บทที่ 142 โรงงานขนาดเล็กเริ่มดำเนินการแล้ว
บทที่ 142 โรงงานขนาดเล็กเริ่มดำเนินการแล้ว
ซูเจียวเจียวจ้องมองดวงตาของเซียวหยวนหมิงอย่างจริงจัง “อาหมิงคะ ช่วงก่อนฉันได้รับจดหมายจากทางบ้าน เขาบอกว่าปีหน้าอาจจะมีการฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉันเลยต้องทบทวนตำราเรียน แล้วก็ต้องช่วยคุณทบทวนบทเรียนไปพร้อมกับการทำงานด้วย นี่เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้ฉันถึงยังไม่อยากมีลูก และบังเอิญคุณก็ไม่ได้เร่งรัดให้ฉันมีลูก งั้นพวกเราก็รอไปอีกสักสองสามปีนะคะ”
เมื่อพูดทุกอย่างออกมาอย่างเปิดอก ซูเจียวเจียวก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
เซียวหยวนหมิงได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย ฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างนั้นหรือ?
นั่นหมายความว่า หลังจากนั้นเจียวเจียวก็จะจากไป!
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เจียวเจียวจะเคยบอกว่าจะพาเขาไปด้วย แต่เขาก็เป็นเพียงชาวนาที่มีความรู้น้อยนิด แล้วจะไปทำอะไรในเมืองได้เล่า?
จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดที่ฮั่วเจี้ยนจงเคยกล่าวกับเขาที่บ้านพักยุวชน... “เซียวหยวนหมิง ผู้ชายที่ฉลาดจะไม่คิดหาวิธีผูกมัดผู้หญิงของตัวเอง แต่จะคิดหาวิธีทำให้ตัวเองเก่งกาจขึ้น จากนั้นก็ยืนอยู่ข้างกายเธอ เคียงข้างเธอ ปกป้องเธอ และเป็นที่พึ่งให้เธอ!”
“ซูเจียวเจียวสวยฉลาด มีฐานะดี คุณคิดว่าเธอจะอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน? หากวันหนึ่งเธอต้องกลับเมือง คุณจะทำอย่างไร? ถ้าคุณตามไปในเมือง คุณจะเอาตัวรอดในเมืองได้ไหม? คุณจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคงให้เธอได้หรือเปล่า? คุณจะเลี้ยงดูเธอไหวหรือ?”
ดังนั้นฮั่วเจี้ยนจงก็รู้ล่วงหน้ามานานแล้ว ว่าปีหน้าอาจจะมีการฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาจึงกล่าวคำเหล่านั้นเพื่อกระตุ้นให้เขาพยายามใช่หรือไม่?
และนั่นก็คือเหตุผลที่เจียวเจียวให้เขาอ่านหนังสือ ท่องจำ ทำบันทึก ทบทวน เขียนเรียงความ… มาตั้งแต่แต่งงานกัน!
ตอนนั้นเขายังคิดว่าเจียวเจียวแค่ชอบผู้ชายที่มีความรู้มีการศึกษา ที่แท้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง!
โชคดีที่เขาเชื่อฟังเจียวเจียวมาโดยตลอด หนังสือที่เจียวเจียวให้อ่าน เรียงความที่ให้เขียน แบบฝึกหัดที่ให้ทำ ไม่มีชิ้นไหนเลยที่เขาละเลย ทุกอย่างล้วนทำสำเร็จ และมักจะทำเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดเสมอ
แม้จะยุ่งวุ่นวายทุกวัน เขาก็ยังหาเวลามาอ่านหนังสือ เพราะถูกฮั่วเจี้ยนจงกระตุ้น เขาเพียงแค่อยากเป็นผู้ชายที่สามารถยืนอยู่เคียงข้างเจียวเจียว และเป็นที่พึ่งให้เธอได้
ในขณะนี้เซียวหยวนหมิงถึงกับรู้สึกขอบคุณฮั่วเจี้ยนจงที่ได้เตือนสติเขา แล้วยังรู้สึกขอบคุณผู้หญิงข้างกายคนนี้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย
เธอไม่เคยทอดทิ้งเขา สอนสั่งดูแลเขาอย่างพิถีพิถัน และให้เวลาเขาได้เติบโต!
