LNCrawler

บทที่ 138 พวกคุณเข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว [2]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 138 พวกคุณเข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว [2]

        เหยียนกุ้ยหรงชะงักงันทันที หัวใจพลันรู้สึกขุ่นเคือง หญิงสาวผู้นี้เป็นถึงน้องสะใภ้ของน้องสะใภ้สี่ของบ้านเฒ่าสี่ ที่แท้ก็มีดีอยู่ไม่น้อย!

       เธอแค่นเสียงหึ พลางเชิดหน้าขึ้นกล่าวว่า “ฉันนี่แหละที่ทำเสีย ไม่ใช่แค่ห้าหยวนหรอกหรือ? ฉันจะชดใช้ให้ก็แล้วกัน”

       ช่างเหยียนใบหน้าซีดเผือดสลับแดงดูน่าเกลียดนัก เมื่อนึกถึงตนเองที่เพิ่งจะตำหนิหลี่จิ้งเซียนไปอย่างไร้เหตุผล และยังไม่ยอมฟังคำแก้ตัวของอีกฝ่าย…

       “เอ่อ… จิ้งเซียนเอ๋ย ฉันเสียใจจริงๆ นะ พวกเราเข้าใจเธอผิดไปแล้ว เงินนี่ไม่พอหรอก เธอกลับไปทำงานเถอะ” ช่างเหยียนกล่าว

       ทว่าหลี่จิ้งเซียนกลับส่ายหน้า “ฉันไม่ไปแล้วค่ะช่างเหยียน ฉันคิดดีแล้วว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว ฉันจะกลับบ้านไปทำนา”

       เธอเรียนอยู่ที่นี่เกือบสองปี แต่ก็ไม่ได้เรียนรู้วิชาชีพที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย

       ช่างเหยียนไม่ได้สอนเธอหลายสิ่งหลายอย่าง ตลอดระยะเวลาเกือบสองปีที่เธอเรียนที่นี่ ยังสู้เซียวหยวนซินที่เรียนกับซูเจียวเจียวเพียงปีเดียวไม่ได้เลย

       แต่เธอรู้ว่าซูเจียวเจียวไม่รับคนง่ายๆ เธอจึงไม่ได้เอ่ยเรื่องนี้ เพียงแต่คิดจะกลับบ้าน ไม่เรียนแล้ว อยู่ที่นี่ต่อไปก็ถูกรังแกและถูกทำให้อับอายไม่เว้นแต่ละวัน

       ช่างเหยียนพยายามรั้งเธอไว้หลายครั้ง แต่หลี่จิ้งเซียนก็ยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าจะกลับบ้าน ช่างเหยียนหมดหนทางจึงได้แต่กล่าวว่า “งั้นเธอกลับบ้านไปพักให้สบายใจก่อนก็แล้วกัน”

       จากนั้นช่างเหยียนก็จ่ายค่าแรงสามเดือนให้หลี่จิ้งเซียนเป็นเงินสิบห้าหยวน

       หลี่จิ้งเซียนเมื่อรู้ว่าซูเจียวเจียวจะกลับไปที่กองผลิต ก็รีบกลับเข้าไปในห้องเพื่อเก็บข้าวของแล้วตามออกมา เธอก็ไม่มีอะไรมากนัก มีเพียงเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนสองชุด กะละมังสองใบ และรองเท้าหนึ่งคู่ เธอจึงจัดเก็บข้าวของเสร็จอย่างรวดเร็ว

       ซูเจียวเจียวเห็นว่าเธอตั้งใจจะเลิกทำงานจริงๆ จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “เธอกลับบ้านไปแบบนี้ ไม่กลัวแม่เธอจะด่าเอาหรือ?”

       หลี่จิ้งเซียนส่ายหน้า “แม่จะด่าหรือจะตีก็ช่างเถอะค่ะ ยังไงฉันก็ไม่กลับไปที่ร้านของช่างเหยียนอีกแล้ว ฉันยอมทำไร่ทำนาดีกว่า”

       ซูเจียวเจียวเห็นท่าทางดื้อรั้นของอีกฝ่ายเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ไม่รู้ว่าเมื่อหลี่จิ้งเซียนเจอหน้าแม่แล้วจะยังดื้อรั้นได้เช่นนี้หรือไม่

       หลี่จิ้งเซียนเห็นซูเจียวเจียวถือของมากมาย จึงอาสาช่วยถือ อย่าได้มองว่าหลี่จิ้งเซียนตัวเล็กและผอมแห้ง แต่กำลังแขนของเธอไม่น้อยเลยทีเดียว เธอถือของเต็มสองมือ แต่ก็ก้าวเท้าได้ไม่ช้ากว่าซูเจียวเจียวเลยแม้แต่น้อย

       “พี่เจียวเจียวคะ วันนี้ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ ถ้าพี่ไม่ได้บังเอิญแวะมาที่ร้านละก็ เงินห้าหยวนของฉันคงหายไปแน่ๆ เลยค่ะ ไปค่ะ ฉันจะเลี้ยงไอศกรีมพี่เอง!”

