บทที่ 144 ความคลาดเคลื่อนของเวลา [1]
บทที่ 144 ความคลาดเคลื่อนของเวลา [1]
โจวเม่ยใช้กรรไกรกรีดนิ้วเบาๆ เพื่อให้เลือดเปื้อนบนผ้าปูที่นอน หลังจากหลี่เอ้อร์โก่วหลับไปแล้ว เธอจึงหลอกล่อเขาได้สำเร็จ
หลายวันที่ผ่านมา หลี่เอ้อร์โก่วเอาแต่เกาะติดเธอ ทำเหมือนเธอเป็นของล้ำค่า
ไม่นานนัก เสียงหัวเราะหยอกเย้าของชายหญิงก็ดังขึ้นในห้องเสียงดังโดยไม่ปิดบัง
หลี่จินฮวาที่นั่งสูบยาเส้นอยู่นอกชานบ้านตลอดครึ่งวัน ถึงกับหน้าดำคล้ำไปทันที “นางจิ้งจอกไร้ยางอาย! ฟ้าเพิ่งจะมืด ก็สำแดงฤทธิ์เดชขนาดนี้แล้ว หน้าด้านจริงๆ!”
แถมยังจงใจทำเสียงดังขนาดนี้ กลัวว่าเธอจะไม่ได้ยินหรืออย่างไร?
หลี่เป่าซู่ที่นั่งอยู่ในชานบ้านสูบยาเส้นมานานครึ่งวัน เอ่ยเร่งเร้าว่า “พอได้แล้ว พอได้แล้ว เลิกพูดเสียที รีบไปทำกับข้าวได้แล้ว”
หลี่จินฮวาเหมือนกับเจอที่ระบายความอัดอั้นในทันที จึงหันไปโวยวายใส่หลี่เป่าซู่ว่า “หมายความว่ายังไง? รำคาญฉันพูดมากหรือไง? แกก็อยากช่วยนางจิ้งจอกนั่นจัดการกับฉันด้วยงั้นหรือ?!”
หลี่เป่าซู่ลดก้านยาเส้นลง มองเธอด้วยสายตาลึกล้ำ “นางจิ้งจอกอะไรของแก นั่นลูกสะใภ้แกนะ!”
“ถ้าฉันรู้ว่าหล่อนเป็นคนแบบนี้ จ้างให้ตายฉันก็ไม่ยอมให้หล่อนเข้ามาในบ้านเด็ดขาด! ถุ้ย!” หลี่จินฮวาถ่มน้ำลายใส่ห้องที่ยังคงมีเสียงดังเอียดอาดออกมา ราวกับเป็นการระบายความโกรธในใจ
หลี่เป่าซู่ส่ายหน้า “ตอนนั้นฉันเตือนเธอแล้ว เธอก็ไม่ฟัง เอาแต่พูดว่าจะแต่งงานกับยุวชนโจวผู้มีการศึกษา บ้านเราจะได้มีเนื้อกินทุกวัน ฉันว่ายุวชนโจวคนนั้นเอาแต่กินแต่ไม่ทำงาน เธอจะไปสู้ยุวชนซูได้ยังไง? ถึงแม้จะเป็นยุวชนเหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่ายุวชนทุกคนจะดีเหมือนกันหมดหรอก”
หลี่จินฮวาโกรธจัดทันที “แล้วทำไมแกไม่บอกเร็วกว่านี้ ตอนนี้มาพูดทีหลัง มันจะมีประโยชน์อะไร!”
หลี่เป่าซู่ก็โกรธเช่นกัน “ฉันบอกไปตั้งนานแล้ว แต่แกฟังที่ไหน? แถมยังเป็นแกอีกที่เอาเงินออกมาตั้งสามสิบหยวนทั้งรอยยิ้ม! ยามปกติให้ซื้อเนื้อเพียงเล็กน้อย แกกลับเสียดายราวกับฉันจะกินเลือดกินเนื้อแกอย่างนั้นแหละ!”
ทันใดนั้น หลี่จินฮวาก็รู้สึกเจ็บปวดราวหัวใจถูกบีบคั้นจนเลือดไหล
ตอนนั้นเธอคงสมองทึบไปแล้วแน่ๆ! ถึงได้เชื่อคำพูดของลูกชายตัวเอง!
ตอนนี้เป็นไงล่ะ พอแต่งโจวเม่ยเข้ามา ไม่เพียงแต่ต้องเลี้ยงดูเธอเท่านั้น แม้แต่ลูกชายก็ไม่เชื่อฟังแล้ว!
โจวเม่ยจัดการลูกชายของเธอได้อยู่หมัด โจวเม่ยพูดอะไร ลูกชายของเธอก็เชื่อฟังไปหมด มันช่างน่าเจ็บใจจริงๆ!
