บทที่ 137 พวกคุณเข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว [1]
บทที่ 137 พวกคุณเข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว [1]
เมื่อเผชิญหน้ากับความเอาแต่ใจของหลี่ตงเหลียน ช่างเหยียนจำต้องหันไปมองเด็กสาวที่ยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ แล้วตวาดเสียงเข้ม “เธอเรียนมายังไงกัน? อยู่ที่นี่มาปีหนึ่งแล้วก็ยังเรียนไม่รู้เรื่อง งานเล็กๆ แค่นี้ก็ยังทำไม่ได้ เงินเดือนเดือนนี้ของเธอเอาไปหักชดเชยให้สหายหลี่ตงเหลียนไปเลย”
“ช่างเหยียนคะ ฉันพยายามอย่างเต็มที่แล้วจริง ๆ ค่ะ อย่าหักเงินเดือนฉันเลยนะคะ? เงินเดือนฉันแค่ห้าหยวน หักออกไปก็ไม่เหลืออะไรแล้วนะคะ” เด็กสาวมองช่างเหยียนพลางอ้อนวอน เมื่อเห็นสายตาของช่างเหยียนและหลี่ตงเหลียนมองมา เด็กสาวก็กล่าวเสียงสะอื้น “หักแค่ครึ่งหนึ่งได้ไหมคะ? เหลือให้ฉันสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี…”
“เงินแค่นี้ยังชดเชยความเสียหายไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ยังจะหน้าด้านต่อรองเหลือแค่ครึ่งหนึ่ง เธอคิดว่าฉันจะยอมเหรอ?” หลี่ตงเหลียนสวมชุดกระโปรงผ้าเดครอนสีขาว ซึ่งขับผิวของเธอให้ดูขาวผ่อง ใบหน้าอ่อนเยาว์ ขณะนี้คิ้วเรียวของเธอก็ขมวดมุ่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ข้างกายหลี่ตงเหลียนยังมียืนชายคนหนึ่งสวมสูทจงซาน สวมนาฬิกาข้อมือ ดูจากท่าทางแล้วน่าจะอายุราวๆ ยี่สิบห้าปี สูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ชายคนนั้นกระดิกขาไปพลาง มองเด็กสาวด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ แล้วกล่าวเสียงดุ “อย่าคิดว่าร้องไห้ฟูมฟายแล้วจะจบนะ! เธอทำผ้าที่ฉันซื้อมาให้ว่าที่เจ้าสาวของฉันเสียหาย ยังมีหน้ามาร้องไห้อีกเหรอ? ไม่ต้องพูดมากแล้ว! ชดใช้มาซะ!”
เด็กสาวถูกพูดใส่จนหมดกำลังจะเถียงได้แต่ก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ในเมื่อผ้าผืนนี้ดีเยี่ยมขนาดนั้น แล้วทำไมถึงเอามาให้เด็กฝึกงานทำเล่า?”
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงสดใสของหญิงสาวดังขึ้น
หลี่ตงเหลียนหันกลับไปมอง ก็เห็นเพียงร่างอันบอบบางงดงามก้าวเดินเข้ามา หญิงสาวมีใบหน้างดงามล่มเมือง ราวกับนางฟ้าที่หลุดออกมาจากภาพวาด งดงามจนแทบจะทำให้เธอตาพร่า
หลี่ตงเหลียนตกตะลึงหนัก อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งในความงามของอีกฝ่าย หญิงสาวคนนี้คือใครกันนะ? ทำไมถึงได้สวยงามเช่นนี้!
ฉับพลัน หลี่ตงเหลียนก็รู้สึกว่าใบหน้าตรงหน้าคุ้นเคยอย่างยิ่ง เธอครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะจำได้ว่าคือใคร ซูเจียวเจียว!
“คุณคือยุวชนซูงั้นหรือ?”
หลี่ตงเหลียนมองเธอ ดวงตาเรียวหรี่ลงเต็มไปด้วยความริษยา
ก่อนหน้านี้หลี่ตงเหลียนเคยรู้สึกว่าซูเจียวเจียวสวย แต่ไม่คิดว่าเมื่อซูเจียวเจียวตั้งใจแต่งตัวแล้วจะสวยงามถึงเพียงนี้!
รูปร่างผอมเพรียว ใบหน้าสวยงามอ่อนช้อย และอุปนิสัยอันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ไม่เหมือนชาวนาชนบทเลย กลับเหมือนคนเมืองเสียมากกว่า
ส่วนเธอที่ทำงานอยู่ในเมืองมาตลอด เมื่ออยู่ต่อหน้าซูเจียวเจียวแล้ว กลับดูเหมือนคนบ้านนอกไปโดยปริยาย
แม้แต่ชายหนุ่มข้างกายหลี่ตงเหลียนก็ยังจ้องมองจนตาค้าง ไม่คิดเลยว่าในตัวอำเภอเล็กๆ แห่งนี้จะมีหญิงงามถึงเพียงนี้!
