บทที่ 145 ความคลาดเคลื่อนของเวลา [2]
บทที่ 145 ความคลาดเคลื่อนของเวลา [2]
“ไม่มีทางเป็นไปได้!”
ตอนนั้นเธอเองก็เป็นผู้หญิงที่มีบุตรง่าย ก็ยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนครึ่งหลังแต่งงานถึงจะมีอาการแพ้ท้อง!
เมื่อคิดถึงจุดนี้ สีหน้าของหลี่จินฮวาก็เปลี่ยนเป็นดำคล้ำทันที
ในขณะที่โจวเม่ยกำลังอาเจียนปานจะขาดใจ หลี่จินฮวาก็พุ่งพรวดออกมาจากห้องน้ำด้วยความโกรธจัด กลิ่นเหม็นสาบฉุนกึกที่ติดตัวมาทำให้โจวเม่ยรู้สึกแย่ยิ่งขึ้นไปอีก แล้วเธอก็ ‘อ้วก!’ อีกครั้ง
หลี่จินฮวาคว้าคอเสื้อของโจวเม่ยแล้วถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “พูดมานะ! แกไปสมสู่กับผู้ชายคนไหนมา! ลูกในท้องแกนี่ของใครกันแน่!”
เมื่อเห็นท่าทางจะกินคนของหลี่จินฮวา โจวเม่ยก็หน้าซีดเผือด ตกใจจนแทบสิ้นสติ หลี่จินฮวาจับได้แล้วอย่างนั้นหรือ?
ที่จริงแล้วตอนที่ประจำเดือนของเดือนนี้ไม่มา เธอก็รู้สึกใจคอไม่ดีแล้ว หวังเพียงว่าอย่าให้มีอาการแพ้ท้องรุนแรงนัก และขอให้อาการปรากฏหลังจากแต่งงานไปแล้วหนึ่งเดือน จะได้อ้างว่าเด็กเป็นลูกของหลี่เอ้อร์โก่วได้
แต่สวรรค์ช่างไม่เป็นใจ นี่เพิ่งแต่งงานไปได้เพียงยี่สิบวันก็เริ่มอาเจียนแล้ว!
ที่จริงสามวันก่อนโจวเม่ยก็เริ่มมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อยแล้ว แต่ตอนนั้นอาการยังไม่ชัดเจน เธอคิดว่าเป็นแค่ท้องเสีย ประกอบกับหลี่จินฮวาและคนอื่นๆ ต่างออกไปทำงาน จึงไม่มีใครสังเกตเห็น
ใครจะคิดว่าเช้าวันนี้โจวเม่ยจะเริ่มอาเจียนอย่างรุนแรงเช่นนี้! เธอคิดว่าจะแอบไปอาเจียนหลังห้องน้ำจะได้ไม่มีใครเห็น แต่ไม่คิดเลยว่าหลี่จินฮวาจะอยู่ในห้องน้ำพอดี และจับได้คาหนังคาเขา!
โจวเม่ยเห็นว่าหลบไม่พ้น จึงรีบกล่าว “ฉันไม่เข้าใจว่าคุณแม่กำลังพูดอะไร ฉันแค่กินอาหารผิดสำแดงเท่านั้นค่ะ!”
หลี่จินฮวาจับมือโจวเม่ยด้วยความโกรธ “ดี! ถึงตอนนี้แกยังจะโกหกอีก! จะท้องหรือไม่ท้อง ไปให้สถานีอนามัยตรวจดูก็รู้!”
ว่าแล้วก็ลากมือโจวเม่ยไปที่ลานหน้าบ้าน
โจวเม่ยย่อมไม่เต็มใจ เธอพยายามดิ้นรน แต่พบว่าแรงของหลี่จินฮวาช่างมหาศาล เธอไม่สามารถสะบัดหลุดได้ แล้วก็ถูกลากไปถึงลานหน้าบ้านในที่สุด
ในลานบ้าน หลี่เอ้อร์โก่วกำลังนั่งกินอาหารเช้าอย่างสบายอารมณ์ แต่เมื่อเห็นแม่ของตัวเองลากโจวเม่ยออกมาอย่างไม่ปรานี ก็รีบถาม “แม่ครับ แม่ลากเม่ยเอ๋อร์ทำไมเนี่ย?”
โจวเม่ยเห็นหลี่เอ้อร์โก่วก็ราวกับเห็นฟางเส้นสุดท้าย รีบตะโกนเสียงดัง “ฟู่กุ้ย ช่วยฉันด้วย แม่ของคุณรังแกฉันอีกแล้ว!”
