LNCrawler

บทที่ 139 งานนี้ไม่เหมาะกับผมเลย

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 139 งานนี้ไม่เหมาะกับผมเลย

        ทว่าไม่ทันไร หลี่ต้าเฉวียนก็อดรนทนไม่ได้ เริ่มต้นพล่ามไม่หยุด “พี่อาหมิงครับ ที่พี่แอบทำเรื่องแบบนี้เนี่ย พี่สะใภ้รู้ไหมครับ?”

       “เธอให้พี่ทำเหรอครับ?”

       “พี่อาหมิงครับ พี่นี่เก่งจริงๆ เลยนะครับ หาของมาได้มากมายขนาดนี้”

       “พี่อาหมิงครับ พาผมไปด้วยนะครับ ผมก็อยากหาเงิน…”

       เซียวหยวนหมิงถูกเขาก่อกวนตลอดทาง จนอยากจะเอาถุงเท้าเหม็นๆ มายัดปากเขาเสียจริงๆ

       เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลยว่าเจ้าหนุ่มนี่พูดมากขนาดนี้?

       “นายไม่เหมาะกับงานนี้หรอก”

       หลี่ต้าเฉวียนไม่พอใจทันที เสียงดังขึ้น “ผมไม่เหมาะตรงไหนครับ? ผมทั้งแข็งแรง วิ่งเร็ว เหมาะกว่าใครๆ ซะอีก”

       เซียวหยวนหมิงหยุดเดิน สายตาที่มองเขาดูหนักอึ้ง “นิสัยปากมากอย่างนายเนี่ย คิดว่าเหมาะเหรอ?”

       หลี่ต้าเฉวียน "…"

       “อย่าลืมนะว่ายุวชนโจวกับยุวชนหลินเคยมีจุดจบยังไง” เซียวหยวนหมิงเตือน

       หลี่ต้าเฉวียนขมุบขมิบปากพลางนึกขึ้นได้ว่า โจวเม่ยนั้นเดิมทีทำงานเป็นเสมียนจดแต้มคะแนนงาน แต่ภายหลังงานเสมียนก็ถูกยกเลิก เธอจึงถูกย้ายไปที่ไร่เกษตรกรรม ไม่รู้ว่าเธอใช้วิธีไหนจึงย้ายออกมาได้ ตอนนี้เธอทำงานหนักถึงสิบแต้มคะแนนงานต่อวัน ร่างกายซูบผอมลงไปมาก แถมยังดำกร้านไปทั้งตัว จนหลี่เอ้อร์โก่วเห็นเป็นสมบัติล้ำค่าถึงได้แต่งงานกับเธอ

       ถัดมาคือหลินเฟิง เพราะเขาลักลอบซื้อขายทำกำไรเกินควร จึงถูกลงโทษให้เข้าทัณฑสถานแรงงาน ภายหลังทนความลำบากไม่ไหวจึงหลบหนีไป ผลคือทำให้ทุกคนที่ตามหาเขาต้องเผชิญกับดินถล่ม มีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย บาดเจ็บหลายราย กองผลิตได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้กระทั่งเลขาธิการเจียงและหลี่เกินเซิงก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่เคยเห็นหลินเฟิงอีกเลย

       ว่ากันว่าหลังจากหลินเฟิงหายจากอาการบาดเจ็บ เขาก็ถูกพาตัวไป ส่วนจะได้รับการลงโทษอย่างไรต่อไปนั้น เขาก็ไม่รู้ แต่เดาได้ไม่ยากว่าคงไม่มีชีวิตที่ดีแน่นอน อาจจะยิ่งอนาถกว่าเดิมด้วยซ้ำ

       เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลี่ต้าเฉวียนก็หัวเราะแห้งๆ “พี่อาหมิงพูดถูกแล้วครับ งานนี้ไม่เหมาะกับผมจริงๆ ด้วย”

       เซียวหยวนหมิงวางถุงลงเสียงดัง “แบกไปสิ”

       “ได้เลยครับ” หลี่ต้าเฉวียนยิ้มแล้วแบกถุงขึ้นบ่า เดินตามหลังเซียวหยวนหมิงไปอย่างร่าเริง

       เมื่อเดินผ่านสหกรณ์ เห็นป้ายเขียนว่ามีน้ำถั่วเขียวแช่เย็น เซียวหยวนหมิงก็เช็ดเหงื่อบนหน้าพลางควักเงินออกมา และหยิบกระบอกน้ำของตัวเองออกมาดื่มน้ำที่เหลือจนหมด แล้วจึงกรอกน้ำถั่วเขียวใส่กระบอกน้ำจนเต็ม

       หลี่ต้าเฉวียนมองเขาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย “พี่อาหมิงครับ ผมก็หิวเหมือนกันครับ ขอน้ำถั่วเขียวให้ผมดื่มหน่อยได้ไหมครับ”

       เซียวหยวนหมิงเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา “นายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่”

       หลี่ต้าเฉวียน "…"

       พี่อาหมิงเป็นคนใจไม้ไส้ระกำขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน!

