บทที่ 13 อ่านหนังสือด้วยกัน
บทที่ 13 อ่านหนังสือด้วยกัน
ซูเจียวเจียวเอ่ยตอบว่า ‘ค่ะ’ ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำในห้อง
ภายในห้องมีตะเกียงน้ำมันก๊าดจุดให้ความสว่างไสว
ชนบทแห่งนี้สภาพแวดล้อมไม่สู้ดีนัก ไม่มีห้องอาบน้ำแยกต่างหาก มีเพียงอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนี้ถูกเติมน้ำจนเต็ม
ซูเจียวเจียวลองทดสอบอุณหภูมิน้ำ พบว่าอุ่นกำลังดี
ช่างเป็นผู้ชายที่ละเอียดอ่อน และใส่ใจจริงๆ...
ซูเจียวเจียวหยิบเสื้อผ้าสะอาดวางบนเก้าอี้ จากนั้นก็หยิบสบู่ก้อนออกมา ก่อนจะถอดเสื้อผ้าลงแช่ในอ่างอาบน้ำ
เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ รอบข้างก็เงียบสงัด เสียงเคลื่อนไหวในห้องจึงถูกขยายให้ดังขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เซียวหยวนหมิงนั่งอยู่ในลานบ้าน ได้ยินเสียงน้ำในห้องดังแว่วมาเป็นระยะ เขาพลันรู้สึกกระหายน้ำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนผุดขึ้นมาในความคิด ทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว ราวกับมีกองไฟกำลังเผาผลาญอยู่ภายใน
ชายหนุ่มรีบลุกขึ้น เดินไปที่โอ่งน้ำ ตักน้ำหนึ่งถังมาราดลงบนศีรษะ จากนั้นก็อาบน้ำเย็นในลานบ้านอย่างรวดเร็ว
ซูเจียวเจียวอาบน้ำเสร็จออกมา ก็เห็นเขายืนเปียกปอนอยู่ในลานบ้าน จึงอดแปลกใจไม่ได้ “คุณอาบน้ำแล้วเหรอคะ?”
เซียวหยวนหมิงไม่กล้าสบตาเธอ เขาหันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว ทำท่าจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ข้างๆ แล้วตอบรับเสียงต่ำว่า ‘อืม’
“คราวหน้าอย่าอาบน้ำเย็นอีกนะคะ”
ซูเจียวเจียวคิดถึงชาติที่แล้วที่เซียวหยวนหมิงสุขภาพไม่ดีเมื่อแก่ตัวลง ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากนิสัยชอบอาบน้ำเย็น ไม่ว่าฤดูหนาวหรือฤดูร้อน เพื่อความสะดวก เขาจะอาบแต่น้ำเย็นเสมอ
เมื่อทำงานเสร็จ กลับมาพร้อมเหงื่อโซมกาย แล้วอาบน้ำเย็น ร่างกายย่อมได้รับความเย็นเข้าสู่ภายใน
ตอนนี้เขายังหนุ่มจึงยังไม่รู้สึกถึงปัญหา แต่เมื่ออายุมากขึ้น ก็ย่อมแตกต่างออกไป
เซียวหยวนหมิงตอบรับ ‘อืม’ อย่างไม่ใส่ใจอีกครั้ง ก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้อง หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เขาก็เทน้ำในอ่างอาบน้ำทิ้ง
ซูเจียวเจียวกลับเข้าห้องไปแล้ว
เซียวหยวนหมิงกลับมาที่ห้อง ก็เห็นซูเจียวเจียวนั่งอยู่ข้างโต๊ะกำลังอ่านหนังสือ เธอตั้งใจอ่านหนังสือในมือ แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องกระทบใบหน้าขาวผ่องของหญิงสาว ทั้งนิ่งสงบและอ่อนโยน
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ซูเจียวเจียวเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ ยิ้มให้เซียวหยวนหมิง “อาหมิง มานี่สิคะ เรามาอ่านหนังสือด้วยกันเถอะ”
อีกสองปี การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็จะกลับมา เธอจะต้องเข้าสอบอย่างแน่นอน
ไม่เพียงแต่เธอเท่านั้น เธอจะดึงเซียวหยวนหมิงมาสอบด้วยกัน
เซียวหยวนหมิงมีวุฒิการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นอยู่แล้ว พื้นฐานของเขาก็ถือว่าแน่น แต่หลังจากนั้นเขาก็ยุ่งอยู่กับการทำงาน ไม่ได้สนใจการอ่านหนังสือ พอถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลายสิ่งหลายอย่างก็ลืมไปเกือบหมดแล้ว
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น รวมถึงยุวชนผู้มีการศึกษาหลายคนก็เช่นกัน
เมื่อทุกคนได้รับข่าวการกลับมาของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างกะทันหัน เวลาก็กระชั้นชิดมาก หลายคนไม่มีเวลาเตรียมตัวอ่านหนังสือ จึงพลาดโอกาสในการเข้ามหาวิทยาลัยในครั้งนั้น บางคนเลือกที่จะสอบซ้ำในปีถัดไป
แต่หลังจากนั้นการสอบก็จะยากขึ้นเรื่อยๆ
เซียวหยวนหมิงตกใจ “อ่านหนังสืองั้นหรือ?”
