LNCrawler

บทที่ 147 ความไม่ชอบมาพากล

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 147 ความไม่ชอบมาพากล

        เมื่อเทียบกับบ้านของหลี่จินฮวาที่อลหม่านราวกับไก่บินหมาเห่า ชีวิตของซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงกลับเรียบง่ายและสุขสงบ

       แม้จะไม่มีเรื่องราวหวือหวา แต่มันคือความสุขที่เรียบง่ายและแท้จริง

       ความสงบสุขคือความจริงแท้ที่สุด

       ซูเจียวเจียวสอนเหล่าลูกศิษย์ในตอนกลางวัน ส่วนกลางคืนก็อ่านหนังสือและทำโจทย์กับเซียวหยวนหมิง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วถึงสิบวันแล้ว

       โรงงานเล็กๆ แห่งนี้ยังคงดำเนินไปอย่างคึกคัก ลูกศิษย์ใหม่สิบคนรวมกับเซียวหยวนซินเป็นสิบเอ็ดคน ต่างก็กระตือรือร้นและตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่

       นอกจากเซียวหยวนซินแล้ว ทุกคนต่างก็เรียกซูเจียวเจียวว่า “อาจารย์”

       ซูเจียวเจียวเองก็คาดไม่ถึงว่าในการเกิดใหม่ครั้งนี้ เธอจะมีลูกศิษย์เพิ่มขึ้นมาถึงสิบคน

       เมื่อทุกคนตั้งใจเรียนรู้ เธอก็ย่อมจะสอนอย่างตั้งใจเช่นกัน

       เมื่อว่างงาน คนทั้งสิบสองคนก็จะมารวมตัวกันพูดคุย บรรยากาศอบอุ่นและสนุกสนาน

       ทุกคนต่างรู้สึกขอบคุณซูเจียวเจียวอย่างยิ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงเรียนรู้ด้วยความพากเพียรยิ่งขึ้น

       เฉิงติ้งผิงรู้ดีว่ายุวชนซูให้โอกาสเธอเพราะความสงสาร เธอจึงยิ่งต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดีที่สุด!

       หลี่จิ้งเซียนก็เรียนรู้อย่างจริงจังเช่นกัน ยุวชนซูสอนเธอเพราะเห็นแก่มารดาของเธอ

       จ้าวอวี้เฟินช่วงนี้ก็พากเพียรอย่างมาก แถมยังจดบันทึกอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกด้วย

       ถ้าซูเจียวเจียวไม่ให้โอกาส พวกเธอคงต้องไปทำงานหนักในไร่นา

       เวลาผ่านไป ท้องของเฉิงติ้งผิงก็โตขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ใกล้จะครบเก้าเดือนแล้ว อีกเพียงเดือนกว่าก็จะคลอดแล้ว

       ซูเจียวเจียวบอกว่าเฉิงติ้งผิงสามารถลดความเร็วลงได้ ไม่จำเป็นต้องหักโหมมากนัก เมื่อเธอคลอดแล้วค่อยสอนเพิ่มเติมก็ได้

       แต่เฉิงติ้งผิงกลับส่ายหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ทุกคนเรียนรู้เร็วมาก ฉันไม่อยากทิ้งห่างจากทุกคนค่ะ อาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกค่ะ ฉันจะดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างดี”

       ซูเจียวเจียวเห็นว่าเธอมีวิจารณญาณดีแล้ว จึงไม่พูดอะไรอีก

       ...

       ทางด้านนี้

       โจวเม่ยรอคอยมาเจ็ดวัน เมื่อถึงเวลาที่นัดหมาย เธอก็ไปยังป่าละเมาะ และไม่นานก็เห็นหลี่เกินเซิงมาถึงตามนัด

       เขาชำเลืองมองรอบกาย เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร เขาก็ล้วงเงินห้าร้อยหยวนที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านในออกมา

       เป็นปึกหนา ประกอบด้วยธนบัตรใบละสิบหยวนหลายสิบใบ บวกกับธนบัตรใบละห้าหยวน หนึ่งหยวน ห้าเจียว สองเจียว และหนึ่งเจียวอีกจำนวนหนึ่ง รวมกันเป็นห้าร้อยหยวนพอดิบพอดี

       หลี่เกินเซิงยื่นเงินทั้งหมดให้โจวเม่ยด้วยใบหน้ามืดครึ้ม “เงินอยู่ที่นี่แล้ว คุณเขียนหนังสือสัญญาหรือยัง?”