       หลี่จิ้งเซียนยิ้มกว้าง ตอนนี้เธอรู้สึกอารมณ์ดีอย่างมาก

       ซูเจียวเจียวเห็นเธออารมณ์ดีก็ไม่อยากขัดใจ “ดีเลย ฉันขอรสนมนะ”

       “ได้เลยค่ะ!” หลี่จิ้งเซียนหัวเราะ ไม่นานเธอก็ถือไอศกรีมสองแท่งกลับมา แท่งหนึ่งเป็นรสนมที่เธอซื้อให้ซูเจียวเจียวเป็นอย่างดีที่สุด ราคาหนึ่งเหมา ส่วนไอศกรีมของเธอเองเป็นรสถั่วเขียวราคาเพียงสามเฟิน

       ซูเจียวเจียวพาหลี่จิ้งเซียนไปรอที่หน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการ

       หลี่จิ้งเซียนกัดไอศกรีมไปพลาง ถามไปพลางว่า “พี่เจียวเจียวกำลังรอใครอยู่หรือคะ? ใช่พี่อาหมิงหรือเปล่า?”

       ซูเจียวเจียวพยักหน้า “อืม เขากลับไปซื้อของที่ตลาดนัดน่ะ อีกเดี๋ยวก็คงจะกลับมา”

       ในตรอก เซียวหยวนหมิงมองหลี่ต้าเฉวียนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าบึ้งตึง “นายบอกว่ากลับบ้านแล้วไม่ใช่หรือ? นายไปเดินตลาดมืดมาใช่ไหม?”

       หลี่ต้าเฉวียนถูกจับได้จึงรีบเกาหัวด้วยความกระอักกระอ่วนและหวาดกลัว “นาย… นายก็ไปเดินตลาดมืดเหมือนกันไม่ใช่หรือ!”

       ไม่อย่างนั้น เซียวหยวนหมิงจะบังเอิญเจอเขาได้อย่างไรเล่า?

       สีหน้าของเซียวหยวนหมิงพลันมืดครึ้มลง “นายยังกล้าเถียงอีกเหรอ? นายกับฉันไม่เหมือนกันสักหน่อย?”

       เซียวหยวนหมิงมีช่องทาง และเคยวิ่งไปมาหลายครั้ง ถนนทุกสายและตรอกทุกซอยที่นี่เขารู้จักเป็นอย่างดี ต่อให้มีตำรวจนอกเครื่องแบบมา เขาก็ยังสามารถแยกแยะได้

       แล้วกับหลี่ต้าเฉวียนจะเหมือนกันได้อย่างไร?

       เจ้าโง่นี่ ไม่ว่าจะมองยังไงก็เพิ่งเคยมาครั้งแรกชัดๆ หลี่ต้าเฉวียนเดินโง่ๆ ตะโกนถามคนอื่นว่ามีเนื้อขายไหม กล้าทำตัวโจ่งแจ้งเช่นนี้ในตลาดมืด อยากถูกจับหรืออย่างไร?

       หลี่ต้าเฉวียนเม้มปาก พลางหดคอลงด้วยความหวาดกลัว “พี่อาหมิงครับ ผมผิดไปแล้ว”

       เซียวหยวนหมิงจ้องมองเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “บอกมาซิว่า นายกำลังคิดจะซื้อเนื้อให้ใครกันแน่?”

       หลี่ต้าเฉวียนชะงัก “ผม… ผมจะซื้อกลับไปกินเองที่บ้านครับ พอดีไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว ก็เลยอยากกินมากๆ ครับ”

       เซียวหยวนหมิงเหลือบมองเขาอย่างไม่เชื่อ “โกหกชัดๆ”

       หลี่ต้าเฉวียนเห็นว่าไม่อาจปิดบังได้ จึงได้แต่กล่าวว่า “ผมซื้อให้ภรรยาของตงเซิงครับ...”

       มุมปากของเซียวหยวนหมิงกระตุกเล็กน้อย จากนั้นดวงตาก็เย็นชาลง “นี่นายรู้ไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่? เฉิงติ้งผิงเป็นภรรยาของหลี่ตงเซิง หลี่ตงเซิงเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน นายคิดว่าตัวเองมีชีวิตอยู่มานานพอแล้ว หรือว่าเบื่อชีวิตแล้วหรือไง?”