“เจียวเจียว”
จู่ๆ เสียงทุ้มลึกเต็มไปด้วยความรักของชายหนุ่มก็ดังขึ้นข้างหู ทำให้หัวใจสั่นสะท้าน
“หืม”
ซูเจียวเจียวเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัย “เป็นอะไรไปคะ? ดูคุณเหมือนจะซาบซึ้งใจอะไรสักอย่างอยู่เลย”
เซียวหยวนหมิงจู่ๆ ก็ดึงเธอเข้ามากอดแน่น “เจียวเจียว ขอบคุณนะครับ ผมโชคดีจริงๆ ที่มีคุณ!”
“ผมจะพยายามให้เต็มที่! จะไม่ทำให้คุณผิดหวังกับความคาดหวังที่มีต่อผม และจะไม่ทำให้คุณเสียใจอย่างแน่นอน! เชื่อผมนะครับ ผมจะต้องทำให้คุณมีชีวิตที่ดีให้ได้!”
เสียงของชายหนุ่มหนักแน่น และเปี่ยมด้วยความตั้งใจดังขึ้นข้างหู
ซูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มที่มุมปาก “ฉันรู้ค่ะ”
เธอจะไม่รู้ได้อย่างไร ผู้ชายที่แสนซื่อคนนี้ ชาติที่แล้วก็ทุ่มเทให้เธออย่างเงียบๆ มาตลอด พยายามมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เธอเสมอ ส่วนตัวเองจะเหน็ดเหนื่อย กระหาย หิว โศกเศร้า หรือหนาวเย็น ก็ไม่เคยปริปากบ่นสักคำ
...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาฤดูร้อนก็ผ่านพ้น ฤดูใบไม้ร่วงก็มาเยือน
ซูเจียวเจียวได้คัดเลือกเด็กฝึกงานอีกสิบคน เดิมทีเธอตั้งใจจะรับแค่ห้าคน แต่เมื่อเห็นสายตาที่เปี่ยมด้วยความคาดหวังของเลขาธิการเจียงและทุกคน เธอก็จำต้องรับเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม ซูเจียวเจียวก็มีเงื่อนไข หากจะรับเด็กฝึกงานเพิ่มอีก เธอก็จะยุ่งกับการสอนเย็บผ้าทุกวัน ดังนั้นงานของเธอจึงต้องลดลงครึ่งหนึ่ง ไม่ต้องทำงานมากมายเหมือนเมื่อก่อน แค่ทำเป็นครั้งคราวก็พอ ส่วนค่าจ้างก็ยังคงเท่าเดิม
ตอนนี้สิ่งสำคัญหลักๆ คือเธอต้องสอนให้ทุกคนเป็น
เมื่อทุกคนเรียนรู้แล้ว กองผลิตก็จะสามารถก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าขนาดเล็กได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งเลขาธิการเจียงและหลี่เกินเซิง เพราะจะช่วยสร้างผลงานให้พวกเขานั่นเอง
เมื่อปริมาณงานลดลง ซูเจียวเจียวก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
การสอนก็ง่ายมาก ทุกเช้าจะมีการเรียนทฤษฎีหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็เป็นการฝึกปฏิบัติ หากไม่เข้าใจก็ให้มาถามเธอ
ส่วนตอนบ่ายก็ทำเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้เซียวหยวนซินก็ใกล้จะฝึกงานจบแล้ว เธอจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก ทำให้ซูเจียวเจียวสบายขึ้นเยอะ
อีกทั้งหลี่จิ้งเซียนก็มีพื้นฐานอยู่แล้ว จึงเรียนรู้เร็วกว่าคนอื่น และสามารถลงมือปฏิบัติได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ มาก
นอกจากหลี่จิ้งเซียนแล้ว เฉิงติ้งผิงและจ้าวอวี้เฟินก็มาเรียนด้วย
ซูเจียวเจียวรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จ้าวอวี้เฟินต้องการมาเรียน เพราะอุตสาหกรรมเสื้อผ้าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต
เนื่องจากเสื้อผ้าในปัจจุบันนี้เรียบง่ายเกินไป ทุกคนถูกกดขี่มานาน เมื่อนโยบายต่างๆ คลี่คลายลง เสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบก็จะผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
โจวเม่ยก็เข้ามาหาซูเจียวเจียวหน้าด้านๆ โดยบอกว่าอยากเป็นเด็กฝึกงาน แต่ซูเจียวเจียวปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
พูดเป็นเล่นไป! ต่อให้เธอรับคุณป้าวัยหกสิบมาเป็นเด็กฝึกงาน เธอก็ไม่มีทางรับโจวเม่ยเด็ดขาด
สิ่งนี้ทำให้โจวเม่ยโกรธแทบตาย
โจวเม่ยหน้าบูดบึ้งกล่าวหาซูเจียวเจียวว่าข้ามแม่น้ำแล้วทิ้งสะพาน พอมีหน้ามีตาก็ลืมเลือนเพื่อนเก่าคนนี้เสียแล้ว แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าดูแคลนผู้อื่น
ซูเจียวเจียวตอบโต้ทันทีโดยไม่รีรอ “โจวเม่ย เธอเคยเป็นพวกฉกฉวยโอกาส อีกทั้งสถานะของเธอตอนนี้ก็ไม่ดี ฉันไม่กล้ารับเธอหรอก เธอลองไปปรึกษานายอำเภอและคนอื่นๆ ที่เมืองดูสิ หากพวกเขาเห็นด้วยละก็ ฉันก็ไม่มีปัญหา”
คำพูดนี้ทำให้โจวเม่ยโมโหจนพูดไม่ออก
เดิมทีซูเจียวเจียวมีคำพูดเป็นกระบุงที่จะด่าโจวเม่ยให้ตาย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำ
แค่คำว่า ‘เป็นพวกฉกฉวยโอกาส และสถานะก็ไม่ดี’ นี่เพียงพอที่จะทำให้โจวเม่ยโกรธจนขาดใจตายได้แล้ว
โจวเม่ยจากไปอย่างขุ่นเคือง
หลี่จิ้งเซียนกล่าวว่า “พี่เจียวเจียวคะ เมื่อก่อนฉันได้ยินโจวเม่ยพูดกับคนอื่นอยู่เสมอว่าสถานะของพี่อาหมิงไม่ดี ไม่คิดเลยว่าตอนนี้สถานะของพี่อาหมิงกลับดีขึ้น ส่วนสถานะของเธอเองกลับไม่ดี นี่แหละค่ะที่เรียกว่ากรรมตามสนอง”
เซียวหยวนซินก็ยิ้มแล้วพูดว่า “นี่แหละที่เรียกว่าฟ้ามีตา เรามาทำงานกันต่อเถอะ”
ซูเจียวเจียวสอนอย่างตั้งใจ ทุกคนก็เรียนรู้อย่างจริงจัง
สิ่งที่ทำให้ซูเจียวเจียวประหลาดใจคือ ในบรรดาเด็กฝึกงานที่รับมาใหม่ นอกจากหลี่จิ้งเซียนแล้ว เฉิงติ้งผิงก็เรียนรู้ได้เร็วที่สุด
เธออุ้มท้องใหญ่โต แต่ก็ยังเรียนอย่างขยันขันแข็งและจริงจังมาก ทุกครั้งที่ซูเจียวเจียวเน้นย้ำประเด็นสำคัญ เธอก็จะจดบันทึกไว้ และหากมีส่วนไหนที่ไม่เข้าใจ เธอก็จะถามซูเจียวเจียว หากซูเจียวเจียวไม่อยู่ เธอก็จะถามเซียวหยวนซิน
เฉิงติ้งผิงเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ดูดซับความรู้ได้อย่างรวดเร็ว
จ้าวอวี้เฟินก็เรียนได้ดีเช่นกัน ดูท่าทางถ่อมตนและเชื่อฟัง ซูเจียวเจียวพูดอะไร เธอก็ฟังตามและจดจำตามนั้น
กระทั่งในใจเธอก็ยังรู้สึกโชคดีที่ไม่ทำตัวเหมือนโจวเม่ยเมื่อก่อน ที่ปากพล่อยพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับซูเจียวเจียว และต่อต้านซูเจียวเจียว
ตราบใดที่เธอเรียนเย็บผ้าได้ดี เมื่อเรียนจบแล้วก็จะได้รับค่าจ้าง ไม่ต้องทำงานหนักในไร่นาอีกต่อไป!
ในโรงงานชั่วคราวท้ายหมู่บ้านนี้ ก็ได้มีการติดตั้งหลอดไฟไว้แล้ว
เมื่อทุกคนเลิกงาน ซูเจียวเจียวก็ลงกลอนประตูห้อง และเห็นเซียวหยวนหมิงมารับเธอแล้ว
ภายใต้แสงจันทร์ที่สลัว ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนที่ชวนให้น่าหลงใหล
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^