เมื่อเห็นสีหน้าตะลึงลานของหม่าปั๋วเหวินที่อยู่ข้างกาย หลี่ตงเหลียนพลันรู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างรุนแรงในใจ ขณะเดียวกันก็พลันโล่งอกที่ซูเจียวเจียวออกเรือนไปแล้ว หากไม่เป็นเช่นนั้น หม่าปั๋วเหวินคงตกหลุมรักซูเจียวเจียวไปแล้ว แล้วจะมีที่ยืนสำหรับเธอได้อย่างไรเล่า!
เธอรู้ดีกว่าใครว่าฐานะทางบ้านตระกูลหม่าดีขนาดไหน!
ตระกูลหม่าเป็นเศรษฐีใหญ่ในตัวอำเภอ บ้านพักอาศัยก็ใหญ่โตโออ่า แถมสถานะทางสังคมก็ยังดีเลิศ!
หลี่ตงเหลียนก้าวเท้าไปยืนขวางหน้าหม่าปั๋วเหวินโดยไม่ให้เขารู้ตัว บังสายตาของเขาไว้ เธอหันไปมองซูเจียวเจียว ใบหน้าฉีกยิ้มที่ดูแย่กว่าร้องไห้ “ยุวชนซูมาที่นี่คนเดียวเหรอคะ? เซียวหยวนหมิงไม่ได้มาด้วยหรือ? พวกคุณสองสามีภรรยาออกมาเที่ยวตลาดนัดด้วยกันหรือคะ?”
เธอจงใจเน้นคำว่า ‘สามีภรรยา’ อย่างชัดเจน
หม่าปั๋วเหวินที่อยู่ข้างกายเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเผยความเสียดายในแววตา ยุวชนซูที่เรียกขานผู้นี้แต่งงานแล้วเสียจริง ช่างน่าเสียดาย…
ซูเจียวเจียวมองตรงไปยังหลี่ตงเหลียน และช่างเหยียนในร้าน “เมื่อครู่ฉันได้ยินเรื่องที่พวกคุณพูดกันหมดแล้วค่ะ ช่างเหยียนคะ ในเมื่อคุณรู้ว่าหลี่จิ้งเซียนยังไม่มีความชำนาญ ทำไมถึงยังมอบผ้าผืนสำคัญนี้ให้เธอทำล่ะคะ?”
หลี่จิ้งเซียนเป็นลูกสาวของป้าหวัง และยังเป็นน้องสาวของหลี่ต้าเฉวียนอีกด้วย
เมื่อปีก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน หลี่จิ้งเซียนกลับมาบ้านห้าวัน แล้วก็รีบกลับเข้าเมืองไป ตอนนี้เมื่อเห็นหลี่จิ้งเซียนถูกรังแก ซูเจียวเจียวจะทนได้อย่างไร
ป้าหวังไม่เคยปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเธอมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการปลูกผักและเลี้ยงไก่ ซึ่งเธอไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย แต่ป้าหวังเป็นคนสอนเธอเองทั้งหมด ทำให้ลูกไก่สองตัวที่บ้านของเธอเลี้ยงจนโตขึ้นมาก และผักในที่ดินส่วนตัวก็เติบโตได้ดีเป็นพิเศษ
ดังนั้นเมื่อเห็นหลี่จิ้งเซียนถูกรังแกในตอนนี้ เธอจึงไม่อาจยืนอยู่เฉยๆ ได้
“ผม...ผมก็แค่อยากจะดูฝีมือของเธอเฉยๆ ครับ” ช่างเหยียนกล่าวเสียงอึกอัก สายตาหลุกหลิกเล็กน้อย
เหยียนกุ้ยหรงที่กำลังแกะเมล็ดแตงโมอยู่หน้าโต๊ะจ่ายเงินพลางอุ้มลูก ก็รีบหันหน้าหนีด้วยความรู้สึกผิด
หลี่จิ้งเซียนอ้าปากจะพูดหลายครั้ง แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยออกมา
ซูเจียวเจียวเก็บสีหน้าของทุกคนไว้ในสายตาโดยไม่แสดงออก เธอหัวเราะเสียงใส “นำผ้าเดครอนชั้นดีมาลองฝีมือเด็กฝึกงาน ช่างเหยียนคะ เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องที่คุณจะทำได้เลยนะคะ”