“ค่ะ” ซูเจียวเจียวพยักหน้า เห็นเขายังคงยืนนิ่งอยู่ เธอจึงลุกขึ้นดึงเซียวหยวนหมิงมานั่งบนเก้าอี้ข้างๆ แล้วหยิบหนังสือการเมืองออกมาให้เขา
“คุณลองอ่านก่อนนะคะ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามฉันได้เลย”
จนกระทั่งเซียวหยวนหมิงเปิดหน้าแรกของหนังสือ สมองของเขาก็ยังคงมึนงงเล็กน้อย พวกเขาเป็นชาวนา อ่านหนังสือไปจะมีประโยชน์อะไร?
เจียวเจียวรังเกียจเขาเพราะความด้อยการศึกษาอย่างนั้นหรือ...
เขาจำได้ว่าคู่หมั้นเก่าของเจียวเจียวเป็นนักเรียนสายอาชีพที่เก่งกาจ ว่ากันว่าเป็นนักเรียนหัวกะทิในโรงเรียน ได้รับการจัดสรรงานที่ดีมาก และยังได้ทำงานในธนาคารอีกด้วย
เรื่องเหล่านี้เดิมทีเขาไม่รู้ แต่ก่อนหน้านี้ซูเจียวเจียวมักจะชอบพูดถึงเรื่องนี้กับโจวเม่ยและคนอื่นๆ ดังนั้นเมื่อมีคนพูดถึงบ่อยๆ เขาก็เลยรู้ด้วย
เขาก้มหน้าลง ดวงตาฉายแววหม่นหมองอย่างรวดเร็ว
ซูเจียวเจียวเห็นเขาก้มหน้า จึงถามว่า “เป็นอะไรไปคะ?”
เธอยกมือขึ้นเคาะหัวตัวเองเบาๆ จริงสิ!
เซียวหยวนหมิงแก่กว่าเธอสี่ปี การเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของเขาเป็นเรื่องเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ไม่ได้จับหนังสือมานานแล้ว เนื้อหาในหนังสือคงลืมไปหมดแล้ว
ซูเจียวเจียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เก็บหนังสือการเมืองเข้าไป เธอวางหนังสือเรียนภาษาจีนที่เธอกำลังอ่านอยู่ตรงหน้าพวกเขา “งั้นเรามาอ่านภาษาจีนด้วยกันนะคะ พออ่านจบแล้วก็ผลัดกันอ่านและท่องจำ คุณว่าไงคะ?”
