราะทุกครัวเรือนล้วนขาดแคลนบัตรแลกผ้า จะเอาผ้ามาจากไหนกันเล่า ไม่มีร้านขายขนมปัง ซาลาเปา หมั่นโถว ก็ยิ่งไม่ต้องคิดถึง เพราะธัญพืชถูกควบคุมและปันส่วน ไม่มีร้านขายอาหารทะเลเพราะในท้องถิ่นไม่มีการผลิต ไม่เหมือนยุคหลังที่การคมนาคมขนส่งเจริญก้าวหน้า สามารถขนส่งไปทั่วประเทศได้
ผู้คนที่มาตลาดในเวลานี้ล้วนนำของจากบ้านตัวเองมาขาย หรือไม่ก็ขายของให้กับกองผลิต
เซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวเดินเลือกดูตามแผงต่างๆ เพื่อดูว่าที่บ้านขาดอะไร ก็จะซื้อติดไม้ติดมือกลับไป
ซูเจียวเจียวหยุดอยู่ที่แผงขายมะเขือเทศของชายแก่คนหนึ่ง
รถเข็นของชายแก่เต็มไปด้วยมะเขือเทศ มีทั้งสีเขียวและสีแดง แม้ส่วนใหญ่จะยังดูไม่สุกเต็มที่ แต่มันคือผลิตผลที่ปลูกเองตามธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี
เซียวหยวนหมิงรู้ว่าซูเจียวเจียวชอบกินมะเขือเทศจึงหยุดถามราคา กิโลกรัมละสองเฟิน เซียวหยวนหมิงซื้อไปสิบกิโลกรัมเลย
มะเขือเทศไม่ว่าจะกินสดๆ ผัดไข่ หรือทำแกงจืดมะเขือเทศกับไข่ก็อร่อยทั้งนั้น
จากนั้นทั้งสองคนก็ไปซื้อน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชู
ซูเจียวเจียวรู้สึกว่าไม้กวาดที่บ้านใช้ไม่ดีแล้ว จึงไปซื้อไม้กวาดอันใหม่
แต่ไม่ว่าจะซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงเดินไปที่ไหน ก็มักจะได้รับความสนใจเสมอ ส่วนใหญ่เป็นเพราะทั้งคู่ยืนอยู่ข้างกันแล้วดูหล่อเหลาสวยงาม เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ดูทันสมัย เป็นที่สะดุดตาอย่างยิ่ง
“แม่หนูจ๋า อยากได้ไข่ไหม? ไข่ไก่นี่เลี้ยงเองเลยนะ” หญิงชราคนหนึ่งเห็นซูเจียวเจียวเดินผ่านมา ก็รีบตะโกนเรียกทันที
เห็นแม่หนูคนนี้แต่งตัวดี รู้เลยว่าไม่ขาดเงิน
“ป้าคะ ไข่ไก่ของป้าขายยังไงคะ?” ซูเจียวเจียวย่อตัวลงนั่งตรงหน้าแผงของเธอ ตะกร้าของเธอเต็มไปด้วยไข่ไก่หลายสิบฟอง ขนาดคละกันไป มีทั้งเล็กและใหญ่
“ฟองละหกเฟิน ถ้าซื้อเยอะ ป้าจะลดให้เหลือฟองละห้าเฟิน”
ซูเจียวเจียวเห็นว่าราคาถูกมาก จึงกล่าวว่า “ตกลงค่ะ ขอห้าสิบฟองนะคะ”
ที่บ้านมีคนเยอะ ทุกวันต้องต้มไข่หลายฟอง หากขี้เหนียวซื้อไปน้อยเกินไปก็คงไม่พอกิน
ไก่เล็กสองตัวที่เลี้ยงไว้ที่บ้านยังไม่ออกไข่เลย
“แม่หนูไม่ต้องห่วงนะ ป้ารับรองเลยว่าไม่โกง ราคาถูกจริงๆ จ้า” หญิงชราเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุข รู้เลยว่าแม่หนูคนนี้มีเงิน ไม่คิดเลยว่าจะซื้อทีเดียวห้าสิบฟอง
“ป้าคะ ไก่ของป้าเก่งจังเลยนะคะ ออกไข่เยอะขนาดนี้ คงจะเก็บรวบรวมไว้เยอะเลยใช่ไหมคะ?” ซูเจียวเจียวชวนอีกฝ่ายคุย
หญิงชราหยิบถุงมาใส่ไข่ไปพลาง พูดกับซูเจียวเจียวไปพลางว่า “ที่บ้านป้ามีคนสิบกว่าคนเลย ทุกคนสามารถเลี้ยงไก่ได้สองตัว นี่ไง... ที่บ้านป้าก็เลยเลี้ยงไก่แม่ไก่ไว้ตั้งยี่สิบตัวในเล้าหลังบ้าน หลานๆ ของป้าก็คอยขุดหนอนมาให้มันกินทุกวัน ไก่พวกนี้ก็เลยออกไข่เก่ง”
ไม่นาน หญิงชราก็นับไข่ครบห้าสิบฟอง ใส่ถุงแล้วยื่นให้ซูเจียวเจียว
ซูเจียวเจียวเห็นว่าในตะกร้าเหลืออีกหกฟอง จึงกล่าวว่า “เหลืออีกหกฟอง งั้นเอาทั้งหมดเลยค่ะ”
“แม่หนูใจดีจริงๆ เลยนะ” หญิงชรายิ้มกว้าง รีบใส่ไข่ที่เหลืออีกหกฟองลงไปในถุง
ไข่ไก่ห้าสิบหกฟอง รวมเป็นเงินสองหยวนแปดเหมา
หลังจากจ่ายเงินแล้ว เซียวหยวนหมิงก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ รับถุงไข่ไปถือ ไม่ต้องให้ซูเจียวเจียวออกแรงเลยแม้แต่น้อย
ซูเจียวเจียวสังเกตเห็นแผงขายหมูอยู่ข้างหน้า ผู้คนเบียดเสียดกันแน่นขนัด แม้แต่ลู่เหว่ยหมินกับหลี่ต้าเฉวียนก็ยังเบียดเข้าไปแย่งซื้อหมูด้วย
ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงไม่ได้เข้าไป นั่นเป็นแค่ตลาดนัดเล็กๆ ไม่ใช่เทศกาลประจำปี จะมีหมูขายมาจากไหนกันเล่า ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าจะขายหมู ก็ต้องให้ความสำคัญกับกองผลิตหรือสถานีรับซื้อก่อน
สองแห่งนี้ยังไม่ทันได้ขาย กลับนำมาขายที่ตลาดนัด หมูตัวนี้ส่วนใหญ่เป็นหมูป่วย ใกล้จะตายแล้ว ชาวนาจึงฆ่ามันแล้วนำมาขายที่ตลาด เพื่อกอบกู้ความเสียหายได้บ้าง
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^