หลี่เอ้อร์โก่วพุ่งเข้าไปเพื่อจะแยกหลี่จินฮวา แต่หลี่จินฮวากลับปัดมือเขาออกอย่างแรง “เจ้าลูกชาย อย่าได้เชื่อใจผู้หญิงคนนี้! แม่เห็นหล่อนอ้วกเมื่อกี้ หล่อนต้องกำลังตั้งท้องแน่ๆ! หล่อนเพิ่งแต่งกับแกได้ไม่นานก็ตั้งท้อง นี่มันผิดวิสัย! บางทีก่อนแต่งกับแก หล่อนอาจจะเคยลักลอบได้เสียกับชายอื่นมา!”
หลี่เอ้อร์โก่วได้ยินดังนั้นก็โกรธจัด โทสะพวยพุ่งไปทั่วร่างราวกับจะกินคนได้ “โจวเม่ย ที่แม่ฉันพูดเป็นเรื่องจริงทั้งหมดเลยหรือ?”
“ฉันถูกกล่าวหาค่ะ!” โจวเม่ยตกใจจนตัวสั่น รีบตะโกนเสียงดัง จากนั้นก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น “ฟู่กุ้ย แม่ของคุณไม่รักฉันก็แล้วไป แต่คุณก็ยังไม่เชื่อฉันอีกหรือ? คุณจำคืนเข้าหอของเราไม่ได้หรือ? รอยเลือดบนผ้าปูที่นอนคุณ คุณก็เห็นกับตา! ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลหลี่ของคุณอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องนะคะ!”
เมื่อเห็นโจวเม่ยร้องไห้ปานจะขาดใจ อีกทั้งยังนึกถึงรอยเลือดบนผ้าปูที่นอนในคืนนั้น หัวใจของหลี่เอ้อร์โก่วก็อ่อนยวบลงทันที เขามองแม่ของตัวเองด้วยสีหน้าไม่พอใจ “แม่ครับ แม่จะไปตั้งแง่กับเม่ยเอ๋อร์ทำไม! เม่ยเอ๋อร์เป็นภรรยาของผมแล้วนะ แม่เลิกหาเรื่องเธอได้ไหม!”
หลี่จินฮวาโกรธจนแทบจะขาดใจ
“ฟู่กุ้ย ในบ้านหลังนี้มีเพียงคุณคนเดียวที่ดีกับฉัน มีเพียงคุณคนเดียวที่เชื่อใจฉันแล้ว” โจวเม่ยรีบสะบัดมือหลี่จินฮวา แล้วโผเข้ากอดหลี่เอ้อร์โก่ว จากนั้นก็หลบอยู่ด้านหลังหลี่เอ้อร์โก่ว ด้วยท่าทางน่าสงสารจับใจ
หลี่จินฮวารู้สึกราวกับจะขาดใจตาย นับตั้งแต่รับผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบ้าน ทั้งบ้านก็พลันมืดมัวไปด้วยไอหมอกแห่งความทุกข์
“เจ้าลูกคนนี้ แกไปแล้วหรือ! ถึงตอนนี้ยังเชื่อคำโกหกของหล่อนอีก! นางนี่มันท้อง ท้องลูกของคนอื่น! แม้แต่รอยเลือดนั่นก็อาจจะไม่ใช่ของจริงก็ได้!”
หลี่เอ้อร์โก่วหันไปมองโจวเม่ยแล้วถาม “เม่ยเอ๋อร์ คุณหลอกผมจริงหรือ?”