       เอาเถอะ ฉันดื่มน้ำของตัวเองก็ได้!

       หลี่ต้าเฉวียนหยิบกระบอกน้ำที่สะพายอยู่บนหลังออกมาอย่างหงุดหงิด แล้วดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง

       ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็มาถึงหน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการ

       จากที่ไกลๆ เซียวหยวนหมิงก็เห็นร่างที่บอบบางและงดงามร่างหนึ่ง ยืนเงยหน้ามองอย่างรอคอย

       “เจียวเจียว”

       สีหน้ามืดครึ้มของเซียวหยวนหมิงเมื่อเห็นซูเจียวเจียวก็พลันหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความอ่อนโยน เขารีบเดินไปยังข้างหน้าซูเจียวเจียวพลางเปิดฝา แล้วยื่นกระบอกน้ำให้

       “ทำไมคราวนี้กลับมาช้ากว่าเมื่อก่อนล่ะ?” ซูเจียวเจียวรับกระบอกน้ำมาดื่มไปอึกหนึ่ง ดวงตาก็พลันเปล่งประกาย มันคือน้ำถั่วเขียว!

       ที่สำคัญคือแช่เย็นมาแล้ว ให้ความรู้สึกเย็นชื่นใจ รสหวานละมุน ดื่มง่าย ที่สำคัญคือไม่เย็นจนชาลิ้น

       หลี่ต้าเฉวียนเห็นว่า เมื่อครู่เซียวหยวนหมิงยังเป็นชายที่ดูดุดันและมืดครึ้ม แต่ในวินาทีต่อมากลับกลายเป็นคนอ่อนโยนและซาบซึ้ง เขาอดไม่ได้ที่จะขยับมุมปาก เอาเถอะ... ความอ่อนโยนของพี่อาหมิงนั้นเป็นของพี่สะใภ้เพียงคนเดียวจริงๆ

       “พี่อาหมิง...”

       ทันใดนั้นก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ เซียวหยวนหมิงเงยหน้าขึ้นมอง เหมือนเพิ่งสังเกตเห็นหลี่จิ้งเซียนที่อยู่ข้างๆ เขาพยักหน้าให้หลี่จิ้งเซียน “เธอก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ”

       หลี่จิ้งเซียนหัวเราะ “ฉันยืนอยู่ตรงนี้นานแล้วค่ะ แต่พี่อาหมิงก็มองไม่เห็นฉันเลย ในสายตาของพี่อาหมิงมีแต่พี่สะใภ้เท่านั้นแหละ”

       หลี่ต้าเฉวียนเดินเข้าไป ‘ผัวะ’ ตบหัวหลี่จิ้งเซียนไปทีหนึ่ง “นี่เธอพูดอะไรออกมาเนี่ย? ในสายตาของพี่อาหมิงมีแต่พี่สะใภ้มันก็แน่นอนอยู่แล้ว เมื่อกี้นี้ขนาดน้ำถั่วเขียวยังไม่ให้ฉันจิบเลยด้วยซ้ำ”

       หลี่จิ้งเซียนเอามือกุมหัวที่ถูกตบ แล้วบ่นเจ็บ “พี่ตบฉันทำไมเนี่ย!”

       เซียวหยวนหมิงเหลือบมองเขา “ถ้าอยากดื่มก็ไปซื้อเองสิ”

       เจ้าหนุ่มนี่ช่างดื้อรั้นเหลือเกิน หากเขาไม่พบเจอแต่เนิ่นๆ ละก็ ไม่แน่ว่าหลี่ต้าเฉวียนอาจถูกชักจูงไปเป็นนักเก็งกำไรได้

       “ผมไม่หิวครับ ผมก็มีกระติกน้ำของตัวเองเหมือนกัน” หลี่ต้าเฉวียนไม่อยากทำให้ตัวเองเสียหน้าอีกต่อไป

       ตั้งแต่ถูกพี่อาหมิงจับได้ ตอนนี้พี่อาหมิงมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย สีหน้าและแววตาของพี่อาหมิงเหมือนอยากจะอัดเขาให้หนักสักที

       เขาจึงไม่ยอมให้พี่อาหมิงมีเหตุผลที่จะทำร้ายเขาได้

       หลี่ต้าเฉวียนพลันนึกอะไรขึ้นได้ ดวงตาเบิกกว้าง แล้วมองไปยังหลี่จิ้งเซียน “แล้วนี่... เธอไม่ได้เรียนตัดเสื้อกับช่างเหยียนอยู่เหรอ? ทำไมถึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”

       เขาพูดพลางมองของที่อยู่ในมือหลี่จิ้งเซียน ดวงตาหรี่ลง “เธอลาออกแล้ว?”