       โจวเม่ยเมื่อเห็นเงินจำนวนมากถึงกับตาเป็นประกาย รีบพยักหน้า “เขียนแล้วค่ะ ฉันเขียนแล้ว”

       พูดไปก็รีบหยิบกระดาษที่พับหลายทบออกจากกระเป๋าเสื้อด้านในของเธอเช่นกัน

       ทั้งสองแลกเปลี่ยนเงินและหนังสือสัญญากัน

       เมื่อได้รับหนังสือสัญญา หลี่เกินเซิงรีบพลิกอ่านดูอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหา เขาก็ถอนหายใจโล่งอก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง

       การต้องจ่ายเงินออกไปถึงห้าร้อยหยวนในคราวเดียว ทำให้เขาแทบจะเสียเลือดเสียเนื้อ!

       ห้าร้อยหยวนนี่คือเงินเก็บส่วนตัวที่เขาซ่อนไว้มาสามปีโดยที่แม้แต่หลี่อิ๋นเฟิ่งภรรยาของเขาก็ยังไม่รู้

       มิฉะนั้นคงต้องทะเลาะกันบ้านแตกแน่ๆ

       ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย โชคดีที่หลี่อิ๋นเฟิ่งไม่รู้เรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีทางหาเงินจำนวนนี้มาได้ แถมยังต้องเสียงาน และถูกลงโทษและวิพากษ์วิจารณ์อีกด้วย

       ทันทีที่โจวเม่ยได้รับเงิน เธอก็รีบนับจำนวนเงินอย่างละเอียด เมื่อยืนยันว่าถูกต้อง เธอก็เก็บเงินใส่ในผ้าเช็ดหน้า ห่อไว้อย่างดีแล้วซ่อนไว้ในเสื้อผ้าอย่างระมัดระวัง

       เธอยกมุมปากยิ้มบางๆ “ขอบคุณหัวหน้ากองผลิตหลี่ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ”

       หลี่เกินเซิงเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไยดี “ต่อไปถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็อย่ามาหาผมอีกเลยนะ พวกเราต่างคนต่างอยู่” หญิงสาวคนนี้มองดูภายนอกช่างยั่วยวนชวนหลง แต่ใครเลยจะรู้ว่าภายในซ่อนความร้ายกาจไว้มากมายเพียงนี้!

       เขาคงไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับเธอได้อีกแล้ว

       ไม่อย่างนั้นคงต้องจบไม่สวยแน่นอน

       โจวเม่ยตอบรับด้วยรอยยิ้ม “วางใจได้เลยค่ะ เราสองคนจบกันแล้ว ต่อไปฉันจะไม่ไปหาคุณอีก”

       พูดจบ โจวเม่ยก็เดินเยื้องย่างจากไป

       หลี่เกินเซิงหลังจากที่เธอลับสายตาไปพักใหญ่แล้ว จึงค่อยๆ เดินออกจากป่าละเมาะ

       หลี่จินฮวาเห็นทั้งสองคนจากไปได้พักใหญ่แล้ว จึงกล้าที่จะออกมาจากที่ซ่อน

       หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น ห้าร้อยหยวนเชียวนะ!

       เมื่อครู่เธอมองเห็นอย่างชัดเจนว่าหลี่เกินเซิงให้เงินโจวเม่ยเป็นจำนวนมากจริงๆ! ห้าร้อยหยวนเชียวนะ!

       เธอต้องทำงานไปกี่ปี ถึงจะได้แต้มคะแนนงานมากขนาดนี้!

       ไม่น่าเชื่อเลยว่าการเป็นหัวหน้ากองผลิตจะรวยขนาดนี้!

       โจวเม่ยกลับถึงบ้านด้วยอารมณ์ดี เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่บ้าน ทุกคนออกไปทำงานแล้ว เธอจึงซ่อนเงินทั้งหมดไว้ในโพรงผนังข้างเตียง จากนั้นโจวเม่ยก็จงใจเลื่อนลังไม้เก่าๆ ไปบังโพรงนั้นไว้

       หลังจากซ่อนเงินเรียบร้อยแล้ว อารมณ์ของโจวเม่ยก็ดีขึ้นไปอีก เธอเหลือเงินติดตัวไว้สิบหยวน เตรียมไว้สำหรับพรุ่งนี้เช้าเพื่อเข้าไปในตัวเมือง ซื้อของใช้บางอย่างกลับมา เช่น ผงนมมอลต์ ลูกอมกระต่ายขาว และที่ขาดไม่ได้คือครีมหิมะ