หลังจากโกรธอยู่พักหนึ่ง หลี่จินฮวาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องไปทำอาหาร
ครู่ต่อมา หลี่เอ้อร์โก่วเดินออกมาจากห้องด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข แล้วตะโกนใส่หลี่จินฮวาในครัวว่า “แม่ครับ! ทำกับข้าวเสร็จหรือยัง? ผมกับเม่ยเอ๋อร์หิวจะตายอยู่แล้ว!”
หลี่จินฮวาโมโหจนแทบเลือดขึ้นหน้า เธอทำงานกลับมาทั้งวันอย่างเหน็ดเหนื่อย ไม่เพียงแต่ไม่ได้กินข้าว แต่ยังต้องมาทำกับข้าวให้พวกเขาอีก! ลูกชายตัวเองก็ไม่เคยสงสารเธอสักคำ เปิดปากมาก็ถามว่าทำกับข้าวเสร็จหรือยัง!
“เสร็จแล้วๆ”
หลี่จินฮวาถือกับข้าวออกมาวางลงบนโต๊ะแปดเซียนในห้องโถง ก็เห็นโจวเม่ยเดินออกมาจากห้องด้วยใบหน้าเย้ายวนชวนฝัน ท่าทางเหมือนจิ้งจอกสาว ทำให้หลี่จินฮวาอยากจะพุ่งเข้าไปข่วนเธอให้ตาย
โจวเม่ยไม่สนใจสายตาของเธอเลยแม้แต่น้อย เดินบิดเอวไปนั่งลงที่โต๊ะแปดเซียน หลี่เอ้อร์โก่วประจบประแจงยื่นข้าวสวยร้อนๆ ให้เธอ “เม่ยเอ๋อร์ เมื่อกี้คงใช้แรงไปเยอะใช่ไหม กินเยอะๆ นะ”
โจวเม่ยยิ้มหวานมองเขา ยังไม่ทันได้พูดอะไร หลี่จินฮวาซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแดกดัน “หล่อนเหนื่อยตรงไหนกัน! ก็แค่นอนลงบนเตียงแล้วอ้าขาให้แก ทำแค่นี้มันจะไปเหนื่อยอะไร?”
“ลูกเอ๋ย แกนั่นแหละที่เหนื่อย! แกควรกินเยอะๆ!”
หลี่จินฮวาแย่งข้าวสวยร้อนๆ ถ้วยนั้นจากโจวเม่ยมาวางไว้ตรงหน้าหลี่เอ้อร์โก่ว
ข้าวสวยร้อนๆ ดีๆ แบบนี้ จะให้โจวเม่ยกินได้ยังไง!
“ส่วนหล่อนก็กินซาลาเปาไส้ผักกับหัวไชเท้าดองไปก็แล้วกัน!”
หลี่จินฮวาหยิบซาลาเปาไส้ผักชิ้นใหญ่และแข็งโป๊กมาวางในชามเปล่าตรงหน้าโจวเม่ย
แต่โจวเม่ยกลับไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย แต่หันไปมองหลี่เอ้อร์โก่วด้วยสีหน้าตัดพ้อ “ฟู่กุ้ย ฉันเหนื่อยแทบแย่ ตอนนี้อยากกินข้าวสวยร้อนๆ มากเลย”
หลี่เอ้อร์โก่วเผยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข “งั้นก็กินสิ!”
เขาเอาข้าวสวยร้อนๆ ถ้วยนั้นไปวางตรงหน้าโจวเม่ย โจวเม่ยยิ้มแล้วพูดว่า "ฟู่กุ้ย คุณดีกับฉันเหลือเกิน หากมีคุณอยู่เคียงข้างแบบนี้ละก็ ชีวิตฉันคงสุขสบายไปตลอดกาล"
หลี่เอ้อร์โก่วถูกชมจนตัวลอย
หลี่จินฮวาโกรธจนแทบจะหัวใจวาย “ลูกเอ๊ย คืนนี้แม่หุงข้าวสวยร้อนๆ แค่ถ้วยเดียวเอง แกก็ให้เธอไปแล้ว แบบนี้แกจะกินอะไร?”
นี่มันข้าวสวยร้อนๆ ที่มีค่ามากนะ!
ขนาดเธอเองยังไม่กล้ากินเลย!
ตั้งใจเก็บไว้ให้ลูกชายกินแท้ๆ ใครจะรู้ว่าลูกชายที่แสนจะโง่เขลาของเธอกลับยกให้โจวเม่ยกินไปหมด!
โจวเม่ยสมควรจะกินข้าวสวยร้อนๆ ดีๆ แบบนี้หรือ?