หลี่ตงเหลียนเม้มปาก “ถึงอย่างไร เสื้อผ้าที่เธอทำก็แย่จริงค่ะ! อีกอย่าง ดูตรงนี้สิคะ ตรงนี้ผ้าขาดแล้ว เห็นได้ชัดว่าเธอทำเสื้อผ้าของฉันเสียหาย ฉันไม่ต้องการชุดนี้แล้ว! ไม่ชดใช้เงินก็ได้ แต่ต้องชดใช้ผ้าผืนใหม่ให้ฉัน ผ้าของฉันเป็นผ้าเดครอนชั้นดีและมีราคาแพง คู่หมั้นของฉันตั้งใจซื้อมาจากตัวเมืองมณฑลให้ฉันโดยเฉพาะ ที่นี่หาซื้อไม่ได้หรอกค่ะ!” หลี่ตงเหลียนกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด
ซูเจียวเจียวรับเสื้อผ้ามาดู เสื้อผ้าตัวนี้เป็นแบบธรรมดาตามสมัยนิยมก็จริง แต่ก็ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไร เพียงแต่การเย็บในบางจุดค่อนข้างหยาบ อาจเป็นเพราะการเลาะแล้วเย็บซ้ำหลายครั้ง ทำให้ผ้าบางจนแทบขาด
จากนั้นซูเจียวเจียวก็พบว่าบางส่วนของการเย็บนั้นละเอียดมาก เมื่อมองรอยเย็บที่หยาบกลับไม่ใช่ฝีมือคนเดียวกันทำเลย ส่วนที่ผ้าบางจนแทบขาดนั้นเห็นได้ชัดว่าเกิดจากคนทำที่ไม่ชำนาญและมีฝีมือไม่ดี ทำให้ทำเสียหาย
“จิ้งเซียน ด้านหน้าของชุดนี้ก็เป็นเธอทำเหรอ?” ซูเจียวเจียวถาม
หลี่จิ้งเซียนเมื่อเห็นว่ามีคนเข้าข้างตัวเอง ก็รีบส่ายหน้าพลางบอกความจริง “พี่เจียวเจียวคะ ด้านหน้าของชุดนี้ไม่ใช่ฉันทำค่ะ ช่างเหยียนเป็นคนทำ ส่วนด้านหลังก็ไม่ใช่ฉันทำเหมือนกันค่ะ เป็นสหายเหยียนกุ้ยหรงทำ…”
เหยียนกุ้ยหรงสีหน้าเปลี่ยนไปทันที แล้วกล่าว “เธอพูดเหลวไหลอะไร! ฉันไม่ได้แตะต้องชุดนี้เลยนะ!”
หลี่จิ้งเซียนกล่าว “ก็พี่นั่นแหละค่ะที่ทำ! เมื่อคืนฉันเห็นพี่ยืนเย็บผ้าด้วยจักรเย็บผ้าตรงนี้คนเดียว แล้วพี่ก็ทำเสียหายแล้วก็เลาะด้ายออก เลาะด้ายออกแล้วก็เย็บใหม่ ฉันอยากจะเตือนพี่ว่าอย่าแตะต้องเสื้อผ้าที่ช่างเหยียนทำเอาไว้ ไม่อย่างนั้นถ้าทำเสียหายแล้วจะยุ่งนะคะ แต่เมื่อก่อนฉันเตือนพี่ทีไร พี่ก็ดุฉันทุกที ฉันก็เลยไม่กล้าพูดแล้วค่ะ เช้านี้พี่เอาเสื้อผ้าที่เสียหายตัวนี้มาให้ฉันช่วยซ่อม บอกว่าถ้าฉันไม่ซ่อมจะหักเงินเดือนฉันค่ะ”
“แต่ฉันฝีมือไม่ดี ต่อให้พยายามซ่อมเท่าไรก็ซ่อมไม่ได้หรอกค่ะ”
กล่าวจบ หลี่จิ้งเซียนก็รู้สึกเสียใจจนทนไม่ไหว ยกมือขึ้นปาดน้ำตา ดวงตาแดงก่ำ
ช่างเหยียนตะลึงงัน ราวกับไม่คิดว่าคนที่ทำเสื้อผ้าเสียหายไม่ใช่หลี่จิ้งเซียน แต่เป็นเหยียนกุ้ยหรง ลูกสาวสุดที่รักของตนเอง
เหยียนกุ้ยหรงตั้งใจจะแก้ต่างอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินซูเจียวเจียวพูดว่า “ฝีเข็มของแต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าฝีเข็มบนเสื้อผ้าตัวนี้เป็นของใคร ก็ให้แต่ละคนลองเย็บเสื้อผ้าคนละตัวก็รู้แล้วค่ะ”
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^