บทที่ 140 ไฟฟ้ามาแล้ว [1]
บทที่ 140 ไฟฟ้ามาแล้ว [1]
ซูเจียวเจียวเอ่ยว่า “เธอกลับไปก็ทำอะไรไม่ได้หรอก เธอกับช่างเหยียนและพวกเขาทะเลาะกันแล้ว ต่อให้กลับไป พวกเขาก็ไม่ตั้งใจสอนเธออยู่ดี”
“แต่… แต่ฉันจะทิ้งเงินที่แม่กับคนอื่นๆ หามาเพื่อฉันได้อย่างไรคะ” หลี่จิ้งเซียนเอ่ยด้วยดวงตาแดงก่ำอย่างแผ่วเบา
ซูเจียวเจียวเอ่ยว่า “ถ้าเธอกลับไป ก็เหมือนกลับไปให้เขารังแก เรื่องแบบวันนี้คงเกิดขึ้นบ่อยๆ ใช่ไหม?”
หลี่จิ้งเซียนดวงตาแดงก่ำ พยักหน้าเบาๆ
หลี่ต้าเฉวียนเพิ่งจะรู้สึกถึงความผิดปกติ สีหน้าของเขาพลันเคร่งขรึมลง “เรื่องอะไร? พวกเขารังแกเธองั้นหรือ?”
“ไม่…” หลี่จิ้งเซียนส่ายหน้า
แต่เมื่อเห็นน้องสาวดวงตาแดงก่ำ มีน้ำตาคลอเบ้าเช่นนี้จะไม่ถูกรังแกได้อย่างไร!
หลี่ต้าเฉวียนพับแขนเสื้อขึ้นทันที “ฉันจะไปสะสางกับพวกเขา! พวกเราเสียเงินไปแล้วนะ! ได้เงินไปแล้วกลับไม่ยอมสอนดีๆ แบบนี้ ฉันต้องไปหาพวกเขาเพื่อพูดคุยให้รู้เรื่อง!”
เซียวหยวนหมิงรั้งเขาไว้ “อย่าใจร้อนไปเลย”
“นี่น้องสาวผมถูกรังแกนะ!” หลี่ต้าเฉวียนเอ่ยอย่างโกรธเคือง
ปกติเขาจะชอบมีปากเสียงกับน้องสาว นั่นเป็นเรื่องของเขา เขารังแกน้องสาวได้ แต่คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมารังแกน้องสาวเขา!
เซียวหยวนหมิงเอ่ยว่า “แล้วนายจะพูดอะไรกับพวกเขา? จะบอกว่าพวกเขาไม่ตั้งใจสอนหรือ? แล้วนายมีหลักฐานไหม? ถ้าพวกเขาบอกว่าตั้งใจสอนดีแล้ว แต่เป็นจิ้งเซียนที่ไม่ตั้งใจเรียนเล่า? เรื่องแบบนี้มันพูดกันไม่รู้เรื่องหรอก นอกจากจะทะเลาะกันเหมือนคนไร้เหตุผลแล้ว ก็ทำอะไรไม่ได้เลย”
“ผมไม่สน! ผมไม่สามารถทนเห็นน้องสาวผมถูกรังแกได้! อย่างน้อยต้องให้ผู้อื่นรู้ว่าพวกมันจิตใจชั่วช้า!” หลี่ต้าเฉวียนเอ่ยอย่างไม่พอใจ
หลี่จิ้งเซียนก็ดึงมือหลี่ต้าเฉวียนเช่นกัน “พี่ชายอย่าไปเลยค่ะ ฉันจะกลับไปหาช่างเหยียนเดี๋ยวนี้แหละ”
“จะกลับไปทำไมอีก! พวกเขารังแกเธอขนาดนั้นแล้ว เธอยังจะกลับไปให้พวกเขาด่าอีกเหรอ!” หลี่ต้าเฉวียนเอ่ยอย่างฉุนเฉียว แล้วหยุดชะงักครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า “พวกเขารังแกเธออย่างไร? ด่าหรือทุบตี?”
ซูเจียวเจียวขยับมุมปากอย่างพูดไม่ออก เรื่องยังไม่ทันจะกระจ่าง ก็จะไปสะสางกับคนอื่นเสียแล้ว
แต่หลี่ต้าเฉวียนก็เป็นคนปกป้องพวกพ้องและซื่อสัตย์ต่อมิตรภาพจริงๆ แถมยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์เป็นอย่างมาก
จากนั้นซูเจียวเจียวก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
หลี่ต้าเฉวียนฟังแล้ว สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขาหันไปมองซูเจียวเจียว แล้วกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณมากครับพี่สะใภ้! หากไม่ใช่เพราะพี่สะใภ้ยื่นมือเข้าช่วย น้องสาวผมคงถูกคนใส่ความ แถมยังต้องชดใช้อีก น่าเวทนาจริงๆ!”