โชคดีที่มีเวลาเตรียมตัวถึงสองปี
แม้ว่าเซียวหยวนหมิงจะไม่ได้แตะหนังสือมาหลายปีแล้ว แต่อย่างน้อยสิ่งที่เคยเรียนมาก็ยังพอมีอยู่ในความทรงจำบ้าง การทบทวนใหม่ก็น่าจะไม่ยากเกินไปนัก
เซียวหยวนหมิงพยักหน้า “อืม”
ถ้าเจียวเจียวให้เขาอ่านหนังสือ เขาก็จะอ่าน
ทั้งสองคนเริ่มอ่านจากหน้าแรก ต่างคนต่างอ่านในใจ
เนื่องจากแสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดไม่ค่อยสว่างนัก ทั้งสองคนจึงขยับเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ จนหัวชิดชนกัน
ในตอนแรก เซียวหยวนหมิงตั้งใจอ่านมาก แต่เมื่อร่างกายที่นุ่มนวลและอบอุ่นของหญิงสาวเอนพิงอยู่บนตัวเขาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่ ก็ทำให้เขาสับสนว้าวุ่นใจขึ้นมาเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอ่านอะไรอยู่แล้ว
ตอนนี้เป็นฤดูร้อนอยู่แล้ว ในใจจึงอัดอั้นไปด้วยความร้อนรุ่ม เซียวหยวนหมิงรู้สึกราวกับว่าทั้งตัวกำลังจะลุกไหม้ โดยเฉพาะบางส่วนที่ทำให้เขานั่งไม่ติด
แต่เขาก็ไม่กล้าพูดออกไป และไม่กล้าให้ซูเจียวเจียวสังเกตเห็นความผิดปกติของตัวเองด้วย เขาทำได้เพียงกัดฟันอ่านเนื้อหาบทแรกกับซูเจียวเจียวจนจบ
นี่เป็นบทเรียนระดับมัธยมปลาย ซึ่งเซียวหยวนหมิงไม่เคยเรียนมาก่อน ซูเจียวเจียวจึงอธิบายให้เขาฟัง บางส่วนมีคำอธิบายประกอบ ซึ่งเธอเขียนไว้ตั้งแต่สมัยเรียน ลายมือของเธอสวยงามและชัดเจน
เซียวหยวนหมิงเห็นเธอสอนอย่างตั้งใจ ก็พลอยตั้งใจตามไปด้วย จนลืมความรู้สึกที่ชวนเคลิ้มเมื่อครู่ไปเสียหมด
เมื่อบทเรียนแรกจบลง เวลาก็ล่วงเลยไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว ซูเจียวเจียวให้เขาท่องจำประเด็นสำคัญ ส่วนเธอก็หยิบกระดาษและปากกามาขีดเขียน
วันนี้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เธอต้องให้เขาลองทำแบบฝึกหัด เพื่อที่จะได้พัฒนาต่อไป!
เมื่อเซียวหยวนหมิงท่องจำเสร็จ ซูเจียวเจียวก็เขียนเสร็จพอดี เมื่อเห็นว่าดึกมากแล้ว เธอจึงชวนเซียวหยวนหมิงเข้านอน เพราะพรุ่งนี้ยังต้องไปทำงาน จะนอนดึกไม่ได้ เดี๋ยวร่างกายจะรับไม่ไหว
ตอนนี้ประมาณสองทุ่มครึ่ง จริงๆ ก็ยังไม่ถือว่าดึกมากนัก
หลังจากดับตะเกียงน้ำมันก๊าดแล้ว ทั้งสองคนก็ขึ้นนอน
ภายในห้องมืดมิดและอบอ้าวเล็กน้อย
ซูเจียวเจียวนอนอยู่ด้านใน ร้อนจนนอนไม่หลับ เธอถือพัดใบลาน ค่อยๆ พัดอยู่ในความมืดมิด
ในอนาคตมีทั้งพัดลมและเครื่องปรับอากาศ ชีวิตช่างเสรีและมีความสุข
เซียวหยวนหมิงนอนเงียบๆ อยู่ขอบเตียง แต่กลับข่มตาหลับไม่ลง ความรู้สึกวาบหวามที่เคยเก็บกดไว้ พลันหวนคืนมาอีกครา ทำให้เขาอดรนทนไม่ได้ที่จะขยับกายเข้าไปใกล้ชิดคนด้านในเตียง
ซูเจียวเจียวหลับตาลง สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยของเขา ท่าทางเหมือนอยากจะขยับ แต่ก็ไม่กล้า ขอบปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ในความมืดสลัว
ชาติที่แล้ว เธอและเซียวหยวนหมิงนอนด้วยกันแค่คืนเข้าหอเท่านั้น หลังจากนั้นก็แยกกันนอน แต่ครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป
เธอขยับเข้าไปใกล้เซียวหยวนหมิงอย่างตั้งใจ และคว้าแขนของเขามาวางบนหมอนของเธอ จากนั้นก็หนุนแขนของเซียวหยวนหมิง
พร้อมกันั้น พัดใบลานในมือที่ค่อยๆ แตะลงบนหน้าอกของเขา “ร้อนจังเลยค่ะ ช่วยพัดให้หน่อยได้ไหมคะ”
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^