       ตั้งแต่ซูเจียวเจียวไม่ยอมพูดคุยกับเธออีก เธอก็ไม่ได้ใช้ครีมหิมะอีกเลย ปีนี้ผิวของเธอก็เลยหยาบกร้านขึ้นมาก

       หลี่จินฮวาเห็นตำแหน่งที่โจวเม่ยซ่อนเงินแล้ว จึงแอบกลับไปทำงานในไร่นา

       หลี่เอ้อร์โก่วรอจนแม่ของตนกลับมาหลังจากหายไปนานเกือบครึ่งวัน ก็อดรนทนไม่ได้จึงบ่นอุบ “แม่ ช่วงนี้แม่เป็นอะไรไปครับ เอาแต่หลบเลี่ยงงาน วันๆ หนึ่งก็เอาแต่ถ่ายหนักถ่ายเบา ทำงานได้ไม่กี่แต้ม แล้วต่อไปจะเอาอะไรใส่ท้องล่ะครับ”

       เดิมทีหลี่จินฮวาตั้งใจจะบอกเขาว่าต่อไปบ้านเราจะมีเงินแล้ว แต่พอคิดถึงท่าทีที่ลูกชายเข้าข้างโจวเม่ย จึงเปลี่ยนใจ

       กลัวว่าเธอเพิ่งจะพูดจบ โจวเม่ยก็จะรู้เรื่องทั้งหมด แล้วเธอจะไปขโมยเงินได้อย่างไร?

       ดังนั้นหลี่จินฮวาจึงเพียงแค่บอกว่าช่วงนี้ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป ท้องเสียอยู่ตลอด

       หลี่เอ้อร์โก่วบ่นไปหลายประโยค แล้วจึงกลับไปทำงานอย่างไม่เต็มใจ

       ก็ช่วยไม่ได้ ภรรยากำลังตั้งท้องลูกของเขา เขาย่อมต้องขยันกว่าเดิมหน่อย

       เพราะเขากำลังจะเป็นพ่อคนแล้วนี่นา

       หลี่จินฮวาเมื่อนึกถึงเงินห้าร้อยหยวน ก็มีแรงทำงานตลอดบ่าย ทำงานจนเกือบจะมืดค่ำถึงกลับบ้าน เมื่อกลับถึงบ้าน เห็นโจวเม่ยกนอนสบายอยู่บนเตียง อารมณ์ก็พลุ่งพล่านขึ้นมา เดิมทีอยากจะด่าโจวเม่ยเหมือนอย่างเคย แต่พอคิดถึงเงินห้าร้อยหยวน หลี่จินฮวาก็อดทนไว้ แล้วหันหลังเข้าครัวไปทำอาหาร

       นี่ทำให้โจวเม่ยประหลาดใจเล็กน้อย เธอรู้ว่าหลี่จินฮวาจะด่าเธอทุกวันที่เลิกงาน วันนี้กลับแค่จ้องมองเธอแล้วไม่ด่า

       สงสัยว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกกระมัง?

       แต่ไม่ว่าอย่างไร การไม่มีใครด่าก็ย่อมดีกว่า เธอเองก็ไม่ใช่พวกชอบถูกทารุณกรรม

       หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ หลี่เอ้อร์โก่วก็อาบน้ำและนอนบนเตียง แล้วก็อยากจะใกล้ชิดกับโจวเม่ย แต่กลับถูกโจวเม่ยผลักไปข้างๆ

       “ตอนนี้ฉันท้องแล้ว ในท้องมีลูกสกุลหลี่ของบ้านคุณนะ ถ้าคุณทำอะไรไม่คิดแล้วทำให้เด็กหลุดไปละก็ แม่ของคุณคงฆ่าฉันตายแน่”

       หลี่เอ้อร์โก่วจึงต้องระงับความคิดนั้นไว้ชั่วคราว

       รุ่งเช้า โจวเม่ยก็ขึ้นรถแทรกเตอร์ไปตัวเมือง เมื่อถึงตัวเมือง เธอก็ตรงไปที่ร้านอาหารรัฐสวัสดิการ ซื้อซาลาเปาเนื้อใหญ่สองลูก ใช้บัตรแลกเนื้อหนึ่งใบกับเงินสองเจียวก็พอดี

       โจวเม่ยเพิ่งจะเดินออกไป หลี่จินฮวาก็เข้าไปในห้องของเธอทันที แล้วค่อยๆ เลื่อนลังไม้เก่าๆ ออกไป เธอก็เห็นผนังมีส่วนที่ขรุขระเล็กน้อย ถึงจะฉาบด้วยดินเหลืองเช่นกัน แต่ดูอย่างไรก็ไม่เป็นธรรมชาติ


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^