       พูดจบก็ยกมือขึ้น ทำท่าเหมือนจะตีคน

       หลี่จิ้งเซียนรีบหลบไปอยู่ข้างหลังซูเจียวเจียว แล้วร้องขอความช่วยเหลือ “พี่เจียวเจียวคะ ช่วยฉันด้วย!”

       เซียวหยวนหมิงจ้องหลี่ต้าเฉวียนตาเขม็ง “เรื่องของตัวเองยังแทบจะเอาตัวไม่รอด ยังจะมาวุ่นวายเรื่องของน้องสาวอีก”

       ซูเจียวเจียวถาม “ต้าเฉวียนเขาทำอะไรเหรอ?”

       เซียวหยวนหมิงเหลือบมองหลี่จิ้งเซียนที่อยู่ข้างๆ แล้วมองไปยังถุงกระสอบที่หลี่ต้าเฉวียนวางลงบนพื้น ซูเจียวเจียวก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

       เซียวหยวนหมิงมองซูเจียวเจียวด้วยรอยยิ้มในดวงตา ภรรยาของเขานี่ฉลาดจริงๆ ไม่ต้องพูดอะไรมากก็เข้าใจความหมายของเขาได้ทันที

       เรียกว่าใจตรงกันได้หรือเปล่านะ?

       หลี่จิ้งเซียนกลับแสดงสีหน้าสงสัย “พี่อาหมิงคะ พี่ชายหนูเขาทำอะไรเหรอ? เขาไปทำเรื่องไม่ดีมาเหรอคะ?”

       หลี่ต้าเฉวียนกลัวว่าเซียวหยวนหมิงจะเปิดเผยเรื่องของเขา จึงรีบพูดออกมา “เด็กน้อยอย่างเธอไม่ต้องมารับรู้ธุระกงการของฉันหรอกน่า! พูดมาเลยว่าทำไมถึงลาออก!”

       หลี่จิ้งเซียนบ่นอย่างไม่พอใจ “พี่ก็แค่เกิดก่อนหนูนาทีเดียวเอง ยังมาว่าฉันเป็นเด็กน้อยอีก ทำเหมือนตัวเองโตแล้วอย่างนั้นแหละ”

       “เกิดก่อนนาทีเดียวฉันก็เป็นพี่เธอแล้ว!” หลี่ต้าเฉวียนทำหน้าบึ้ง แล้วดุอีกฝ่ายว่า “แม่จ่ายเงินห้าสิบหยวนเพื่อส่งเธอไปเรียนตัดเสื้อกับช่างเหยียน แต่เพิ่งทำได้ไม่นานก็ลาออกมาแล้ว! เธอรู้ไหมว่านี่เป็นการสิ้นเปลืองเงินที่พวกเราหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานนะ!”

       หลี่จิ้งเซียนตาแดงก่ำน้ำตาไหลพราก

       หลี่ต้าเฉวียนเห็นเธอร้องไห้ก็ใจเสีย เขาแค่พูดไปตามน้ำเท่านั้นเอง เมื่อก่อนก็ทะเลาะกับเธอบ่อยๆ ไม่เห็นเธอร้องไห้เลยนี่นา

       “มีอะไรก็พูดมาสิ เอาแต่ร้องไห้แบบนี้ แล้วฉันจะรู้ได้ไงเล่า?”

       หลี่จิ้งเซียนร้องไห้ “พี่ชาย พี่พูดถูกแล้วค่ะ ฉันไม่ควรทำตามใจตัวเองแล้วหนีออกมาแบบนี้ ฉันจะกลับไปค่ะ ฉันจะทำให้เงินห้าสิบหยวนที่ทุกคนหามาสูญเปล่าไม่ได้! ฉันจะเรียนให้จบค่ะ ถ้าเรียนไม่จบก็จะไม่กลับบ้าน!”

       พูดจบ หลี่จิ้งเซียนก็หยิบของขึ้นมา แล้วเตรียมจะเดินกลับไป

       ซูเจียวเจียวดึงเธอไว้

       “พี่เจียวเจียวมีอะไรหรือเปล่าคะ?” หลี่จิ้งเซียนสูดน้ำมูกแล้วถาม

       ซูเจียวเจียวอายุเท่ากับหลี่จิ้งเซียน เพียงแต่เธออายุมากกว่าหลี่จิ้งเซียนและหลี่ต้าเฉวียนสองสามเดือนเท่านั้น


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^