หลี่จินฮวาเอื้อมมือไปจะแย่ง แต่โจวเม่ยหลบได้ โจวเม่ยกินอย่างเอร็ดอร่อย ในพริบตาเดียวก็กินไปได้เกือบครึ่ง ทำให้หลี่จินฮวาหน้าดำคล้ำไปทันที
หลี่เอ้อร์โก่วไม่เพียงแต่ไม่โกรธ เขายังหัวเราะอย่างร่าเริง และห้ามหลี่จินฮวาพลางพูดอย่างไม่พอใจว่า “แม่ทำอะไรเนี่ย! ไปแย่งข้าวเม่ยเอ๋อร์ทำไม แม่ก็กินซาลาเปาไส้ผักของตัวเองไปสิ”
หลี่จินฮวา "…"
หลี่เอ้อร์โก่วยิ้มแล้วพูดว่า “โจวเม่ยเป็นคนเมืองมาตั้งแต่แรกแล้ว ร่างกายเธออ่อนแอก็ควรกินของดีๆ กินดีแล้ว เธอจะได้ให้กำเนิดลูกชายให้ผมไง”
โจวเม่ยยิ้มอย่างเอียงอาย “ฟู่กุ้ย ลูกชายของเราในอนาคตจะต้องหล่อเหลา และฉลาดเหมือนคุณแน่เลย”
“แน่นอนอยู่แล้ว!” หลี่เอ้อร์โก่วหัวเราะอย่างตื่นเต้น
แม้หลี่จินฮวาจะรู้ว่าโจวเม่ยกำลังจงใจเอาใจลูกชายของเธอ แต่เธอจะทำอะไรได้เล่า?
ใครจะไปรู้ว่าหลี่เอ้อร์โก่วจะหลงคารม โจวเม่ยพูดอะไรก็เชื่อไปหมด ให้เขาไปทางตะวันออก เขาก็ไม่ไปทางตะวันตก ให้เขาขึ้นเขา เขาก็ไม่ลงนา!
ช่างเป็นคนโง่เง่าอะไรอย่างนี้!
นี่มันน่าโมโหจริงๆ!
หลี่เป่าซู่เตือนด้วยความหวังดีว่า “แทนที่จะนั่งขุ่นข้องหมองใจอยู่เช่นนี้ มันก็ไม่ช่วยอะไร สู้คิดให้เปิดใจสักหน่อยอาจจะดีกว่า หากยุวชนโจวดูแลรักษาสุขภาพตนเองดีๆ ให้กำเนิดทายาทชายแก่ตระกูลหลี่ของเราไวๆ ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว”
หลี่จินฮวาทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยายามสะกดจิตตัวเองและปลอบใจตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ที่เธอเลี้ยงดูโจวเม่ย ก็เพื่อให้โจวเม่ยให้กำเนิดลูกชายแก่หลี่เอ้อร์โก่วโดยเร็ว ดังนั้นตอนนี้หลี่จินฮวากำลังเลี้ยงดูหลานชายของเธอเองต่างหาก
เมื่อคิดเช่นนี้ หลี่จินฮวาก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก
น่าเสียดายที่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน
หกวันต่อมา หลี่จินฮวาอยู่ในห้องน้ำ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงโจวเม่ยอาเจียนอย่างรุนแรงอยู่ในไร่นาที่ไม่ไกลนัก อาการคล้ายคนอาหารเป็นพิษ
หลี่จินฮวาแอบมองโจวเม่ยผ่านช่องว่างในห้องน้ำ เห็นใบหน้าซีดขาวของเธอ ก็ยิ้มมุมปากอย่างเหยียดหยาม สำรอกออกมาให้หมดเลยสิ กรรมตามสนองโจวเม่ยแล้วเห็นๆ!
เอาแต่กินแต่ดื่ม ไม่ยอมทำงาน สมน้ำหน้าที่ต้องสำรอกออกมาจนตาย!
จากนั้น หลี่จินฮวาก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที อาเจียนอย่างนั้นหรือ?
นี่ไม่ใช่ว่ามีอาการแพ้ท้องหรอกหรือ?
คนอื่นจะอาเจียนง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร! อาหารเป็นพิษ ส่วนใหญ่ก็แค่ท้องเสียเท่านั้นแหละ!
หรือว่าโจวเม่ยกำลังตั้งท้องจริงๆ?
เมื่อคิดเช่นนี้ ใบหน้าของหลี่จินฮวาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา เธอรีบลุกขึ้นเช็ดก้น พลางคิดว่าจะต้องหาของบำรุงดีๆ ที่มีไขมันให้โจวเม่ยกินบำรุงร่างกาย จะได้ไม่ปล่อยให้หลานรักของเธอต้องหิวโหย
อย่างไรก็ตาม หลี่จินฮวาเดินไปได้สองก้าวก็หยุดชะงัก หลี่เอ้อร์โก่วกับโจวเม่ยเพิ่งแต่งงานกันได้ยี่สิบวันเอง จะท้องเร็วขนาดนั้นเลยหรือ? จะมีอาการแพ้ท้องเร็วขนาดนี้เลยหรือไร?
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^