       หลี่ต้าเฉวียนรีบโบกมือและส่ายหน้า หัวส่ายไปมาเหมือนลูกตุ้ม “ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นครับ ทุกคนเข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว! ผมแค่อยากช่วยเพราะสงสารเธอเท่านั้นเองครับ ผมจะชอบเฉิงติ้งผิงได้อย่างไรกัน!”

       เซียวหยวนหมิงขมวดคิ้ว “แล้วทำไมนายถึงได้ดีกับเธอขนาดนั้น? ถึงกับไปหาเธอทุกสามสี่วัน? นายวิ่งเข้าออกบ้านผู้หญิงบ่อยขนาดนี้ เกิดเธอเข้าใจผิดไปจะทำยังไง?”

       หลี่ต้าเฉวียนกล่าวว่า “ก็เพราะตอนเด็กๆ ผมเรียนอยู่ห้องเดียวกับเฉิงติ้งผิง ตอนเด็กๆ ผมพูดติดอ่าง เพื่อนๆ ในห้องต่างก็หัวเราะเยาะ มีเพียงเฉิงติ้งผิงที่ไม่เคยหัวเราะผม แถมยังสอนผมออกเสียงให้พูดดีๆ ผมก็แค่ตอบแทนบุญคุณเธอเท่านั้นเองครับ!”

       “อีกอย่าง เธอยังบอกด้วยว่าผมไม่ใช่ผู้ชายในแบบที่เธอชอบ เธอมีแค่หลี่ตงเซิงในใจเท่านั้น เธอชอบผู้ชายที่สุขุมและเป็นผู้ใหญ่ ส่วนผมที่เป็นแค่เด็กหนุ่มตัวเล็กๆ เธอไม่สนใจหรอกครับ แล้วยังบอกอีกว่าพวกเราเป็นเหมือนพี่น้อง”

       กล่าวจบ เขาก็เห็นเซียวหยวนหมิงทำท่าทางไม่ค่อยเชื่อ เขารีบยกมือขึ้น สองนิ้วชี้ขึ้นฟ้า “ผมพูดความจริงนะครับ! ผมขอสาบานต่อฟ้า! ถ้าพี่อาหมิงไม่เชื่อ ก็ลองไปถามเฉิงติ้งผิงได้เลยครับ เราสองคนบริสุทธิ์ใจและซื่อตรงต่อกันครับ!”

       “พอแล้ว ฉันจะเชื่อนายสักครั้งก็แล้วกัน” เซียวหยวนหมิงขัดจังหวะเขา มิฉะนั้นหากปล่อยให้เขาพูดต่อไปละก็ คงไม่มีวันจบสิ้น

       หลี่ต้าเฉวียนเห็นว่าเขาเชื่อตัวเองจริงๆ จึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจโล่งอก ไม่รู้ทำไม... เมื่อเห็นพี่อาหมิงโกรธแล้ว ถึงได้น่ากลัวยิ่งกว่าตอนเห็นแม่ตัวเองโกรธเสียอีก!

       เซียวหยวนหมิงถามว่า “ต้องการเนื้อเท่าไร?”

       หลี่ต้าเฉวียนตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับมาว่า “พี่อาหมิงครับ พี่มีวิธีหาเนื้อมาได้หรือ?”

       “อืม” เซียวหยวนหมิงมองเขาด้วยสีหน้าเฉยเมย “บอกมาว่านายต้องการเนื้อเท่าไร และยังต้องการอะไรอีกบ้าง บอกมาให้หมด ฉันจะดูว่าสามารถหามาให้ได้ไหม”

       หลี่ต้าเฉวียนรีบกล่าวออกมา “เนื้อหมูสิบชั่ง น้ำตาลทรายแดงสองชั่ง ลำไยอบแห้งหนึ่งถุง พุทราจีนสองถุง…”

       “เอาล่ะ นายออกไปรอข้างนอกก่อน อีกเดี๋ยวฉันจะตามไป” เซียวหยวนหมิงกล่าวจบก็หมุนตัวเดินจากไป

       หลี่ต้าเฉวียนไปรอที่ทางแยก ราวครึ่งชั่วโมงต่อมาเขาก็เห็นเซียวหยวนหมิงแบกถุงใบใหญ่เดินเข้ามา

       หลี่ต้าเฉวียนดวงตาเปล่งประกาย รีบเดินเข้าไปต้อนรับ “พี่อาหมิงครับ ในถุงนี่มีอะไรบ้างครับ? พี่เก่งเกินไปแล้ว ผมขอไปทำงานกับพี่ได้ไหมครับ…”

       ก่อนที่เขาจะพูดจบ เขาก็ถูกเซียวหยวนหมิงถลึงตาใส่ด้วยความเย็นชา

       หลี่ต้าเฉวียนจึงได้แต่หุบปากเงียบสนิท


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^