โจวเม่ยส่ายหน้าด้วยท่าทางจริงใจและลึกซึ้ง ดวงตาจ้องมองเขาเขม็ง “ฟู่กุ้ย ฉันเคยโกหกคุณเมื่อไรกันคะ! คุณเป็นคนที่ดีที่สุดในโลกสำหรับฉัน ฉันจะไม่มีวันโกหกคุณเด็ดขาด”
หลี่เอ้อร์โก่วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขากล่าวกับหลี่จินฮวา “แม่ครับ แม่ดูสิ เม่ยเอ๋อร์บอกว่าเธอจะไม่โกหกผม ต้องเป็นแม่ที่เข้าใจผิดไปเองแน่ๆ ผมกับเม่ยเอ๋อร์แต่งงานกันมาตั้งนานแล้ว เราก็… เอ่อ… ใกล้ชิดกันทุกวัน เม่ยเอ๋อร์ก็ควรจะท้องลูกของผมแล้ว ตอนนี้มีอาการแพ้ท้องล่วงหน้าบ้างก็เป็นเรื่องปกตินี่ครับ”
หลี่จินฮวาไม่อยากจะสนใจลูกชายผู้โง่เขลาของตัวเอง แต่ก็รู้ว่าเธอต้องทำอะไรสักอย่าง น่าเสียดายที่เธอพูดอะไรไป หลี่เอ้อร์โก่วก็ไม่เชื่อเลย
หลี่จินฮวาโกรธจนตาแดงก่ำ นี่เธอทำบาปทำกรรมอะไรมากันนะ! ลูกชายคนโตเกิดมาก็เป็นคนไม่สมประกอบ! ลูกสาวสองคนแต่งงานออกไปก็ไม่เคยคิดถึงแม่แก่ๆ อย่างเธอเลย! ส่วนลูกชายคนเล็กพอแต่งงานมีภรรยา ก็เอาแต่เข้าข้างภรรยา ลืมแม่แก่ๆ อย่างเธอไปจนหมดสิ้นแล้ว!
โจวเม่ยจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วให้หลี่เอ้อร์โก่วจูงมือไปกินอาหารเช้า
แต่หลี่จินฮวากลับใจลอยตลอดทั้งวันทำงาน ด้วยความเคร่งเครียดและหงุดหงิด เธอจึงเผลอจามจอบลงบนเท้าตัวเองจนเลือดไหลนอง หลี่เป่าซู่จึงต้องรีบแบกเธอไปที่สถานีอนามัยเพื่อห้ามเลือดและทำแผล
หลายวันต่อมา หลี่จินฮวายังคงครุ่นคิดถึงเรื่องของโจวเม่ย ลูกในท้องของโจวเม่ยต้องไม่ใช่ลูกของหลี่เอ้อร์โก่วแน่ๆ!
ใช่แล้ว... คืนเข้าหอนั้น หลี่เอ้อร์โก่วดื่มเหล้าไปไม่น้อยเลย! และเช้าวันรุ่งขึ้น เธอก็ให้โจวเม่ยไปทำอาหารเช้า แต่โจวเม่ยกลับบอกว่าเธอทำนิ้วมือบาดเจ็บ เลือดไหล จึงไม่อยากทำงาน
ตอนนั้นเธอคิดว่าเพิ่งแต่งงานวันแรก จึงไม่ได้บังคับโจวเม่ย!
ดังนั้นหลี่จินฮวาจึงถามหลี่เอ้อร์โก่วเกี่ยวกับเรื่องคืนเข้าหอ หลี่เอ้อร์โก่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่าเขาจำรายละเอียดไม่ได้ รู้แค่ว่าตื่นมาตอนเช้าแล้วเห็นรอยเลือดบนผ้าปูที่นอนแล้ว
หลี่จินฮวาได้ยินแล้วก็ยิ่งสงสัยในใจ แต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่มีหลักฐานเพียงพอ ต่อให้บอกลูกชายไป เขาก็ไม่มีทางเชื่อ!
เธอต้องหาหลักฐานให้เจอ!
ช่วงนี้หลี่จินฮวาเหมือนโดนยอดนักสืบจิ๋วเข้าสิง เช้าตรู่ก็บอกว่าจะออกไปทำงาน แต่ความจริงแล้วแอบย้อนกลับมาซ่อนตัวอยู่ใกล้บ้านเพื่อดักดูโจวเม่ย ว่าเธอจะแอบไปหาผู้ชายคนอื่นหรือไม่
ผลคือเธอแอบซ่อนอยู่ห้าวันติดกัน แต่ก็ไม่พบว่าโจวเม่ยออกไปหาใครเลย
แม้แต่หลี่จินฮวาเองก็ยังเริ่มสงสัย ว่าหรือเธอจะเข้าใจโจวเม่ยผิดไปแล้วจริงๆ?
ไม่! ไม่มีทาง!
ถ้าโจวเม่ยไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมวันนั้นหล่อนถึงไม่กล้าไปสถานีอนามัยกับเธอ!
สองวันนี้โจวเม่ยก็บอกว่าเธอท้อง อาศัยเรื่องการตั้งครรภ์มาอู้งานที่บ้าน เอาแต่กินๆ นอนๆ ไม่ยอมทำงานอะไรเลย!
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^