“ฉันเห็นก็ต้องช่วยอยู่แล้วค่ะ ฉันเองก็ไม่คิดว่าช่างเหยียนจะเป็นคนแบบนั้น” ซูเจียวเจียวเอ่ย
ก่อนหน้านี้เธอเคยให้ช่างเหยียนตัดเสื้อให้ไม่น้อยเลย ทุกครั้งที่เจอช่างเหยียน เขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดูเป็นคนคุยง่าย ไม่คิดเลยว่าคนคนนี้จะมีสองหน้าจริงๆ
แต่ก็ใช่... เวลาเธอไปหาช่างเหยียน เธอเป็นลูกค้า ช่างเหยียนก็ต้องยิ้มแย้มต้อนรับเธออยู่แล้ว
“ช่างมันเถอะ ไม่ต้องรงไม่ต้องเรียนแล้ว เรากลับบ้านกัน” หลี่ต้าเฉวียนปลอบใจ “เขาไม่สอนก็ช่างเขา เราก็แค่ไม่เรียน ไม่เห็นจะยากตรงไหน”
หลี่จิ้งเซียนพลันซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพรากๆ น้ำมูกน้ำตาก็ไหลออกมา “พี่ชาย พี่ดีกับฉันจริงๆ! ฮือๆๆ …”
จริงๆ เธอก็รู้มานานแล้วว่า ช่างเหยียนไม่ยอมตั้งใจสอนฝีมือให้เธอ ไม่อย่างนั้นเธอก็คงไม่เรียนมาเป็นปีแล้วก็ยังเป็นแบบนี้
นอกจากนี้ ตั้งแต่เหยียนกุ้ยหรงกลับมา เรื่องใส่ร้ายป้ายสีก็เกิดขึ้นไม่น้อย เธอเป็นคนนอก แถมยังเป็นเพียงลูกศิษย์ฝึกหัด ไม่มีสถานะอะไรที่นั่นเลย
หลายครั้งที่เหยียนกุ้ยหรงฝีมือไม่ดี แต่ก็ยังอยากลองทำดู ผลคือทำพังไปหมด แต่ก็โยนความผิดให้เธอ ที่นั่นเธอโดนด่าเสียยับเยิน
แต่คำพูดเหล่านี้ หลี่จิ้งเซียนจะไม่พูด และจะไม่บอกพ่อแม่และพี่ชาย ทุกครั้งที่หลี่จิ้งเซียนกลับบ้าน เธอจะบอกแต่ข่าวดีไม่บอกข่าวร้าย เพราะกลัวว่าพ่อแม่จะกังวลเรื่องเธอ
ดังนั้นทุกครั้งที่แม่ถามว่าเรียนที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง ช่างเหยียนปฏิบัติต่อเธอดีไหม หลี่จิ้งเซียนก็จะยิ้มแล้วตอบว่าดี
จากนั้นหลี่จิ้งเซียนก็มีเรื่องคับข้องใจมากมายที่ไม่มีที่ระบาย แถมยังไม่กล้าบอกซูเจียวเจียว ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ เมื่อเจอพี่ชาย เธอก็ไม่ทันได้ขอคำปลอบใจ ผลคือพี่ชายยังมาด่าเธอเสียอีก
เดิมทีคิดว่าพี่ชายไม่ใส่ใจเธอ แต่เมื่อเห็นพี่ชายจะไปหาคนสะสางเรื่องและทะเลาะวิวาทเพื่อเธอ เธอก็เพิ่งจะรู้ว่าพี่ชายใส่ใจเธออย่างแท้จริง!
เขาแค่ไม่พูดออกมาเท่านั้นเอง!
ดังนั้นตอนนี้พอร้องไห้ก็หยุดไม่ได้แล้ว
หลี่ต้าเฉวียนพลันมองหลี่จิ้งเซียนอย่างรังเกียจ “ถอยไปไกลๆ เลยนะ อย่าเอาน้ำมูกมาป้ายฉันสิ เธออายุสิบแปดแล้วนะ ทำไมยังเป็นเหมือนตอนเด็กๆ ที่พอร้องไห้ก็น้ำมูกไหลขี้มูกโป่งตลอดเลย”
หลี่จิ้งเซียน "…"
เมื่อกี้เธอซาบซึ้งไปโดยเปล่าประโยชน์!
เธออยากเปลี่ยนพี่ชาย ยังทันไหมนะ?
ซูเจียวเจียวเอ่ยปลอบใจด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก อีกเดือนกว่าๆ ฉันก็จะรับลูกศิษย์ฝึกหัดเพิ่มอีกคนแล้ว ในเมื่อจิ้งเซียนเคยเรียนมาแล้ว อย่างน้อยก็มีพื้นฐานอยู่บ้าง การเรียนรู้ก็ย่อมเร็วกว่าคนอื่นอยู่แล้ว”
หลี่จิ้งเซียนได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็พลันเป็นประกาย “พี่เจียวเจียวจะรับลูกศิษย์ฝึกหัดเพิ่มแล้วเหรอคะ?”
หลี่ต้าเฉวียนก็มองเธอ ดวงตาเผยแววความหวัง
ฝีมือของซูเจียวเจียวเป็นอย่างไรนั้น เขาย่อมรู้ดี!
ดูพี่อาหมิงสิ ตั้งแต่มีภรรยาคนนี้ เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ดูดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะใช้ผ้าธรรมดาๆ ราคาถูก แต่เมื่อตัดเย็บออกมาแล้วก็ดูประณีตมาก สวมใส่แล้วเหมือนคนเมืองเลย!
เขาอิจฉาจะตายแล้ว!
ฮือๆ ทำให้เขาอยากแต่งงานแล้ว!
แต่เขาก็รู้ว่าด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ อยากจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัดเสื้อเป็น มันเป็นไปไม่ได้เลย!
สาวๆ ที่ตัดเสื้อเป็นคนไหนจะยอมแต่งงานกับเขาเล่า!
สาวๆ ที่มีฝีมือเหล่านั้น ล้วนอยากจะแต่งงานเข้าไปในเมืองกันทั้งนั้น!
ถ้าซูเจียวเจียวสามารถสอนน้องสาวเขาได้ นั่นเป็นโชคดีของน้องสาวเขาจริงๆ! อนาคตข้างหน้าย่อมดีอย่างแน่นอน!
ซูเจียวเจียวพยักหน้า “อืม เรื่องนี้ฉันคุยกับหัวหน้ากองผลิตและเลขาธิการแล้ว เดือนหน้าก็จะเริ่มรับลูกศิษย์เพิ่มแล้วล่ะ”
“ดีมากเลย!” หลี่ต้าเฉวียนเอ่ยอย่างตื่นเต้น จากนั้นก็จ้องหลี่จิ้งเซียน “ทำไมยังไม่รีบขอบคุณพี่เจียวเจียวอีก!”
“ขอบคุณค่ะพี่เจียวเจียว! ฉันจะตั้งใจเรียนอย่างดีเลยค่ะ” หลี่จิ้งเซียนยิ้มอย่างมีความสุข ดวงตายังคงมีน้ำตาคลอเบ้า เป็นภาพที่สะท้อนความรู้สึกทั้งสุขและเศร้าในเวลาเดียวกัน
“เอาล่ะ ไปกินข้าวกันเถอะ” เซียวหยวนหมิงเห็นว่าทุกคนอารมณ์ดีขึ้นแล้ว สีหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
ทั้งสี่คนเข้าไปกินข้าวที่ร้านอาหารรัฐสวัสดิการด้วยกัน เดิมทีเซียวหยวนหมิงจะเป็นคนเลี้ยง แต่หลี่ต้าเฉวียนบอกว่าซูเจียวเจียวช่วยเขาไว้ แถมยังจะรับน้องสาวเขาเป็นลูกศิษย์ฝึกหัด ดังนั้นมื้อนี้เขาจะเป็นคนเลี้ยงเอง
แต่หลี่ต้าเฉวียนไม่มีบัตรแลกอาหาร เซียวหยวนหมิงจึงออกบัตรแลกอาหารให้ ส่วนหลี่ต้าเฉวียนเป็นคนออกเงิน
ทั้งสี่คนสั่งสามกับข้าวหนึ่งน้ำแกง มีสองเมนูเนื้อหนึ่งเมนูผัก น้ำแกงคือน้ำแกงมะเขือเทศกับไข่ ทั้งสี่คนกินจนอิ่มหนำสำราญจึงเดินออกมา
สุดท้ายหลี่ต้าเฉวียนก็เอาเงินของหลี่จิ้งเซียนมาจ่ายค่าอาหาร มื้อนี้หมดไปหนึ่งหยวนแปดเหมา
พอกลับถึงบ้าน หลี่ต้าเฉวียนก็เข้าไปในบ้านของเซียวหยวนหมิง หยิบเนื้อกับผักที่ให้ช่วยซื้อมา รวมถึงน้ำตาลแดงและพุทราจีน แล้วจ่ายเงินให้ จากนั้นก็แยกย้ายกันไป
ของเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้บัตร แต่ราคาแพงกว่าร้านค้าสหกรณ์เล็กน้อย ซึ่งหลี่ต้าเฉวียนก็รู้ดี
หนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หมู่บ้านก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง ผู้คนออกไปทำงานบ้าง ไปติดตั้งสายไฟบ้าง
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^